โครงการก้าวสู่คริสตศตวรรษที่ ๒๑ ด้วยการทบทวนประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา


Update: 03 Febuary 2007
Copyleft2007
-Free Documentation License-
Copyleft : 2007, 2008, 2009
Everyone is permitted to copy and distribute verbatim copies of this license
document, but changing it is not allowed.
บทความทุกชิ้นที่นำเสนอบนเว็บไซต์นี้เป็นสมบัติสาธารณะ และขอประกาศสละลิขสิทธิ์ให้กับสังคม
มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนเปิดรับบทความทุกประเภท ที่ผู้เขียนปรารถนาจะเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน โดยบทความทุกชิ้นต้องยินดีสละลิขสิทธิ์ให้กับสังคม สนใจส่งบทความ สามารถส่งไปได้ที่ midnightuniv@gmail.com โดยกรุณาใช้วิธีการ attach file
H
บทความลำดับที่ ๑๑๔๕ เผยแพร่ครั้งแรกบนเว็บไซต์มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน ตั้งแต่วันที่ ๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๐ (January, 03,02.2007)
R

การปฏิวัติวงการแพทย์ที่ยังคงไม่สำเร็จ
Patch Adams: ฮอล์ลีวูด และสถาบันสุขภาพเกอซุนทายต์
สมเกียรติ ตั้งนโม : เรียบเรียง
คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

บทความบนหน้าเว็บเพจนี้ เรียบเรียงขึ้นมาจากงานแปล ๒ ชิ้น ประกอบด้วย
๑. ชีวประวัติและผลงานของแพท์ช อาดัมส์
๒. แพท์ช อาดัมส์ กับสถาบันสุขภาพ Gesundheit (เกอซุนทายต์)
ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับการปฏิวัติวงการแพทย์ที่เคร่งขรึมและดำทมึนแบบขนบจารีต
ไปสู่การดูแลรักษาคนไข้แบบองค์รวม สนุกสนาน กระทั่ง
เตลิดเปิดเปิง
การเปลี่ยนแปลงโรงพยาบาลให้เป็นสวนสนุก พร้อมทั้งไม่ละเลยองคาพยพของชุมชน และสิ่งแวดล้อม
midnightuniv@gmail.com

บทความเพื่อประโยชน์ทางการศึกษา
ข้อความที่ปรากฏบนเว็บเพจนี้ ได้มีการแก้ไขและตัดแต่งไปจากต้นฉบับบางส่วน
เพื่อความเหมาะสมเป็นการเฉพาะสำหรับเว็บไซต์แห่งนี้

มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน ลำดับที่ ๑๑๔๕
เผยแพร่บนเว็บไซต์นี้ครั้งแรกเมื่อวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐
(บทความทั้งหมดยาวประมาณ ๑๓ หน้ากระดาษ A4)

+++++++++++++++++++++++++++++++++++

เกริ่นนำ Patch Adams:
ภาพยนตร์ฮอล์ลีวูดเรื่อง Patch Adams ซึ่งนำแสดงโดยโรบิน วิลเลียมส์ เป็นเรื่องราวของแพทย์ที่มีพฤติกรรมเกินไปกว่าปกติในสายตาของวงการแพทย์แบบจารีต แต่ได้ให้แรงบันดาลใจในการเปลี่ยนแปลงวงการสุขภาพไปทั่วโลก ในชีวิตจริงของ Patch Adams เส้นทางที่เขาบุกเบิกเต็มไปด้วยก้อนกรวด เม็ดทราย และขวากหนาม มันแร้นแค้นและขาดแคลนการสนับสนุน แต่ด้วยแรงปรารถนาในอุดมคติที่มีอย่างไม่ลดละที่จะดำเนินไปบนเส้นทางใหม่ ในท้ายสุดทั่วโลกก็มองเห็นเขาทะลุออกมาจากแนวป่าของระบบดูแลรักษาแบบเก่าๆ และพร้อมให้ความช่วยเหลือ

ปัจจุบันเขาได้ก่อตั้งสถาบัน Gesundheit (เกอซุนทายต์, เป็นภาษาเยอรมัน แปลว่า"health"หรือ"สุขภาพ") ซึ่งที่นั่น นอกจากจะมีโรงพยาบาลแล้ว ยังมีศูนย์ศิลปะเพื่อการบำบัด, มีโครงการเกษตรกรรมเชิงลึก, มีโรงเรียนของเด็กๆ และบรรดาตัวตลกเต็มสถานพยาบาล. ทุกๆ ปีจะมีอาสาสมัครที่เป็นทั้งนักศึกษาแพทย์ และคนที่พร้อมอุทิศชีวิตให้กับความรักในผู้คนมากมายหลากหลายอาชีพ มาร่วมกันให้บริการชุมชน สังคม เพื่อเปลี่ยนแปลงโลกไปสู่สิ่งที่ดีกว่า จนกระทั่งปัจจุบันความคิดและอุดมคติดังกล่าวได้แผ่ขยายออกไปทั่วโลก

สำหรับในบทความเรียบเรียงขึ้นมาชิ้นนี้ ประกอบด้วย ๒ ส่วนคือ

๑. ชีวประวัติและผลงานของแพท์ช อาดัมส์
๒. แพท์ช อาดัมส์ กับสถาบันสุขภาพ Gesundheit (เกอซุนทายต์)

โดยเรื่องแรกนำมาจากสารานุกรมวิกกีพีเดีย ส่วนเรื่องที่สองเกี่ยวกับสถาบันสุขภาพ Gesundhiet เขียนโดย แพท์ช อาดัมส์ เอง

