เว็ปไซค์มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน ทางเลือกเพื่อการศึกษาสำหรับสังคมไทย เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน สมดุล และเป็นธรรม : ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2543 (ครบรอบ 3 ปี)

มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
กลางวันเรามองเห็นอะไรได้ชัดเจน
แต่กลางคืนเราต้องอาศัยจินตนาการ


Website ของมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
สร้างขึ้นมาเพื่อผู้สนใจในการศึกษา
โดยไม่จำกัดคุณวุฒิ

สนใจสมัครเป็นสมาชิก
กรุณาคลิก member page
ส่วนผู้ที่ต้องการดูหัวข้อบทความ
ทั้งหมด ที่มีบริการอยู่ขณะนี้
กรุณาคลิกที่ contents page
และผู้ที่ต้องการแสดงความคิดเห็น
หรือประกาศข่าว
กรุณาคลิกที่ปุ่ม webboard
ข้างล่างของบทความชิ้นนี้

หากต้องการติดต่อกับ
มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
ส่ง mail ตามที่อยู่ข้างล่างนี้
midnight2545@yahoo.com
midnightuniv@yahoo.com

สอบตามหลักเกณฑ์ที่เข้มงวดของ UNHCR ตามข้อตกลงที่รัฐบาลไทยในสมัยนั้นได้ร้องขอให้ UNHCR เข้ามาช่วยเหลือดำเนินการ จะเห็นว่า UNHCR ออกหนังสือ POC ให้กับนักศึกษาจำนวนน้อยมาก เมื่อเทียบกับนักศึกษาพม่าจำนวนมากที่หนีภัยการปราบปรามจากกองทัพทหารพม่า

จะเห็นว่า การให้ข่าวของนายกรัฐมนตรีขาดการตรวจสอบ และบิดเบือนข้อเท็จจริง เพราะเป็นไปไม่ได้ที่ UNHCR จะเข้ามาดำเนินการใด โดยปราศจากการร้องขอจากรัฐบาลไทย ในทางการเมืองระหว่างประเทศ ถือเป็นแนวปฏิบัติโดยทั่วไปว่า ข้อตกลงใด ๆที่องค์การระหว่างประเทศได้ทำไว้กับรัฐบาลหนึ่ง มีผลผูกพันธ์กับทุกรัฐบาล ไม่ว่าจะมีการเปลี่ยนพรรคการเมืองที่เข้ามาเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล จึงเป็นการบิดเบือนอย่างมากที่รัฐบาลไทยไปกล่าวโทษ UNHCR ที่ได้เข้ามาช่วยเหลือ ผ่อนหนักผ่อนเบาภาระต่าง ๆของประเทศในสถานการณ์ที่มีชาวพม่าจำนวนมากหลบหลีกหนีภัยการเมืองมาพึ่งหาความสงบร่มเย็นในแผ่นดินไทย

คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตยในพม่า (กรพ.) ซึ่งประกอบด้วยนักสิทธิ มนุษยชน ทนายความ นักวิชาการ จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลไทย ทำงานและออกนโยบายต่าง ๆบนพื้นฐานของการมีวิจารณญาณของประชาธิปไตย และรักษาความมีมนุษยธรรมที่ประชาชนคนไทยได้รับการยกย่องเชิดชูมาโดยตลอด

คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตยในพม่า (กรพ.)
1 กรกฎาคม 2546

หมายเหตุ หนังสือ Person of Concern (POC) เป็นหนังสือแสดงตน ที่ UNHCR ออกให้ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการพิจารณาสถานภาพผู้ลี้ภัย ซึ่งหมายถึง บุคคลที่อยู่นอกอาณาเขตแห่งรัฐตน และมีความกลัวอันสมควรแก่เหตุต่อภัยประหัตประหาร (หมายถึง ชีวิต/เสรีภาพที่ถูกคุกคาม ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน อย่างรุนแรง) อันเนื่องมาจากเหตุแห่ง เชื้อชาติ สัญชาติ ศาสนา และความคิดเห็นทางการเมือง (คำนิยามนี้ ปรากฏอยู่ในอนุสัญญาว่าด้วยผู้ลี้ภัย 1951 )

 

นโยบายต่างประเทศของไทยต่อพม่า และการจัดระเบียบนักศึกษาพม่า
คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตยในพม่า (กรพ.)
Thai Action Committee for Democracy in Burma (TACDB)

