H

มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
กลางวันเรามองเห็นอะไรได้ชัดเจน
แต่กลางคืนเราต้องอาศัยจินตนาการ

Website ของมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
สร้างขึ้นมาเพื่อผู้สนใจในการศึกษา
โดยไม่จำกัดคุณวุฒิ

เว็ปไซค์มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน ทางเลือกเพื่อการศึกษาสำหรับสังคมไทย :

บทความมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
ลำดับที่ 323 หัวเรื่อง
เอเปคกับการต่อต้านสหรัฐฯ

ใจ อึ้งภากรณ์ : เขียน
คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

(บทความนี้ยาวประมาณ 7 หน้า)
หากนักศึกษาหรือสมาชิก ประสบปัญหาภาพและตัวหนังสือซ้อนกัน กรุณาลดขนาดของ font ลง จะแก้ปัญหาได้

บทความของมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน สามารถคัดลอกไปใช้ประโยชน์ทางวิชาการได้ หากนำไปใช้ประโยชน์ กรุณาแจ้งให้ทราบที่

midnightuniv@yahoo.com
midnight2545@yahoo.com

071146
release date
R
นักศึกษา สมาชิก และผู้สนใจทุกท่าน หากประสงค์จะตรวจดูบทความอื่นๆของเว็ปไซค์มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน ท่านสามารถคลิกไปดูได้จากตรงนี้ ไปหน้าสารบัญ
Wisdom is the ability to use your experience and knowledge to make sensible decision and judgements

พันธมิตรพิเศษนอกนาโต? No thank you!
ใจ อึ้งภากรณ์ : เขียน
คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
(บทความนี้ยาวประมาณ 4 หน้ากระดาษ A4)


การที่สหรัฐยกระดับความสัมพันธ์กับไทยทางทหารไปสู่พันธมิตรพิเศษนอกนาโต ไม่ได้เป็นประโยชน์สำหรับชาวไทยอย่างที่ผู้บัญชาการทหารไทยอ้าง แต่เป็นภัยต่อประชาชนไทยเพราะ

* สหรัฐจะสามารถใช้ไทยเป็นคลังสะสมอาวุธได้ ซึ่งเปิดทางให้มีฐานทัพในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง
* สหรัฐสามารถกดดันร้องเรียนให้ไทยสนับสนุนสงครามของสหรัฐ ทั้งๆ ที่อาจไม่มีสัญญาเป็นทางการก็ตาม
* จะเปิดทางให้กองทัพไทยซื้อระเบิดเจาะรถถังที่ใช้สารโลหะยูเรเนียม (Depleted Uranium) ซึ่งเมื่อใช้แล้วเป็นภัยต่อสุขภาพอนามัยของพลเรือนและทหาร ตามที่มีปัญหาอย่างต่อเนื่องจากสงครามอิรักที่สหรัฐก่อขึ้นทั้งครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2

ในขณะที่เราคนธรรมดาไม่ได้อะไรดีๆ เลย ประเทศไทยและชาวไทยจะถูกมองว่าเป็นศัตรูของชาวตะวันออกกลาง รัฐบาลไทยชักศึกเข้าบ้านทำให้เรากลายเป็นเป้าหมายของการก่อการร้าย

เราต้องถามรัฐบาลทักษิณว่าการเป็นพันธมิตรทางทหารกับสหรัฐเป็นไปเพื่อรบกับใคร? ประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ลาว เขมร เวียดนาม พม่า และมาเลเซียหรือ? เพราะเราเข้าใจว่าประเทศเหล่านี้ล้วนแต่เป็นส่วนหนึ่งของอาเซียน และบางประเทศก็เป็นสมาชิกเอเปคด้วย หรือไทยเป็นพันธมิตรกับสหรัฐเพื่อทำสงครามกับจีน?

เราอยากได้คำตอบชัดๆ ว่ารัฐบาลไทยเตรียมทหารจะไปรบกับใครเพื่ออะไร? ทหารไทยเตรียมรบกับประชาชนไทยในรูปแบบเดิมๆ เช่น ในกรณี 14 ตุลาคม 6 ตุลาคม และพฤษภาทมิฬ หรือมีการเตรียมให้ทหารไทยไปฆ่าคนต่างแดนเพื่อรับใช้สหรัฐอเมริกาเหมือนยุคสงครามเวียดนาม?