1. Patch Adams: ชีวประวัติและผลงานของแพทช์ อาดัมส์
Hunter "Patch" Adams (ฮันเตอร์ แพท์ช อดัมส์) เกิดเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 1945 - ปลายสงครามโลกครั้งที่ 2 ในวอชิงตัน, โคลัมเบีย ซึ่งเขาเป็นผู้ก่อตั้งสถาบันสุขภาพ the Gesundheit Institute ในปี ค.ศ.1972 ชีวิตของเขาได้กลายเป็นแบบจำลองสำหรับพล็อตเรื่องภาพยนตร์ฮอลลีวูด เรื่อง Patch Adams, นำแสดงโดย Robin Williams. ปัจจุบัน Adams ตั้งรกรากอยู่ที่ Arlington, Virginia, สถานที่ซึ่งเขาได้ให้การส่งเสริมสถานบริการสุขภาพทางเลือก(alternative health care)โดยการร่วมมือกับทีมงานในสถาบันดังกล่าว

หากจะกล่าวถึงท่าที บุคลิกภาพของ Patch Adams, เขาจัดว่าเป็นคนเลวของกองทัพ, แต่เป็นนักกิจกรรมสังคมที่ตัวฉกาจ, เป็นทูตพลเมือง, ตัวตลกมืออาชีพ, นักแสดง, แและนักเขียนในเวลาเดียวกัน แต่ละปีนั้นเขาจะมีการจระเตรียมกลุ่มอาสาสมัครต่างๆ จากทั่วทุกมุมโลก เดินทางไปในรัสเซียในฐานะนักแสดงตลก เพื่อนำความหวังและความสนุกสนานไปสู่บรรดาพวกเด็กๆ โดยเฉพาะเด็กกำพร้า, คนป่วย, และผู้คนทั่วๆไป. ในปี 1998 เขาได้เดินทางไปเยี่ยมเยือนบอสเนีย หนึ่งในประเทศคาบสมุทรบอลข่านที่ถูกแบ่งแยกออกจากกันโดยสงคราม ซึ่งเริ่มต้นขึ้นหลังจากยุติสงครามยูโกสลาเวีย

อาชีพเริ่มต้น (Early career)
หลังจากเข้าเรียนที่โรงเรียน Wakefield High School ในปี ค.ศ.1963, Patch Adams ได้ศึกษาต่อจนจบหลักสูตรแพทย์ (Doctor of Medicine) จาก the Medical College of Virginia, ภาควิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ ที่ Virginia Commonwealth University ในปี ค.ศ.1973, ซึ่งเขามีความโน้มเอียงด้านความเชื่อเกี่ยวกับความสัมพันธ์กันระหว่าง"สภาพแวดล้อม"กับ"สุขภาพที่ดี". เขาเชื่อว่าสุขภาพของปัจเจกบุคคลไม่สามารถแยกขาดจากสุขภาวะของครอบครัวได้, รวมถึงชุมชน และโลก. ผลที่ตามมา Patch และเพื่อนๆ ของเขาบางคนได้ร่วมกันก่อตั้งสถาบันสุขภาพ the Gesundheit! Institute ขึ้น ซึ่งดำเนินการในฐานะเป็นโรงพยาบาลชุมชนที่ให้บริการฟรี เป็นเวลา 12 ปี

สถาบันสุขภาพ The Gesundheit Institute
สถาบันสุขภาพ Gesundheit Institute ที่ได้รับการรื้อฟื้นปรับปรุงขึ้นมาใหม่ มีความคิดที่จะทำให้เป็นโรงพยาบาลและสถานดูแลสุขภาพด้านนิเวศชุมชนอย่างเต็มรูปแบบ (full-scale hospital and health care eco-community) พร้อมทั้งให้บริการฟรี ซึ่งตั้งอยู่ที่เวอร์จีเนียตะวันตก. เป้าหมายของสถาบันคือบูรณาการโรงพยาบาลตามแบบเดิมเข้ากับแพทย์ทางเลือก อาทิเช่น การฝังเข็ม, homeopathy (ความเชื่อที่ว่า ยาที่ใช้รักษาโรคสามารถทำให้เกิดอาการโรคได้ ถ้าให้ในปริมาณที่น้อยที่สุดแก่ผู้ทีไม่เป็นโรคนั้น) ฯลฯ การดูแลรักษาจะมีการบูรณาการการแพทย์กับศิลปการแสดง, การฝีมือ, ธรรมชาติ, การเกษตร, และการนันทนาการ. ปัจจุบันสถาบันแห่งนี้รับอาสาสมัครต่างๆ เข้ามาร่วมงานในภาคฤดูร้อนทุกๆ ปี โดยรับสมัครผ่านเว็บไซต์

โรงพยาบาลใหม่ไม่ได้ถูกสร้างขึ้น แม้ว่าจะมีการขยายเพิ่มเติมออกไปบ้างยังคุกหญิงของท้องถิ่น และโรงพยาบาลขนาดเล็กโรงหนึ่ง. มีการผลิตวิดีโอและหนังสือต่างๆ อย่างหลากหลายออกมาด้วย. นับจากทศวรรษที่ 1990s เป็นต้นมา Adams ได้ให้การสนับสนุน the Ithaca Health Alliance (IHA), เดิมทีก่อตั้งขึ้นมาในฐานะที่เป็น the Ithaca Health Fund (IHF) โดย Paul Glover. ในเดือนมกราคม 2006, IHA ได้ดำเนินการในแบบคลินิครักษาสุขภาพฟรี ซึ่งอันนี้ได้นำเอาแนวคิดของ Adams มาใช้. Patch Admas ยังได้รับการยกย่องอย่างมากในเรื่องการทำให้เป็น"ประชาธิปไตยทางด้านสุขภาพ"(Health Democracy), และเขาได้เขียนหนังสือเล่มหนึ่งในชื่อเดียวกันนี้ และได้มีการตีพิมพ์ออกเผยแพร่

แพท์ชเสนอให้มีการตรวจสมองของประธานาธิบดีสหรัฐฯ
(Patch offers to examine the head of the U.S. President)