ที่ กรพ.พิเศษ/2546
4 กรกฎาคม 2546

เรื่อง นโยบายต่างประเทศของไทยต่อพม่า และการจัดระเบียบนักศึกษาพม่า
เรียน ประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร

คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตยในพม่า (กรพ.) ซึ่งก่อตั้งมาตั้งแต่ พ.ศ. 2532 ประกอบด้วย นักสิทธิมนุษยชน นักวิชาการ ทนายความ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรณรงค์ให้สังคมไทยมีความเข้าใจต่อสภาพปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนในพม่า และเข้ามีส่วนร่วมในการรณรงค์เรียกร้องให้เกิดประชาธิปไตยในพม่า ด้วยเห็นว่า ความสงบสันติมิอาจเกิดขึ้นได้ในภูมิภาคนี้ และโดยเฉพาะในบริเวณชายแดนไทยเขตติดต่อกับพม่า ตราบใดที่ระบอบประชาธิปไตย และการเคารพในหลักสิทธิมนุษยชน อันเป็นวิถีการเมืองและหลักการที่เป็นที่ยอมรับของประชาคมโลก ไม่เกิดขึ้นอย่างแท้จริงในพม่า

กรพ. ได้ติดตามนโยบายต่างประเทศของไทยต่อพม่า และการเคลื่อนไหวของรัฐบาลไทยโดย เฉพาะต่อนโยบายการควบคุมการรณรงค์เรียกร้องประชาธิปไตยในพม่า ไม่ว่าจะเป็นการกดดันมิให้นักศึกษาพม่ามีโอกาสแสดงความคิดเห็นทางการเมือง ด้วยสันติวิธี การควบคุมให้นักศึกษาอยู่ในค่ายกักกัน ตลอดจนการผลักดันให้นักศึกษาพม่าไปประเทศที่สาม

การดำเนินการของรัฐบาลไทยดังกล่าว นอกจากจะเป็นการปิดกั้นสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานที่พึงมีตามระบอบประชาธิปไตยแล้ว ยังเห็นได้ว่าเป็นการพยายามเอาใจเผด็จการทหารพม่า ที่เรียกตัวเองว่า SPDC (State of Peace and Development Council) ซึ่งกำลังถูกนานาชาติกดดันและบอยคอต เพิกถอนการให้ความช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่ SPDC ถูกตรวจสอบมิให้วีซ่าเดินทางเข้าประเทศ ทรัพย์สินเงินทองที่ SPDC ฝากไว้ในนานาประเทศเหล่านี้ถูกยึด และถอดถอน ฯลฯ ทั้งนี้ ด้วยนานาชาติ ได้เห็นแล้วว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา SPDC ไม่ได้มีความตั้งใจใด ๆในอันที่จะดำเนินการเพื่อก่อให้เกิดกระบวนการเจรจาที่นำไปสู่ประชาธิปไตยในพม่าอย่างสันติวิธี โดยเฉพาะการใช้ผลการเลือกตั้งที่ประชาชนพม่ากว่า 80% ของประเทศ ลงคะแนนเสียงเลือกให้พรรค NLD (National League of Democracy) ที่มีนางออง ซาน ซู จี เป็นผู้นำพรรค ขึ้นมาเป็นผู้บริหารปกครองประเทศ

ผลการเลือกตั้งดังกล่าว ชี้ว่า SPDC ไม่มีความชอบธรรมใด ๆในการปกครองประเทศ และไม่มีสถานะใด ๆที่จะเป็นตัวแทนของประชาชนพม่าในการดำเนินการใด ๆ นโยบายการเอาอกเอาใจของรัฐบาลไทย ต่อ SPDC จึงถือเป็นความผิดพลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฐานะที่รัฐบาลไทยเองเป็นรัฐบาลที่มาจากการ เลือกตั้ง และเคารพในระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย จึงไม่เป็นการสมควรอย่างยิ่ง ที่จะสนับสนุนการ ปกครองด้วยเผด็จการทหารในประเทศเพื่อนบ้าน การสนับสนุนเผด็จการทหารในประเทศเพื่อนบ้าน มีแต่จะนำมาซึ่งความวุ่นวายตามบริเวณชายแดน ส่งผลต่อความไม่มั่นคงในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และกระทบต่อผลประโยชน์ของประเทศในระยะยาว