การลดภัยจากการก่อการร้ายและอาวุธร้ายแรง ? นิยายหลอกเด็ก !
ผู้นำเอเปคเสนอมาตรการในการปราบปรามป้องกันการก่อการร้าย
แต่ล้วนแต่เป็นข้อเสนอที่ไม่ตรงประเด็นและจะไม่นำไปสู่การลดภัยจากการก่อการร้ายแต่อย่างใด

* ในประการแรก ถ้าจะลดภัยจากการก่อการร้ายทั่วโลก ปัญญาชนสหรัฐ เช่น นอม ชอมสกี้ ได้เสนอไปแล้วว่าหลังเหตุการณ์ 11 กันยา รัฐบาลสหรัฐควรทบทวนนโยบายก้าวร้าวข่มขู่ประเทศอื่นที่นำไปสู่การก่อการร้ายครั้งนั้น ถ้ารัฐบาลไทยจริงจังในการลดภัยการก่อการร้าย รัฐบาลไทยควรเป็นส่วนหนึ่งของกระแสโลกที่ผลักดันให้สหรัฐทบทวนนโยบายตรงนี้ ไม่ใช่ไปสนับสนุนนโยบายผิดพลาดของสหรัฐ

* เวลาผู้นำเอเปคประกาศว่าเป็นห่วงเรื่องการแพร่หลายของอาวุธร้ายแรง เราเข้าใจดีว่าเป็นคำพูดที่ไร้ความจริงใจโกหกอย่างไม่ละอายใจ ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นหัวหอกในการกำหนดนโยบายต้านการก่อการร้ายในเอเปค เป็นประเทศที่ผลิตและสะสมอาวุธร้ายแรงมากกว่าประเทศอื่นทุกประเทศในโลก สหรัฐเป็นผู้ผลิตอาวุธเคมี ชีวภาพ และนิวเคลียร์มากกว่าประเทศอื่นในโลก

ยิ่งกว่านั้นสหรัฐเป็นผู้แจกจ่ายอาวุธดังกล่าวและเงินทุนให้กลุ่มก่อการร้ายเอง เช่น กลุ่มของโอซามา บิน ลาเดน หรือกลุ่มคอนทราส์ในนิคารากัว และสหรัฐเป็นผู้แจกจ่ายอาวุธร้ายแรงให้รัฐบาลต่างๆ ทั่วโลก เช่น รัฐบาลของซัดดัมในอิรัก เป็นต้น

เราเห็นอยู่กับตาว่างานเอเปคที่กรุงเทพฯ เป็นตลาดค้าอาวุธและโอกาสที่ประเทศต่างๆ จะพยายามขายอาวุธให้รัฐบาลอื่นๆ โดยไม่พิจารณาว่ารัฐบาลเหล่านั้นใช้อาวุธเพื่อกดขี่ปราบปรามประชาชนมากน้อยแค่ไหน

* ผู้รักสันติภาพทุกคนเป็นห่วงภัยสงครามในคาบสมุทรเกาหลี แต่การกดดันเผด็จการเกาหลีเหนือ โดยประเทศที่มีอาวุธนิวเคลียร์สะสมอยู่มากมายเอง อย่างที่สหรัฐกระทำอยู่ไม่ใช่ทางออก วิธีการแก้ไขปัญหาภัยสงครามในเกาหลีคือการถอยทหารสหรัฐออกไปจากเอเชีย และลดกำลังทหารของเกาหลี 2 ชาติ ญี่ปุ่น และจีน

นอกจากนี้เราต้องตั้งคำถามกับรัฐบาลไทยด้วยว่า การสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทดลองในประเทศไทยเป็นหนทางที่รัฐบาลไทยจะพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์หรือไม่ เพราะประเทศกำลังพัฒนาทุกประเทศมักจะสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีอาวุธทั้งๆ ที่อ้างว่ากระทำเพื่อสันติ

* สหรัฐผลักดันให้มีการห้ามซื้อขายอาวุธทำร้ายเครื่องบินชนิดที่ถือในมือได้ ซึ่งเป็นเรื่องดี แต่ในขณะเดียวกันสหรัฐพร้อมจะใช้ระเบิด และกับระเบิดที่ฆ่าฟันและทำร้ายเด็กๆ ทั่วโลก และสหรัฐไม่เคยจริงใจในการกวาดล้างทำลายกับระเบิดที่มาจากสงครามของตนเองเลย ซึ่งทุกวันนี้ยังเป็นปัญหาในลาวและเขมร