ด้วยการเป็นทนายทางการแพทย์ของเขา, Adams ได้กลายเป็นที่รู้จักสำหรับกิจกรรมทางการเมืองต่างๆ ของเขา. ท่ามกลางการชนะความในศาลของ Adams, นับจากปี 1992 เกี่ยวกับ MindFreedom International, ซึ่งได้รวบรวมทนายจำนวน 100 กลุ่ม ในความพยายามร่วมกันที่จะรณรงค์เรื่องของสิทธิมนุษยชนเกี่ยวกับผู้คนที่ได้รับการวินิจฉัยโรคโดยความไร้สมรรถภาพต่างๆ ทางด้านจิตเวชศาสตร์. Adams เป็นผู้ซึ่งมีบทบาทนำในฐานะตัวแทนพันธมิตรในการรณรงค์เพื่อต่อต้านแนวทางด้านสุขภาพจิต หรือ New Freedom Commission on Mental Health ของประธานาธิบดี George W. Bush

หนึ่งในเป้าหมายหลักของแนวทางสุขภาพ New Freedom Commission ของประธานาธิบดี คือ ได้มีการพยายามที่จะกลั่นกรองสุขภาพจิตของคนอเมริกันมาตั้งแต่ต้น, ด้วยการประเมิน และการอ้างอิงการรับบริการต่างๆ ที่เป็นปฏิบัติการร่วมกัน" ประธานคณะกรรมาธิการเรื่องนี้ David Oaks กล่าวเพิ่มเติมว่า, ประธานาธิบดีบุช ต้องการที่จะทดสอบชาวอเมริกันทุกคนสำหรับ"อาการป่วยทางจิต". Adams ขานรับต่อเรื่องนี้โดยการอาสาสมัครที่จะเป็นผู้กลั่นกรองประธานาธิบดีบุช, เขากล่าวว่า "ท่านประธานาธิบดีเป็นผู้ที่ต้องการได้รับความช่วยเหลืออย่างมาก และผมจะไปเยี่ยมท่านสำหรับเรื่องดังกล่าวนี้"

แถลงการณ์เกี่ยวกับอาการห่อเหี่ยว/หดหู่ ซึ่งเป็นที่ถกเถียงกันมากของแพท์ช อดัมส์
(Patch Adams' controversial statements on depression)

ในการกล่าวสุนทรพจน์ครั้งหนึ่งที่ Vanderbilt University, Patch Adams พูดว่า "ความห่อเหี่ยวคือพฤติกรรมที่เห็นแก่ตัว และคุณไม่สามารถถูกทำให้ห่อเหี่ยว และกอดกับบางคนที่คุณรักเอาไว้ในใจคุณได้ในเวลาเดียวกัน - มันเป็นไปไม่ได้"

ข้อคิดของเขาอันนี้ได้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักโดย Scott Rodgers M.D., ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา ซึ่งกล่าวว่า "ผมถึงกับช็อคเอามากๆ ที่ได้ยินคนซึ่งมีชื่อเสียงและมีอิทธิพลทางวงการแพทย์พูดออกมาในทำนองนี้ เกี่ยวกับอาการป่วยทางจิต. ขณะเดียวกันผมเป็นคนแรกที่ยอมรับว่า พวกเราทั้งหลายต่างต้องการความรักในการมีชีวิตอยู่ของเรา ผมสามารถบอกกับคุณได้ว่า ผมได้พบเห็นคนป่วยเป็นจำนวนมาก ซึ่งท่วมท้นไปด้วยความรัก และการสนับสนุนต่อคนที่ตกอยู่อาการป่วยดังกล่าว ในฐานะคนที่มีอาการจิตใจห่อเหี่ยว สำหรับคนป่วยเหล่านี้ และสำหรับคนไข้ที่ปราศจากความรักและการสนับสนุน การบำบัดทางยาอาจเป็นสิ่งทดแทนที่เป็นทางเลือกการปกป้องรักษาชีวิต และไม่ควรที่จะหลีกเลี่ยงใดๆ ทั้งสิ้น"

การโต้ตอบต่อถ้อยคำข้างต้นจาก Patch Adams:"จากประสบการณ์ของผมเกี่ยวกับความห่อเหี่ยว มันไม่ใช่อาการป่วย แต่มันคือสิ่งบอกเหตุอันหนึ่ง และความป่วยไข้คือความเหงาหงอย เปล่าเปลี่ยว. ผมคิดว่า คุณสามารถที่จะวางเพื่อนๆ ลงในความคิดคุณในใจ เพื่อว่าคุณจะได้ไม่รู้สึกเหงา. อันที่จริงผมไม่สำนึกรู้ว่าผมกำลังเสนอคำตอบหนึ่งออกมา มากไปกว่าทิศทางที่เป็นไปได้ทางหนึ่งเท่านั้น. คนๆ นั้นสามารถสร้างชีวิตของเขาเองขึ้นมาได้โดยการใช้ความคิด, การเล่น, และกระทำในสิ่งที่เขาตัดสินใจทำ อะไรก็ตามที่เขาต้องการทำมัน. สิ่งซึ่งผมพบว่ามีประสิทธิผลมาก ก็คือมีสภาพแวดล้อมอันหนึ่ง ซึ่งอธิบายไว้ในหนังสือของผม เรื่อง Gesundheit และบนเว็บไซต์ http://www.patchadams.org."