บทบาทของรัฐบาลไทยและ ASEAN ในฐานะองค์การของรัฐบาลประเทศในภูมิภาคนี้ จึงควรเป็นไปเพื่อให้เกิดกระบวนการที่นำไปสู่ระบอบที่สะท้อน และตอบสนองความต้องการของประชาชนส่วนใหญ่ในพม่าอย่างแท้จริง ดังนั้น บนฐานคิดที่ว่าไม่มีประเทศใดจะสามารถอยู่ได้โดดเดี่ยวโดยปราศจากการพึ่งพาของประเทศอื่น ไม่มีประชาชนในชนชาติ เชื้อชาติ ภาษาใด อยู่โดยไม่สัมพันธ์กับประชาชนชนชาติ เชื้อชาติ ภาษาอื่น จึงเป็นหน้าที่ของเพื่อนมนุษย์ที่มีมิตรภาพต่อกัน จำต้องช่วยเหลือเกื้อกูลกัน และหาหนทางที่จะนำมาซึ่งความ มั่นคง และสันติสุขที่แท้จริงร่วมกัน

กลุ่มนักศึกษาพม่า ที่เข้ามาทำงานเรียกร้องประชาธิปไตย เป็นกลุ่มหนุ่มสาวที่ถูกเผด็จการทหารพม่าปราบปรามจนต้องหลบหนีเอาชีวิตรอดเข้ามาประเทศไทย กลุ่มนักศึกษาเหล่านี้ ล้วนเป็นปัญญาชนและเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศพม่าในอนาคต การควบคุมกดดันเสรีภาพในการแสดงออกซึ่งความคิดเห็นของกลุ่มนักศึกษาเหล่านี้ นอกจากจะเป็นการขัดแย้งกับพื้นฐานของหลักสิทธิมนุษยชนที่ประเทศไทยได้ ลงนามให้สัตยาบันกับนานาประเทศแล้ว ยังเป็นการใช้อำนาจอย่างเผด็จการสวนทางกับความต้องการของประชาชนส่วนใหญ่ในพม่า

กรพ. จึงเรียนมาเพื่อขอให้คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ในฐานะผู้แทนอันชอบธรรมที่มาจากการเลือกตั้ง ได้ดำเนินการให้มีการทบทวนนโยบายของรัฐบาลที่มีต่อประเทศพม่าและต่อนักศึกษาพม่า ดังนี้

1. กำหนดมาตราการที่จะเป็นการผลักดันเร่งรัดให้ SPDC ดำเนินการคืนอำนาจให้ประชาชน พม่า เพื่อให้สถานการณ์ในพม่าคืนสู่ภาวะปกติโดยเร็ว หาก SPDC ยังคงดึงดันต้องการรักษาอำนาจผลประโยชน์ ให้ตนเองและพวกพ้อง รัฐบาลไทย และ ASEAN ควรมีมาตรการไม่รับรอง SPDC ในการเป็นตัวแทนที่ชอบธรรมของประชาชนพม่า เลิกคบหาสมาคมและยุติความสัมพันธ์ทางการค้ากับ SPDC

2. เปิดโอกาสให้นักศึกษาพม่ามีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง และเรียกร้อง ประชาธิปไตยในพม่าด้วยสันติวิธี ภายใต้กฎหมายไทย

3. สนับสนุนและให้ความช่วยเหลือแก่กลุ่มนักศึกษาพม่า ในอันที่จะพัฒนาศักยภาพ ความรู้ ความสามารถที่มีอยู่ เพื่อให้เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยในพม่าต่อไป

จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา ผลเป็นประการใด กรุณาแจ้งให้ทราบด้วย จักขอบคุณยิ่ง

ขอแสดงความนับถือ
(ลัดดาวัลย์ ตันติวิทยาพิทักษ์)
ประธานคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตยในพม่า (กรพ.)

 

 

ไปหน้าแรกของมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน I สมัครสมาชิก I สารบัญเนื้อหา I ประวัติ ม.เที่ยงคืน

webboard(1) I webboard(2)

e-mail : midnightuniv@yahoo.com

หากประสบปัญหาการส่ง e-mail ถึงมหาวิทยาลัยเที่ยงคืนจากเดิม
midnightuniv@yahoo.com

ให้ส่งไปที่ใหม่คือ
midnight2545@yahoo.com
มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนจะได้รับจดหมายเหมือนเดิม

 

