เว็ปไซค์มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน ทางเลือกเพื่อการศึกษาสำหรับสังคมไทย เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยิน สมดุล และเป็นธรรม : ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2543 (ครบรอบ 3 ปี)

มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
กลางวันเรามองเห็นอะไรได้ชัดเจน
แต่กลางคืนเราต้องอาศัยจินตนาการ


Website ของมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
สร้างขึ้นมาเพื่อผู้สนใจในการศึกษา
โดยไม่จำกัดคุณวุฒิ

สนใจสมัครเป็นสมาชิก
กรุณาคลิก member page
ส่วนผู้ที่ต้องการดูหัวข้อบทความ
ทั้งหมด ที่มีบริการอยู่ขณะนี้
กรุณาคลิกที่ contents page
และผู้ที่ต้องการแสดงความคิดเห็น
หรือประกาศข่าว
กรุณาคลิกที่ปุ่ม webboard
ข้างล่างของบทความชิ้นนี้

หากต้องการติดต่อกับ
มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
ส่ง mail ตามที่อยู่ข้างล่างนี้
midnight2545@yahoo.com
midnightuniv@yahoo.com

การเพิ่มความใส่ใจในประเด็นเรื่องน้ำ อาหาร ความมั่นคง การศึกษา สุขภาพอนามัย และที่อยู่อาศัยให้เป็นส่วนหนึ่งของสิทธิทางเศรษฐกิจ และสังคม ถือเป็นความก้าวหน้าที่สำคัญ โดยได้พิจารณาจากประสบการณ์ที่ได้พบปะด้วยตนเองในหลาย ๆ ประเทศ ที่ได้มีโอกาสไปเยือนเมื่อครั้งเป็นข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชน แต่ที่แน่นอนก็คือเรายังต้องใช้ความพยายามมากกว่านี้

ข้าพเจ้ายังคงตระหนักว่า ยุทธศาสตร์ในการทำงานสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมที่มีประสิทธิภาพนั้น มีความสำคัญต่อการบรรลุเป้าหมายที่จะทำให้กระบวนการโลกาภิวัตน์กลายเป็นพลังด้านบวกสำหรับประชาชนของโลกทุกคน ตามที่ผู้นำรัฐบาลต่าง ๆ ได้ประกาศเจตจำนงร่วมกันไว้ในปฏิญญาแห่งสหัสสวรรษขององค์การสหประชาชาติเมื่อปี พ.ศ. 2543"

ข้าพเจ้าเชื่อว่า เครือข่ายสิทธิมนุษยชนด้านเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม (ESCR-NET) จะมีบทบาทสำคัญในการระดมความร่วมมือจากกลุ่มต่าง ๆ ที่หลากหลายให้ร่วมกันผลักดันให้รัฐบาลต่าง ๆ ได้ดำเนินการตามที่ได้ประกาศเจตจำนงไว้ รวมถึงการเปิดเวทีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานที่จะใช้ กรอบกฏหมาย การผลักดันนโยบาย และเครื่องมือในการรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชน มาปรับใช้อย่างมีประสิทธิภาพในการจัดการกับปัญหาตลาดโลกและกระบวนการการตัดสินใจได้อย่างไร?

ข้าพเจ้ายอมรับว่าเราประชาคมนักสิทธิมนุษยชนกำลังเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบาก

เมื่อสิบปีก่อน ผู้เข้าร่วมประชุมสิทธิมนุษยชนระดับโลกที่กรุงเวียนนา รู้สึกว่ามีความหวังต่ออนาคตของสิทธิมนุษยชน บรรยากาศในช่วงนั้นนักสิทธิมนุษยชนมีความรู้สึกว่าสงครามเย็นกำลังยุติลง และความแตกแยกทางความคิดเกี่ยวกับเรื่องสิทธิมนุษยชนในช่วง 50 ปีที่ผ่านมากำลังจะเลือนหายไป

การประชุมระดับโลกที่เวียนนาได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีและมีความหมาย และได้ก่อให้เกิดทศวรรษแห่งการพัฒนาสิทธิมนุษยชนที่มีความสำคัญยิ่ง จากการตระหนักถึงความสัมพันธ์ระหว่างประชาธิปไตย การพัฒนา และสิทธิมนุษยชน มาสู่การที่ระบบองค์การสหประชาชาติได้ให้ความสำคัญต่อสิทธิมนุษยชนมากขึ้นกว่าเดิม ทำให้ความก้าวหน้าที่สำคัญ ๆ เกิดขึ้นในหลายด้าน