"ถ้าใครสักคนเลือกที่จะทำงานกับอาการป่วยทางจิตโดยไม่มีการใช้ยาบำบัดทางจิต, สภาพแวดล้อมที่สลับซับซ้อนประเภทนี้ จะทำให้รู้สึกปลอดภัยโดยไม่มีการใช้ยา ซึ่งเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมผมจึงยืนยันในข้อนี้ และจะไม่ดำเนินการต่อเนื่องไปจนกว่าสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งหมดเหล่านี้ได้รับการสร้างขึ้น. เมื่อเราเปิดโรงพยาบาลขึ้นมาใหม่อีกครั้ง ที่นั่นจะมีหมอซึ่งสั่งยาบำบัดทางจิตต่างๆ น้อยที่สุด. ผมคิดว่าหนังสือเล่มที่สองของผม House Calls (แพทย์ที่ได้รับการเรียกหาให้มาดูแลที่บ้าน)[- หรือคนที่ถูกเรียกให้มาช่วยซ่อมแซมสิ่งต่างๆ] ซึ่งจะให้บทนำสั้นๆ เกี่ยวกับทิศทางต่างๆ สำหรับสุขภาวะทางจิต และเราต้องการสิ่งอำนวยความสะดวก หรือสิ่งแวดล้อมอันหนึ่ง ซึ่งทุกสิ่งเหล่านั้นสามารถเป็นไปในลักษณะพลวัต. เราไม่ได้คิดว่าเราถูก, อันที่จริงแล้ว เราคือทิศทางหนึ่ง และเป็นทางเลือกของปัจเจก"

สำหรับผู้สนใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่อง แพทช์ อาดัมส์ สามารถค้นคว้าได้ดังต่อไปนี้

- MindFreedom.org - 'President Bush and the Shrinking of the USA: Coalition of Advocacy Groups Says: "Start With the Top. Test President Bush for 'Mental Illness' First: "The "Real" Patch Adams Volunteers' (press release), MindFreedom.org, (August 16, 2004)

- PatchAdams.org - Patch Adams

- Holistic World.org- Holistic World Expo

- Patch Adams Profile Page- Video clip, book listings, speaking topics. Article on the speech that included the controversial statements
(From Wikipedia, the free encyclopedia)

2. แพท์ช อาดัมส์ กับสถาบันสุขภาพ Gesundheit (เกอซุนทายต์)
by Patch Adams, M.D.

ผมได้เข้าศึกษาที่โรงเรียนแพทย์เมื่อปี ค.ศ.1967 เพื่อใช้วิชาแพทย์ในฐานะเป็นพาหะสำหรับเปลี่ยนแปลงสังคม ผมใช้เวลาว่างศึกษาเรื่องราวประวัติศาสตร์เกี่ยวกับการดูแลรักษาสุขภาพจากทั่วโลก และมองหาแบบจำลองร่วมสมัยด้วยความคิดที่ว่า จะสร้างแบบจำลองทางการแพทย์อันหนึ่งขึ้นมา ซึ่งจะพูดถึงปัญหาทั้งมวลเกี่ยวกับวิธีการดูแลรักษาที่ได้รับการนำเสนอ ผมไม่มีเจตนาที่จะสร้างแบบจำลองที่จะเป็นคำตอบต่อปัญหาต่างๆ แต่จะเป็นแบบจำลองการแก้ปัญหาในเชิงสร้างสรรค์ และเพื่อจุดประกายสิ่งอำนวยความสะดวกทางการแพทย์ โดยออกแบบอุดมคติของพวกเขาเองขึ้นมา มากกว่ายอมจำนนต่อขยะหรือความไร้สาระของการดูแลรักษาสุขภาพที่ถูกจัดการอยู่ในเวลานี้ หรือยอมจำนนต่อความเป็นไปไม่ได้ของการดูแลรักษาสุขภาพที่มีมนุษยธรรม

การเริ่มต้นในบรรยากาศที่เป็นอยู่เกี่ยวกับสงครามการเมืองต่อความยากจน, ผมรู้สึกมั่นใจว่า โรงพยาบาลที่ให้บริการฟรีกับรัฐที่ยากจนที่สุด, อย่างเวอร์จีเนียตะวันตก, จะหาทุนสนับสนุนได้อย่างง่ายดาย และเราจะใช้เวลาก่อสร้างในช่วงเวลา 4 ปี ผมกระหยิ่มยิ้มย่องที่เขียนเรื่องนี้ในฐานะที่เราได้ล่วงเข้ามาในปีที่ 33 แล้วของการดำเนินโครงการ โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงพื้นฐานใดๆ ไปเลยเกี่ยวกับโรงพยาบาลแห่งนี้

แต่อย่างไรก็ตาม เราได้สอบถามสถาปนิกของเราเพื่อมุ่งสู่ความสำเร็จของภาพวาดต่างๆ เพื่อว่าเราจะสามารถเริ่มต้นก่อสร้างอาคารได้เร็วเท่าที่เรามีทุนสนับสนุนอยู่ในมือ. ไม่มีการดำเนินการใดๆ ที่มุ่งหน้าไปสู่สิ่งที่ผมได้จินตนาการใดๆ ทั้งสิ้น และวิสัยทัศน์นั้นมันลึกมาก ค่อนข้างกว้างขวาง และไกลกว่าจะไปถึงในฐานะผลสัมฤทธิ์ที่ตามมาอย่างรวดเร็วอันหนึ่งของความก้าวหน้าอันสุขุมรอบคอบนั้น

วิสัยทัศน์เริ่มต้นเป็นไปอย่างมีหลักการทั้งหมด เราได้ทำนุบำรุงมันมาโดยตลอดวันเวลาเหล่านี้ กล่าวคือ จะไม่มีการเรียกเก็บเงินในการรักษาพยาบาล. การแลกเปลี่ยนสิ่งของ(barter)กับการรักษาพยาบาล ก็ไม่ใช่ทางเลือกของเราด้วย. ตามข้อเท็จจริง เราต้องการขจัดความคิดในเรื่องหนี้สินเงินทองออกไป ในการมีปฏิสัมพันธ์ทางการแพทย์ ในฐานะที่เป็นหนทางหนึ่งเพื่อเริ่มต้นสร้างสรรค์ชุมชนขึ้นมาใหม่อีกครั้ง