* การปราบปรามองค์กรตามประเทศต่างๆ ที่สหรัฐและพันธมิตรมองว่าเป็น 'ผู้ก่อการร้าย' มักจะเป็นข้ออ้างเสมอในการคุกคามและป้ายร้ายขบวนการเรียกร้องสิทธิทางสังคมที่มีความชอบธรรม เช่น ขบวนการแบ่งแยกดินแดนในฟิลิปปินส์ หรืออินโดนีเซีย เป็นต้น แม้แต่องค์กรศาสนาอย่างฝ่าหลุนกงยังถูกเหมารวมกับกลุ่มก่อการร้าย การแจกใบปลิวเรียกร้องสิทธิที่จะนับถือศาสนาขององค์กรนี้ในไทยจึงกลายเป็นเรื่อง 'ผิดกฎหมาย' เพื่อเอาใจผู้นำเผด็จการของประเทศจีนที่เคยฆ่าฟันขบวนการนักศึกษาเพื่อประชาธิปไตยในกรณีการเอาใจจีน

เราจะเห็นว่ามีประเทศอิสระประเทศหนึ่งในเอเชียแปซิฟิก ที่ 'ไม่มีสิทธิ' มาเป็นสมาชิกสมบูรณ์ของเอเปคได้ นั่นคือประเทศไต้หวัน ในยุคนี้ประชาชนส่วนใหญ่ของในประเทศนี้ ได้แสดงจุดยืนที่ต้องการอยู่ร่วมกับจีนอย่างสันติและอิสระ แต่เอเปคไม่ยอมสนับสนุนสิทธิเสรีภาพของชาวไต้หวันเลย

เอเปคเป็นเวทีเพื่อขยายนโยบายเลวทรามที่เป็นประโยชน์กับกลุ่มทุนเท่านั้น
ท่ามกลางการส่งเสริมกลไกตลาดเสรี เราจะเห็นชัดว่าผู้จัดงานเอเปค โดยเฉพาะรัฐบาลไทย ให้ความสำคัญกับคนใหญ่คนโตมากกว่าประชาชนธรรมดาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการกวาดล้างคนจนออกจากเมือง เรื่องการปรามสิทธิในการประท้วงแสดงความเห็น เรื่องการไม่มีการปรึกษาหารือกับรัฐสภาไทยและสังคมไทยโดยรวม ในเรื่องการส่งทหารไปหนุนสหรัฐในอิรัก หรือเรื่องการอนุญาตให้มีฐานทัพสหรัฐในเมืองไทยในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง โดยไม่ปรึกษาใคร

นอกจากนี้มีเหตุการณ์ที่น่าเกลียดที่สุดเกิดขึ้นคือ

* โรงพยาบาลเอกชนมีการแจกบัตรรักษาพยาบาลฟรี สำหรับผู้เข้าร่วมประชุม 10,000 บัตร ในขณะที่พลเมืองยากจนของไทยต้องเสีย 30 บาทเพื่อรักษาโรคในบริการชั้นสอง ข่าวการเสียชีวิตของเด็กอ่อนที่โรงพยาบาลช้างเผือกเชียงใหม่ ในขณะที่เตรียมการประชุมเอเปค แสดงให้เห็นโลกแห่งความแตกต่างของเอเปคอย่างแท้จริง การแจกบัตรรักษาพยาบาลฟรีให้ผู้นำเอเปคในขณะที่ผู้ติดเชื้อเอชไอวีในไทยยังเข้าไม่ถึงยารักษาโรค และในขณะที่กำลังคุยกันว่าจะปกป้องลิขสิทธิ์และกำไรของบริษัทยาข้ามชาติ เป็นเรื่องที่เลวทรามที่สุด