เราก้าวเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 ด้วยเหตุการณ์สำคัญที่ผู้นำรัฐบาลประเทศต่าง ๆ ได้แถลงร่วมกันในปฏิญญาแห่งสหัสสวรรษขององค์การสหประชาชาติ ว่าประชาคมโลกได้ยืนยันในหลักการแห่งความยุติธรรมและกฎหมายระหว่างประเทศ สาระสำคัญของปฏิญญาดังกล่าวได้เน้นถึงความจำเป็นของความพยายามอย่างยั่งยืนในการสร้างอนาคตร่วมกัน บนพื้นฐานของความเป็นมนุษยชาติที่มีความหลากหลาย ซึ่งถือเป็นความหวังที่ดีที่สุดสำหรับศตวรรษที่ 21

แต่เพียงแค่ 1 ปี กับ 3 วัน หลังจากที่มีการรับรองปฏิญญาฉบับประวัติศาสตร์ เหตุการณ์อันน่าสะพรึงกลัวเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2544 ในสหรัฐอเมริกาก็ได้อุบัติขึ้น นำมาซึ่งความแตกต่าง และความหวังที่เริ่มเลือนลาง นับแต่วันนั้น ความมุ่งมั่นซึ่งได้ประกาศไว้แต่เดิมก็ถูกลดทอนลงเรื่อย ๆ โดยลัทธิก่อการร้าย โดยความหวาดกลัวและความไม่แน่นอนเกี่ยวกับอนาคต และ คำถามเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของสังคมที่เปิดกว้างที่จะรับค่านิยมสากล

สงครามในอิรักเป็นเหตุการณ์ล่าสุดและเป็นการทดสอบครั้งสำคัญที่สุดของความชอบธรรม และความเหมาะสมของระบบระหว่างประเทศในสถานการณ์ใหม่ของโลก

อันที่จริงแล้วความเจ็บปวดรวดร้าวของประชาชนส่วนใหญ่ มิได้เปลี่ยนแปลงไปมากนักภายหลังจาก เหตุการณ์ 11 กันยายน 2544 ความไม่มั่นคงของมนุษย์เป็นความจริงที่เกิดขึ้นทุกวี่วันก่อนเหตุการณ์ 11 กันยายน 2541 ในขณะที่ประชาชนหลายร้อยล้านคนยังตกอยู่ในสภาวะยากจนทุกข์เข็ญอย่างเต็มรูปแบบ หรือในเขตแดนของความขัดแย้ง ฯลฯ

สำหรับคนเหล่านี้ ความไม่มั่นคงของมนุษย์อาจไม่เท่ากับผู้ที่ถูกกระทำโดยลัทธิก่อการร้าย แต่ประเด็นอยู่ตรงที่ว่า อาหารสำหรับวันพรุ่งนี้จะมาจากไหน จะหางานทำได้อย่างไรเพื่อที่จะมีรายได้เพียงพอที่จะจ่ายค่าบ้านพักสำหรับครอบครัว หรือหาหยูกยาสำหรับเด็ก ๆ ที่กำลังจะเสียชีวิต

แล้วเราจะไปที่ไหนกัน แล้วเราที่อยู่ในประชาคมสิทธิมนุษยชนจะทำอย่างไรให้ประชาคมโลกหันหลับมาให้ความสนใจต่อฉันทามติกรุงเวียนนา และสารัตถะสำคัญของปฏิญญาแห่งสหัสสวรรษซึ่งเน้นย้ำถึงความสำคัญของกฏหมายระหว่างประเทศ และความร่วมมือในการบรรลุถึงซึ่งความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจและสังคมสำหรับประชาชนทุกผู้คน

ปัจจุบัน มีความจำเป็นที่จะมียุทธศาสตร์ใหม่สำหรับสิทธิมนุษยชน แม้ว่าการประชุมสิทธิมนุษยชนระดับโลกจะผ่านไปแล้วถึง 10 ปี ก็ตาม แต่ก็ยังต้องการความใส่ใจของรัฐ ของนักวิชาการ และ ของภาคประชาสังคมทั้งในประเทศที่พัฒนาแล้ว และประเทศที่กำลังพัฒนา ภารกิจด้านสิทธิมนุษยชนที่ผ่านมาเรียกได้ว่าบรรลุผลในระดับหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นในทางทฤษฎีหรือในการดำเนินการตามนโยบาย อย่างไรก็ดีสิทธิมนุษยชนมิได้เป็นเรื่องของนักกฎหมายเท่านั้น ยังมีภารกิจอีกมากที่จะต้องพัฒนาดำเนินการ รวมถึงการผนวกหลักการสิทธิมนุษชนเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย และแผนการปฏิบัติการ