เราไม่อยากให้ผู้คนคิดว่า พวกเขาเป็นหนี้บุญคุณบางสิ่งบางอย่าง; เราอยากให้ผู้คนทั้งหลายคิดว่า พวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของบางสิ่งบางอย่างเหล่านั้น. เราไม่อาจคิดหรือเชื่อเกี่ยวกับชุมชนหนึ่งว่าจะไม่ดูแลรักษาผู้คนของชุมชนตนเอง. อันนี้ยังหมายถึงการปฏิเสธที่จะยอมรับการชดเชยหรือตอบแทนของบุคคลที่สาม ทั้งคู่ปฏิเสธการจ่ายเงิน แต่กลับส่งเสริมอำนาจเค้นคอที่บริษัทประกันมีต่อวงการแพทย์ว่าจะปฏิบัติการทางด้านสุขภาพอย่างไร เราไม่มีอะไรเกี่ยวข้องเลยกับบริษัทประกันซึ่งประพฤติผิดต่อหน้าที่ ที่สร้างหรือยัดเยียดความกลัวและการขาดความไว้วางใจต่อการปฏิสัมพันธ์ทางการแพทย์ทุกๆ อย่าง

เรารับรู้ในหลักการและตระหนักในการเมืองเกี่ยวกับความอ่อนแอ ความไม่มั่นคง และทราบอย่างชัดเจนว่า เราเพียงสามารถที่จะให้การดูแลรักษาสุขภาพ และไม่เคยสัญญาที่จะรักษาให้หาย ท่ามกลางการพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ที่ไม่สมบูรณ์อย่างโต้งๆ เราต้องการสิทธิที่จะทำในสิ่งที่ผิดพลาด(In such a flagrantly imperfect science, we need the right to make mistakes.)

เสียงร้องซึ่งดังที่สุดของคนไข้ก็คือการขอความกรุณาและขอให้มีคนให้ความสนใจ อันนี้เป็นการเรียกร้องตลอดเวลา ด้วยเหตุนี้การเริ่มสัมภาษณ์คนไข้ทั้งหลายของเราจึงนานถึง 3-4 ชั่วโมง เพื่อว่าเราจะได้ตกหลุมรักในกันและกัน. ความคุ้นเคย ความใกล้ชิดสนิทสนมเป็นของขวัญอันล้ำค่ายิ่งที่เราสามารถให้ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ณ เตียงของผู้ป่วยที่กำลังใกล้ตาย ด้วยความเจ็บปวดซึ่งยากจะควบคุม อันเป็นปัญหาทางการแพทย์ที่แก้ไม่ตก. มันเป็นธรรมชาติที่จะเรียกหาแพทย์ประจำบ้าน(แพทย์ที่ไปหาถึงบ้าน - house call) ซึ่งคุ้นเคยสนิทสนมกัน

เมื่อตอนที่ผมทำหน้าแพทย์ประจำบ้านดังกล่าว ผมเปิดทุกๆ ลิ้นชักและสอดแนมไปทั่วทุกห้อง ผมต้องการรู้จักคนไข้ต่างๆ ในความสลับซับซ้อนของเขาทุกๆ อย่าง. มันเป็นความลับอันโดดเด่นในปฏิบัติการทางการแพทย์ (ซึ่งง่ายมากที่จะถูกลบเลือนไปเมื่อมันอยู่ในบริบทของธุรกิจ) ที่ว่า จะดูแลรักษาในสองทิศทาง(bidirectional)อย่างไร

ความคุ้นเคยสนิทสนมเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ให้การรักษาเช่นเดียวกับคนไข้ด้วย. การดูแลรักษาในลักษณะสองทิศทางนี้คือแกนหลักของของการปกป้องการป่วยหนัก ธุรกิจในวงการแพทย์สัมพันธ์เชื่อมโยงกับการดูแลรักษาด้วยแนวคิดเกี่ยวกับ"ภาระ", ซึ่งอธิบายถึงผู้คนทั้งหมดที่ต้องการการดูแลรักษาที่ไม่ได้มั่งคั่งร่ำรวย. แต่เราพบว่า ปฏิบัติการที่ไร้อุปสรรคกีดขวางเกี่ยวกับการแพทย์ เป็นประสบการณ์อันน่าปลาบปลื้มยิ่ง

ในการใช้เวลาไปเป็นจำนวนมากกับคนไข้ทั้งหลาย เราพบว่าคนส่วนใหญ่ซึ่งเป็นประชากรที่อยู่ในวัยทำงานของเรา ในแต่ละวันไม่ได้มีกำลังกาย-กำลังใจสำหรับชีวิต ซึ่งเรานิยามว่าเป็นสุขภาวะที่ดี. ความคิดดังกล่าวคือ บุคคลที่มีสุขภาวะหรือสุขภาพที่ดี กับผลจากห้องแล็บธรรมดาและเอ็กซเรย์ที่ชัดเจน ไม่ได้มีความสัมพันธ์กับที่คนเหล่านั้นดำเนินชีวิตเลย

สุขภาพที่ดีถูกทำให้เชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งกับความมีมิตรภาพ, ความใกล้ชิดสนิทสนม, การทำงานอย่างมีความหมาย, จิตวิญญานที่มีชีวิตชีวา, โอกาสอันหนึ่งเกี่ยวกับการบำรุงรักษาและปรนนิบัติกันด้วยความรัก, รวมถึงความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับธรรมชาติ, ศิลป, ความประหลาดใจ, สงสัย/อยากรู้อยากเห็น, กิเลสและความหวัง. ทั้งหมดของสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา หากเราต้องการมีสุขภาพที่ดี ดังนั้นมันจึงไม่ได้มีการปฎิบัติจริง. เมื่อเราไม่ได้พานพบกับความต้องการต่างๆ เหล่านี้ ธุรกิจเกี่ยวกับการแพทย์ไฮเทค จึงเข้ามาและวินิจฉัยอาการป่วยทางจิตและบำบัดอาการเหล่านี้ด้วยยา