สำหรับสมาชิกที่ต้องการ download ข้อมูล อาจใช้วิธีการง่ายๆดังต่อไปนี้

1. ให้ทำ hyper text ข้อมูลทั้งหมด
2. copy ข้อมูลด้วยคำสั่ง Ctrl + C
3. เปิด word ขึ้นมา (microsoft-word หรือ word pad)
4. Paste โดยใช้คำสั่ง Ctrl + V
จะได้ข้อมูลมา ซึ่งย่อหน้าเหมือนกับต้นฉบับทุกประการ
(กรณีตัวหนังสือสีจาง ให้เปลี่ยนสีเป็นสีเข้มในโปรแกรม Microsoft-word)

 

 

คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตยในพม่า (กรพ.) 1 กรกฎาคม 2546

แถลงการณ์ กรณีการจัดระเบียบนักศึกษาพม่าในประเทศไทย คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตยในพม่า (กรพ.) ซึ่งทำงานกับกลุ่มองค์กร นักศึกษาพม่ามานาน ได้ติดตามกระแสการรณรงค์ของรัฐบาลไทยเพื่อควบคุมการเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยในพม่า โดยเฉพาะนับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์การปะทะที่ตอนเหนือของพม่าเมื่อวันศุกร์ที่ 30 พฤษภาคม ที่ผ่านมาจนเป็นเหตุให้มีประชาชนพม่าเสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย และทำให้นาง ออง ซาน ซู จี ผู้นำ พรรค NLD (National League for Democracy) ซึ่งเป็นพรรคที่ชนะการเลือกตั้งครั้งล่าสุด และมีความชอบธรรมในการจัดตั้งรัฐบาล ถูกจับกุมคุมขัง โดยไม่ได้รับอนุญาตให้เยี่ยมเยียน

กรพ. เห็นว่าท่าทีของรัฐบาลไทย ซึ่งเป็นสมาชิกของประชาคมโลกที่ถือว่าประชาธิปไตยเป็นระบอบการปกครองที่ถูกต้อง รัฐบาลต้องมาจากการเลือกตั้ง กลับมีท่าทีความสัมพันธ์ใกล้ชิดโอนอ่อนผ่อนตาม SPDC (State of Peace and Development Council) ซึ่งเป็นกองทัพทหารพม่าที่ได้ใช้กำลังเข้ายึดอำนาจปกครองประเทศพม่า ด้วยการออกมาตราการต่าง ๆเพื่อมาระงับกิจกรรมที่จะเป็นการกดดัน SPDC และเรียกร้องให้มีประชาธิปไตยในพม่า

รัฐบาลไทย ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ได้กำหนดนโยบาย ต่าง ๆโดยมิได้มีวิจารณญาณบนพื้นฐานของประชาธิปไตย กล่าวอ้างการทำงานของนักศึกษาพม่าเพื่อประชาธิปไตยว่าเป็นการก่อความวุ่นวาย ทั้ง ๆที่ตลอดเวลาที่ผ่านมา นักศึกษาพม่าที่รณรงค์เพื่อประชาธิปไตย ด้วยหวังว่าสักวันหนึ่งจะได้กลับประเทศและพัฒนาประเทศของตนตามวิถีของอารยชนเยี่ยงอย่างประชาคมโลกทั้งหลาย ล้วนทำงานในกรอบของกฎหมายไทย ด้วยสันติวิธี แม้นในอดีตนานมาแล้ว จะมีบางกรณีที่ออกนอกกรอบอยู่บ้าง แต่พวกที่ออกนอกกรอบได้รับการจับกุมลงโทษ บรรดานักศึกษาพม่าเองได้สรุปบทเรียนและต่างสำนึกในบุญคุณที่แผ่นดินไทยได้เป็นที่พึ่งมานานนับสิบปี ต่างตระหนักถึงระเบียบและเคารพในกฎหมายไทย และไม่กระทำการใด ๆที่จะเป็นการล่วงละเมิดสิทธิของคนไทย

นักศึกษาพม่าที่ได้รับการรับรองด้วยหนังสือ Person of Concern (POC)* จากองค์การข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยสหประชาชาติ (UNHCR) ตามที่ปรากฏเป็นข่าว เป็นผู้นำนักศึกษา หากเทียบกับกรณีของประเทศไทย คือผู้นำนักศึกษาไทยในยุคเหตุการณ์ 14 ตุลา 6 ตุลา ที่ได้รับการตรวจ

 

บทความเผยแพร่ของมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน ลำดับที่ 286 เพื่อการค้นคว้าทางวิชาการ