นอกจากนี้เรื่อง "ความมั่นคงของมนุษย์" มีความสำคัญอย่างมากที่จะเชื่อมประสานเข้าเป็นเนื้อเดียวกับสิทธิมนุษยชน ในขณะที่มีการผลักดันแนวคิด "แนวทางสิทธิมนุษยชนในการพัฒนา" (Right-based Approach) เข้ามาสู่ระบบขององค์การสหประชาชาติในทุกภาคส่วน ในขณะที่คณะกรรมาธิการความมั่นคงมนุษย์ขององค์การสหประชาชาติเพิ่งเผยแพร่รายงานฉบับล่าสุด ซึ่งจะได้เห็นการเชื่อมโยงกันระหว่างสิทธิมนุษยชน และความมั่นคงของมนุษย์ ดังนั้นจึงเป็นโอกาสดีที่จะใช้ช่องทางคณะกรรมาธิการในการเน้นประเด็นสิทธิทางเศรษฐกิจและสังคมด้วย ตามที่บทรายงานฉบับดังกล่าวได้ระบุไว้

…ข้าพเจ้าเชื่อว่าพวกเราในประชาคมสิทธิมนุษยชนกำลังอยู่ในช่วงเวลาที่สำคัญยิ่ง มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีวิธีการใหม่ ๆ ในการจัดการกับความล้มเหลวของระเบียบปฏิบัติซึ่งเราได้เห็นว่าเป็นปัญหามานานกว่า 10 ปี เราคงต้องยอมรับว่ามีข้อจำกัดในทุก ๆ ด้าน ประเทศกำลังพัฒนาหลายประเทศยังไม่สามารถจัดการกับความรับผิดชอบของผู้นำรัฐบาลของเขาเอง รวมถึงเรื่องการปราบปรามการฉ้อราษฎร์บังหลวง และการบังคับใช้กฎหมาย ประเทศร่ำรวยหลายประเทศยังคงล้มเหลวในการให้ความช่วยเหลือจนอย่างพอเพียง ต่อประเทศกำลังพัฒนาที่มุ่งหวังในการขจัดปัญหาความยากจน นักสิทธิมนุษยชนยังคงมีข้อจำกัดในการสื่อสารกับขบวนการทางสังคมอื่น ๆ ที่กำลังทำงานด้านความยากจน และการเลือกปฏิบัติ

แม้ว่าปัญหาเหล่านี้ยังดำรงอยู่ แต่เราก็ยังเชื่อมั่นว่าอนาคตจะแตกต่างไปจากนี้ เครือข่ายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศของเราจะสามารถนำมาซึ่งโลกาภิวัตน์ที่นำโดยค่านิยมที่ดี และมีคุณธรรม เราจะสามารถแสวงหาหนทางใหม่ ๆ ในการนำมาซึ่งความก้าวหน้าของภารกิจที่จะบรรลุถึงสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนในทุกภูมิภาคของโลก ข้าพเจ้าเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าเครือข่ายองค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศเช่นท่านทั้งหลายจะเป็นกำลังสำคัญที่จะนำพาการเปลี่ยนแปลงไปสู่สังคมที่เป็นธรรม

วันจันทร์ที่ 9 มิถุนายน 2546.
บทความชิ้นนี้ได้รับจาก "Assembly of the Poor." (thaipoor@ksc.th.com)

 

ไปหน้าแรกของมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน I สมัครสมาชิก I สารบัญเนื้อหา I ประวัติ ม.เที่ยงคืน

webboard(1) I webboard(2)

e-mail : midnightuniv@yahoo.com

หากประสบปัญหาการส่ง e-mail ถึงมหาวิทยาลัยเที่ยงคืนจากเดิม
midnightuniv@yahoo.com

ให้ส่งไปที่ใหม่คือ
midnight2545@yahoo.com
มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนจะได้รับจดหมายเหมือนเดิม