สิ่งที่ผู้คนส่วนใหญ่ต้องการคือ การผูกพันหมั้นหมายกับชีวิต อันนี้คือเหตุผลที่ว่า ทำไมเราจึงบูรณาการการแพทย์กับศิลปะการแสดงอย่างเต็มที่, ศิลปะและการฝีมือ, เกษตรกรรม, ธรรมชาติ, การศึกษา, การพักผ่อน, ความบันเทิง และการบริการสังคม, ในฐานะที่เป็นสาระสำคัญของการดูแลสุขภาพ. เรารู้ว่ากิจกรรมทางการแพทย์ที่เยี่ยมที่สุดซึ่งเราทำได้สำหรับคนไข้ทั้งหลายก็คือ ช่วยพวกเขาให้มีทักษะในการสร้างมิตรภาพ และค้นหาความหมายในการดำรงชีวิตของพวกเขา อันนี้คือเหตุผลหลักของทีมงานหรือสต๊าฟในโรงพยาบาล

เรายืนหยัดบนมิตรภาพกับบรรดาคนไข้ของเรา ทำทุกอย่างให้ง่ายโดยไม่มีค่าใช้จ่าย และมอบความมีชีวิตชีวาของพวกเราให้กับพวกเขา. โดยอุดมคติ คนไข้แต่ละคนจะนำเอาสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดไปยังครอบครัวของตนเอง ขณะที่พวกเขาต่างมีสุขภาวะที่ดีและอยู่กับเราสองสามวันในฐานะเพื่อน รวมถึงคุ้นเคยกับโรงพยาบาล(ซึ่งเรียกว่าบ้าน, หรือที่หลบภัยจากภายนอก) เพื่อว่าพวกเขาจะได้อยู่อย่างมีความสุข ผ่อนคลาย กระทั่งได้รับการดูแลรักษา

โดยสาระแล้ว เราต้องการให้ผู้ป่วยทั้งหลาย นำเอาความสนใจและทักษะของพวกเขาทั้งหมดมาเป็นส่วนหนึ่งของสต๊าฟชั่วคราวของเรา เช่นเดียวกับการเป็นคนไข้ของเราในช่วงระหว่างที่ได้พำนักอยู่ที่นี่ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าหากว่าช่างซ่อมรถยนต์มาเป็นคนไข้คนหนึ่งของเรา เราก็จะประกาศไปยังคนยากจนในชุมชนว่า ใครบ้างที่ต้องการซ่อมรถของพวกเขา และทำให้มีกิจกรรมนั้นขึ้นขณะที่ช่างซ่อมรถยนต์มารับการดูแลที่โรงพยาบาล ช่างซ่อมรถอาจเปิดชั้นเรียนในเรื่องการซ่อมรถพื้นฐานง่ายๆ. ลักษณะต่างๆ เหล่านี้ช่วยสร้างชุมชน สรรค์สร้างบรรยากาศของการพึ่งพาอาศัยกัน และคนที่มารับการดูแลรักษาก็ไม่ต้องรู้สึกว่าเป็นหนี้บุญคุณอะไร เพราะพวกเขาเป็นทั้งผู้ช่วยและถูกช่วยเหลือในเวลาเดียวกัน

การช่วยเหลือเราได้ช่วยสนับสนุนส่งเสริมความหลากหลาย และอันที่จริงเป็นการให้บริการอย่างเต็มที่ในสิ่งที่เราวางแผนไว้ เรายืนยันอยู่บนการบูรณาการศิลปะกับการรักษาพยาบาลทุกๆ แขนงเข้าด้วยกัน. Allopathic medicine, รวมถึงการศัลยกรรม, ob/gyn, การดูแลโรคเด็ก, การรักษาโรคอวัยวะภายใน(โดยไม่ต้องผ่าตัด), ปฏิบัติการดูแลแบบครอบครัวและจิตเวชศาสตร์ ทุกๆ คนจะทำงานร่วมไม้ร่วมมือกันในฐานะการแพทยที่มาช่วยเติมเต็มให้กันและกัน

นอกจากนี้ยังหมายรวมถึง การฝังเข็ม, homeopathy, ธรรมชาติบำบัด(ด้วยอาหาร การออกกำลังกาย), chiropractic(การรักษาโดยจัดการกับโครงสร้างร่างกาย โดยเฉพาะกระดูกสันหลัง เพื่อบรรเทาอาการปวดหลัง ปวดหัว และความดันโลหิต), ayurvedic(อายุรเวช), anthroposophic(การบำบัดหรือปรับสมดุลระหว่างร่างกายและจิตใจให้ดีขึ้น - แนวคิดของ Rudolf Steiner), การใช้สมุนไพร, การบำบัดด้วยการสัมผัสจัดการกับร่างกาย และการบำบัดด้วยศรัทธา/ศาสนา(faith healing)

ทั้งหมดที่กล่าว ถือเป็นโอกาสอันน่าตื่นเต้นที่จะศึกษาว่าการแพทย์เหล่านี้ ทำงานร่วมกันอย่างไรภายใต้การสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด. สิ่งแวดล้อมทั้งมวลจะเป็นตัวอย่างอันหนึ่งของการแพทย์เพื่อการป้องกัน โดยสำรวจว่าจะช่วยคนไข้และครอบครัวของพวกเขาอย่างไรให้มีสุขภาวะที่ดีขึ้น (หรืออย่างน้อยที่สุดให้ดีกว่าเดิม)