* เอเปคอ้างว่าจะส่งเสริมเศรษฐกิจบนพื้นฐานความรู้สมัยใหม่อย่างทั่วถึง แต่การผลักดันให้มีการเคารพสิทธิอันไม่ชอบธรรมที่จะเก็บค่าลิขสิทธิ์โปรแกรมคอมพิวเตอร์ เป็นสิ่งที่สวนทางกับคำประกาศของเอเปค ถ้าคนไทยทุกคนต้องเสียค่าลิขสิทธิ์เป็นหมื่นๆ ให้บริษัทไมโครซอฟท์ซึ่งเจ้าของเป็นนายทุนที่รวยที่สุดในโลกอยู่แล้ว คนไทยส่วนใหญ่จะไม่มีวันมีหุ้นส่วนในเศรษฐกิจเทคโนโลยีใหม่ของอนาคตเลย ความรู้และเทคโนโลยีควรจะเป็นทรัพย์สินส่วนรวมของสังคมมนุษย์ ดังนั้นเราควรฝ่าฝืนลิขสิทธิ์ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปัญญาหรือเรื่องยาเพื่อเสรีภาพของมนุษย์ที่แท้จริง

* รัฐบาลไทยผลักดันแนวเสรีนิยมกลไกตลาดโดยไม่มีข้อจำกัดเลย รัฐบาลไทยและรัฐบาลสหรัฐต้องการให้มีการกู้สถานการณ์จากความล้มเหลวของการเจรจา WTO แม้แต่ประเทศเพื่อนบ้าน เช่น มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ยังไม่คล้อยตามสหรัฐถึงขนาดนี้ การคล้อยตามสหรัฐแบบนี้ของรัฐบาลไทย ทำให้ไม่สามารถเรียกร้องให้สหรัฐ แคนาดา และญี่ปุ่น ลดระดับงบประมาณหนุนช่วยอุตสาหกรรมเกษตรในประเทศของเขาได้เลย

สรุปแล้ว รัฐบาลไทยอาสาสมัครจะถวายชีวิตและความเป็นอยู่ของเกษตรกรไทย ให้กลุ่มทุนเกษตรข้ามชาติโดยไม่มีการพยายามต่อรองอะไรทั้งสิ้น ในอนาคตเกษตรกรไทยควรพิจารณาให้ดีว่าควรจะลงคะแนนเสียงสนับสนุนพรรคไทยรักไทยหรือไม่

และสุดท้าย ...ในเรื่องนโยบายการส่งออก เราต้องตั้งคำถามกับรัฐบาลว่า ถ้าประเทศไทยสามารถขายสินค้าส่งออกให้สหรัฐมากขึ้น กรรมกรไทยที่ทำงานในอุตสาหกรรมส่งออก และเป็นผู้ผลิตมูลค่าของสินค้า จะได้รับค่าจ้างเพิ่มหรือไม่? จะมีการปรับค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 200 บาทต่อวันอย่างเร่งด่วนหรือไม่?

หรือผลประโยชน์จากการส่งออกมากขึ้นจะตกกับกลุ่มทุนไทยและต่างชาติเท่านั้น?

 

 

ไปหน้าแรกของมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน I สมัครสมาชิก I สารบัญเนื้อหา I ประวัติ ม.เที่ยงคืน

webboard(1) I webboard(2)

e-mail : midnightuniv@yahoo.com

หากประสบปัญหาการส่ง e-mail ถึงมหาวิทยาลัยเที่ยงคืนจากเดิม
midnightuniv@yahoo.com

ให้ส่งไปที่ใหม่คือ
midnight2545@yahoo.com
มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนจะได้รับจดหมายเหมือนเดิม

 

สำหรับสมาชิกที่ต้องการ download ข้อมูล อาจใช้วิธีการง่ายๆดังต่อไปนี้

1. ให้ทำ hyper text ข้อมูลทั้งหมด
2. copy ข้อมูลด้วยคำสั่ง Ctrl + C
3. เปิด word ขึ้นมา (microsoft-word หรือ word pad)
4. Paste โดยใช้คำสั่ง Ctrl + V
จะได้ข้อมูลมา ซึ่งย่อหน้าเหมือนกับต้นฉบับทุกประการ
(กรณีตัวหนังสือสีจาง ให้เปลี่ยนสีเป็นสีเข้มในโปรแกรม Microsoft-word)

 