 

สำหรับสมาชิกที่ต้องการ download ข้อมูล อาจใช้วิธีการง่ายๆดังต่อไปนี้

1. ให้ทำ hyper text ข้อมูลทั้งหมด
2. copy ข้อมูลด้วยคำสั่ง Ctrl + C
3. เปิด word ขึ้นมา (microsoft-word หรือ word pad)
4. Paste โดยใช้คำสั่ง Ctrl + V
จะได้ข้อมูลมา ซึ่งย่อหน้าเหมือนกับต้นฉบับทุกประการ
(กรณีตัวหนังสือสีจาง ให้เปลี่ยนสีเป็นสีเข้มในโปรแกรม Microsoft-word)

 

อดีตข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนสหประชาชาติระบุ
สถานการณ์สิทธิมนุษยชนถดถอยหนักหลังเหตุการณ์ 11 กันยายน 2544
นางแมรี โรบินสัน
อดีตข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งองค์การสหประชาชาติ
กล่าวแสดงปาฐกถาพิเศษเนื่องในโอกาสการประชุมเครือข่าย
สิทธิมนุษยชนสากล ด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม
เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2546 ที่โรงแรมโลตัสปางสวนแก้ว จังหวัดเชียงใหม

บทความมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน ลำดับที่ 275 เดือนมิถุนายน 2546
หัวเรื่อง "ปาฐกถาเรื่องสิทธิมนุษยชน" โดย นางแมรี โรบินสัน
อดีตข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งองค์การสหประชาชาติ
9 มิถุนายน 2546 ที่โรงแรมโลตัสปางสวนแก้ว จังหวัดเชียงใหม

บทความของมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน ไม่สงวนสิทธิในการนำไปใช้ประโยชน์ทางวิชาการ
หากนำไปใช้ประโยชน กรุณาอ้างอิงถึงแหล่งที่มาตามสมควร
(บทความชิ้นนี้เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2545 - ความยาวประมาณ 3.5 หน้ากระดาษ A4)
สมาชิกและผู้สนใจ ประสบปัญหาภาพและตัวหนังสือซ้อนกัน
กรุณาลดขนาดของ font ลง จะแก้ปัญหาได้

อดีตข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนสหประชาชาติระบุ
สถานการณ์สิทธิมนุษยชนถดถอยหนักหลังเหตุการณ์ 11 กันยายน

เชียงใหม่ : นางแมรี โรบินสัน อดีตข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งองค์การสหประชาชาติ กล่าวแสดงปาฐกถาพิเศษเนื่องในโอกาสการประชุมเครือข่ายสิทธิมนุษยชนสากล ด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2546 ที่โรงแรมโลตัสปางสวนแก้ว จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีสภาเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนาแห่งเอเซีย (Forum Asia) และศูนย์ศึกษาการพัฒนาสังคม คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมเป็นเจ้าภาพ มีผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 350 คนจากทั่วโลก ถือเป็นการประชุมครั้งสำคัญขององค์กรด้านสิทธิมนุษยชนสากลอีกครั้งหนึ่งที่ได้จัดขึ้นในประเทศไทย

อดีตข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนกล่าวว่า
ในโอกาสที่เป็นการครบรอบ 10 ปีของการประชุมสิทธิมนุษยชนระดับโลกที่จัดขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายน 2536 ณ กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ที่รัฐภาคีของสหประชาชาติได้รับรองปฏิญญา และแผนปฏิบัติการสิทธิมนุษยชนเวียนนานั้น ได้ก่อให้เกิดคำถามว่า สถานการณ์สิทธิมนุษยชน หรือมรรควิธีของสิทธิมนุษยชนได้รับการยอมรับมากน้อยเพียงใด และหากว่าหลักการแห่งการแบ่งแยกมิได้ของสิทธิมนุษยชนใด ๆ ทั้งสิทธิด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม สิทธิพลเมือง และทางการเมืองยังไม่ได้รับการเชิดชูและยึดถือในประเทศต่าง ๆ ทั้งที่เป็นประเทศพัฒนาแล้ว และประเทศกำลังพัฒนานั้น มาตรฐานสิทธิมนุษยชนสากลจะมีส่วนในการปรับเปลี่ยนหรือส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงพลังของโลกาภิวัตน์อย่างมีประสิทธิภาพได้อย่างไร?