นับจากเริ่มต้น, สังคม, สภาพแวดล้อม, และสุขภาวะของโลก ถูกรู้สึกว่าเป็นแก่นสารสำคัญ ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการทางการแพทย์. ความรุนแรงและความอยุติธรรมมันกลายเป็นประเด็นปัญหาทางการแพทย์. การไม่มีงานทำ, ความไม่ลงรอยกันและความขัดแย้งระหว่างคนรวยคนจน, ความยากจน, มลภาวะ, รัฐบาลคอรัปชั่น รวมถึงระบบเศรษฐกิจ ทั้งหมดเหล่านี้กลายเป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกับปฏิบัติการทางการแพทย์ด้วย มันมักจะเป็นการเชื้อเชิญและการกระตุ้นส่งเสริมที่ไปเกี่ยวพันกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคม แม้ว่าโดยส่วนตัวหรือในฐานะปัจเจกไม่ได้รู้สึกว่ามันมีผลกระทบต่อชีวิตของพวกเขาก็ตาม

เราประสงค์ที่จะสร้างชุมชนที่ดีขึ้นมาสำหรับผู้คน ซึ่งจริยธรรมของพวกเขากำลังห่วงกังวลต่อเรื่องเหล่านี้ทั้งหมด. ปัจจุบัน เราได้เพิ่มวิสัยทัศน์ของเราโดยสร้างโรงเรียนที่สอนเรื่องความเปลี่ยนแปลงทางสังคมให้กับชุมชนทั้งหมด ในฐานะที่เป็นห้องทดลองสิ่งเหล่านี้. เกษตรกรรมจะไม่ใช่เพียงเรื่องเกี่ยวกับการป้อนอาหารให้กับผู้คนเท่านั้น แต่จะเป็นการสำรวจตรวจค้นเข้าไปในเรื่องเกษตรกรรมยั่งยืน ความมั่นคงทางด้านอาหาร. เราจะใช้การออกแบบชุมชนในฐานะการทดลองอันหนึ่งเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่เหมาะสม

หนึ่งในลักษณะที่สุดขั้วที่สุดเกี่ยวกับวิสัยทัศน์ก็คือ เราต้องการให้กิจกรรมทั้งหมดได้รับการแผ่ซ่านไปด้วยความสนุกสนาน ผมต้องการสร้างโรงพยาบาลโง่ๆ เหลวไหลไร้สาระแห่งแรก(the first silly hospital)ขึ้นมาในประวัติศาสตร์. ความโง่จะได้รับการโอบกอด บ่อยครั้งที่เป็นไปอย่างสุดๆ เท่าๆ กันกับความลึกซึ้งที่สุดของสถานการณ์ต่างๆ เรามีความตายที่สนุกสนานและพิศดาร พฤติกรรมที่แปลกๆ ด้วยอาการป่วยทางจิต

ตามปรกติของเรา โลกที่จริงจังเคร่งเครียดด้วยสภาพแวดล้อมทางการแพทย์แบบเดิม ดำทมึน (แม้ว่าไม่มีงานวิจัยใดๆ สนับสนุนภาวะเคร่งเครียดเหล่านี้ และงานวิจัยนับพันๆ ชิ้น ให้การส่งเสริมความสนุกสนานและความขบขันในฐานะการบำบัดรักษา) เราเห็นว่าไม่มีอะไรขัดแย้งกันในความรู้สึกที่ว่า โรงพยาบาลก็สามารถเป็นสวนสนุกได้ กระทั่งบอกเป็นนัยๆ ว่า มันเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทีมงานและคนไข้ของเรา

ทีมงานในอุดมคติที่เราค้นหาโดยความตั้งใจ คือจะต้องมีความสุข สนุกสนาน น่ารัก ทำงานร่วมกันได้ และมีความคิดสร้างสรรค์ ผมทราบว่ากุญแจสำคัญที่จะสร้างสรรค์แบบจำลองอันงดงามนี้อยู่ในตัวของผู้คน ซึ่งตัดสินใจและเลือกจะอยู่ที่นั่น; เพราะมันคือผู้คนทั้งหลายนั่นเองที่เป็นผู้สร้างแบบจำลองอันนี้ขึ้นมา อุดมคติสามารถเป็นได้จริงเท่ากันกับคนซึ่งอยู่ที่นั่น ว่ากันทางการเมือง วิธีการที่มีอำนาจและทรงพลังที่สุดสำหรับความเปลี่ยนแปลงก็คือ การอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข มั่นคง และให้บริการด้วยความพอใจ มีการแสดงออกในเชิงสร้างสรรค์ของตัวเราอย่างเต็มที่ด้วยค่าแรงที่ต่ำสุดๆ ประเด็นดังกล่าวไม่ใช่การพยายามสอนให้เกิดทีมงานแบบนี้ แต่มันคือการค้นหาผู้คนซึ่งสำหรับพวกเขาแล้ว อันนี้คือวิถีชีวิตของพวกเขานั่นเอง

ในช่วง 12 ปีแรกของเรา (จากปี ค.ศ.1971-1983) เราทำสิ่งนี้ทั้งหมดในฐานะที่เป็นโครงการนำร่อง. ผู้ใหญ่ 20 คนและบรรดาลูกหลานของพวกเราช่วยกันทำงาน มันเป็นบ้านขนาด 6 ห้องนอน และเราเรียกบ้านหลังนี้ว่าโรงพยาบาล. เราเปิดบริการ 24 ชั่วโมง, 7 วันใน 1 สัปดาห์(โดยไม่มีวันหยุด), รองรับทุกๆ ปัญหาความป่วยไข้ของคนไข้นับตั้งแต่เกิดจนถึงตาย. 3 คนในจำนวนนั้นเป็นแพทย์ ในแต่ละเดือนเรารักษาคนป่วย 500-1000 คน ในแต่ละคืนเรามีคนไข้เข้ามา 5-15 ราย รวมทั้งหมดเราให้บริการทางการแพทย์ 150,000 คนแล้วในช่วง 12 ปีที่ผ่านมา โดยที่เรายังไม่เคยถูกฟ้องร้องเลยสักคดีเดียว