บทความเกี่ยวเนื่องกับการประชุมเอเปค ซึ่งจัดขึ้นในประเทศไทยเดือนตุลาคม ๒๕๔๖ โดย ใจ อึ้งภากรณ์
ภาพประกอบดัดแปลง เพื่อใช้ประกอบบทความวิชาการบนเว็ป มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน : การที่สหรัฐยกระดับความสัมพันธ์กับไทยทางทหารไปสู่พันธมิตรพิเศษนอกนาโต ไม่ได้เป็นประโยชน์สำหรับชาวไทย แต่เป็นภัยต่อประชาชนไทยเพราะ สหรัฐจะสามารถใช้ไทยเป็นคลังสะสมอาวุธได้ ซึ่งเปิดทางให้มีฐานทัพในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง สหรัฐสามารถกดดันร้องเรียนให้ไทยสนับสนุนสงครามของสหรัฐ ทั้งๆ ที่อาจไม่มีสัญญาเป็นทางการก็ตาม รัฐบาลไทยชักศึกเข้าบ้านทำให้เรากลายเป็นเป้าหมายของการก่อการร้าย เราต้องถามรัฐบาลทักษิณว่าการเป็นพันธมิตรทางทหารกับสหรัฐเป็นไปเพื่อรบกับใคร?
A group of words from the text
เราอยากได้คำตอบชัดๆ ว่ารัฐบาลไทยเตรียมทหารจะไปรบกับใครเพื่ออะไร? ทหารไทยเตรียมรบกับประชาชนไทยในรูปแบบเดิมๆ เช่น ในกรณี 14 ตุลาคม 6 ตุลาคม และพฤษภาทมิฬ หรือมีการเตรียมให้ทหารไทยไปฆ่าคนต่างแดนเพื่อรับใช้สหรัฐอเมริกาเหมือนยุคสงครามเวียดนาม? (พันธมิตรพิเศษนอกนาโต ? No thank you !)
สหรัฐผลักดันให้มีการห้ามซื้อขายอาวุธทำร้ายเครื่องบินชนิดที่ถือในมือได้ ซึ่งเป็นเรื่องดี แต่ในขณะเดียวกันสหรัฐพร้อมจะใช้ระเบิด และกับระเบิดที่ฆ่าฟันและทำร้ายเด็กๆ ทั่วโลก และสหรัฐไม่เคยจริงใจในการกวาดล้างทำลายกับระเบิดที่มาจากสงครามของตนเองเลย ซึ่งทุกวันนี้ยังเป็นปัญหาในลาวและเขมร... การปราบปรามองค์กรตามประเทศต่างๆ ที่สหรัฐและพันธมิตรมองว่าเป็น 'ผู้ก่อการร้าย' มักจะเป็นข้ออ้างเสมอในการคุกคามและป้ายร้ายขบวนการเรียกร้องสิทธิทางสังคมที่มีความชอบธรรม เช่น ขบวนการแบ่งแยกดินแดนในฟิลิปปินส์ หรืออินโดนีเซีย เป็นต้น แม้แต่องค์กรศาสนาอย่างฝ่าหลุนกงยังถูกเหมารวมกับกลุ่มก่อการร้าย
โรงพยาบาลเอกชนมีการแจกบัตรรักษาพยาบาลฟรี สำหรับผู้เข้าร่วมประชุม 10,000 บัตร ในขณะที่พลเมืองยากจนของไทยต้องเสีย 30 บาทเพื่อรักษาโรคในบริการชั้นสอง ข่าวการเสียชีวิตของเด็กอ่อนที่โรงพยาบาลช้างเผือกเชียงใหม่ ในขณะที่เตรียมการประชุมเอเปค แสดงให้เห็นโลกแห่งความแตกต่างของเอเปคอย่างแท้จริง การแจกบัตรรักษาพยาบาลฟรีให้ผู้นำเอเปคในขณะที่ผู้ติดเชื้อเอชไอวีในไทยยังเข้าไม่ถึงยารักษาโรค และในขณะที่กำลังคุยกันว่าจะปกป้องลิขสิทธิ์และกำไรของบริษัทยาข้ามชาติ เป็นเรื่องที่เลวทรามที่สุด ท่ามกลางการส่งเสริมกลไกตลาดเสรี เราจะเห็นชัดว่าผู้จัดงานเอเปค โดยเฉพาะรัฐบาลไทย ให้ความสำคัญกับคนใหญ่คนโตมากกว่าประชาชนธรรมดาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการกวาดล้างคนจนออกจากเมือง