อย่างน้อยที่สุดคนไข้ประมาณ 3,000 คนมีอาการป่วยทางจิต และเราไม่เคยให้ยาโรคจิตเลย. เราอ้างเสมอถึงสิ่งที่เราไม่สามารถจัดการได้. จริงๆแล้ว มันเป็นความปลาบปลื้ม, มีเสน่ห์ตรึงใจ, และน่าเร้าใจ. ไม่มีใครบริจาคทรัพย์ให้เราและเรามีเท่ากับศูนย์: 1400 เหรียญสำหรับทุนจากมูลนิธิ ด้วยเหตุนี้ สต๊าฟของเราจึงต้องทำงานนอกเวลาเพื่อค่าใช้จ่ายและเพื่อปฏิบัติการทางการแพทย์. หลังจากดำเนินการมา 9 ปี ไม่มีใครทิ้งจากงานไปเลย สต๊าฟส่วนใหญ่พูดว่า พวกเขารู้สึกว่า เราจะไม่เคยได้รับทุนอุดหนุนเลยและต้องการที่จะหยุดมันเสียที. อันนี้คือช่วงเวลาที่เศร้าสุดๆ ของผม สำหรับผมแล้วรักพวกเขาทุกๆ คน และรู้ว่าผมจะต้องรักษาพวกเขาเอาไว้ให้ได้

ผมพยายามที่จะสร้างสรรค์งานขึ้นมาใหม่กว่า 3 ปี และตระหนักว่า เพื่อที่จะดำเนินการต่อไป ผมต้องการสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อสนับสนุนแบบจำลองในการดูแลรักษานี้ ด้วยเหตุดังนั้น จึงจะต้องมีการะดมทุนต่างๆ เพื่อสร้างมันขึ้นมา ปรากฏว่าความคิดของพวกเรามันค่อนข้างสุดขั้ว ที่จะได้มาซึ่งเงินทุนสนับสนุนธรรมดาซึ่งมีลักษณะแบบจารีต และด้วยเหตุนี้ผมจึงคิดว่า เราต้องนำมันไปสู่ประชาชนทั่วโลกเพื่อให้ได้มาซึ่งเงินทุนที่ต้องการ

แบบจำลองดังกล่าวสำหรับสังคมสมัยใหม่นั้น จะต้องโฆษณาและสร้างชื่อเสียง เหตุนี้ผมจึงได้ทำลายหลักการพื้นฐานข้อหนึ่งเกี่ยวกับปรัชญาของเรา นั่นคือ - ไม่โฆษณา - และกลายเป็นสาธารณะไป. สำหรับ 20 ปีหลังมานี้ เราได้ไต่เต้าไปสู่ความมีชื่อเสียงและรุ่งเรืองขึ้นโดยลำดับโดยความหวังที่ว่า เราจะดึงดูดทุนต่างๆ เพื่อมาสร้างอุดมคติของเรามากกว่าที่จะประนีประนอมวิสัยทัศน์ดังกล่าว. อันนี้นำไปสู่สิ่งที่สุดขั้วที่เกินกว่าปกติเอามากๆ นั่นคือในปี ค.ศ. 1998 เมื่อภาพยนตร์เรื่อง Patch Adams ได้ถูกเผยแพร่ โดย Robin Williams ได้แสดงเป็นตัวผม

ความพยายามเหล่านี้ได้นำเราไปสู่ฟาร์มขนาดใหญ่ซึ่งมีเนื้อที่กว่า 317 เอเคอร์ ที่โพคาฮอนทาส เคาท์ตี(Pocahontas County), เวอร์จิเนียตะวันตก. ในพื้นที่ดังกล่าวมีน้ำตกอยู่ 3 แห่ง และมีถ้ำอยู่หลังน้ำตกแห่งหนึ่งในจำนวนนี้. เราได้สร้างหนองน้ำเนื้อที่ประมาณ 4 เอเคอร์หนองหนึ่งขึ้นมา มีภูเขาที่มีไม้จำพวกเนื้อแข็ง และพื้นดินอุดมสมบูรณ์อยู่ข้างล่างเนื้อที่ราว 28 เอเคอร์ ซึ่งไม่ได้เปรอะเปื้อนสารเคมีใดๆ เลยมาตลอด 22 ปี. เราได้สร้างอาคารที่งดงามขึ้นมา 2 หลัง โดยคาดการณ์ว่าวันหนึ่งเราจะสร้างโรงพยาบาลขึ้น

2 ปีต่อมา ด้วยความเศร้านิดๆ ที่ว่า โรงพยาบาลนั้นก็ยังคงไม่ได้รับการสร้างขึ้น และด้วยความกระหายที่จะเริ่มเปิดรับดูแลคนป่วยอีกครั้ง ผมตกลงใจว่า จะพิจารณาถึงการเปิดดำเนินการสถานพยาบาลอีกครั้ง โดยในช่วงแรกจะเปิดเป็นคลินิคผู้ป่วยนอกก่อน และโรงเรียนสำหรับการเปลี่ยนแปลงสังคม ด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ในด้านที่อยู่อาศัยสำหรับทีมงาน เราได้ขอร้องสถาปนิกอายุ 21 ปีของเรา เพื่อทำให้แบบร่างต่างๆ ของเราสำเร็จเป็นจริงขึ้นมา เราไม่ได้เป็นหนี้เป็นสินใครเลย และอันนี้ถือว่าเป็นก้าวย่างที่ดีสำหรับในช่วงที่หนึ่ง

ผมอาจจะรู้สึกไม่สมหวัง กระทั่งเศร้า ที่ว่าโรงพยาบาลยังคงไม่ได้รับการสร้างขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม ในระยะยาวมันอาจจะพิสูจน์ด้วยช่วงเวลาที่เป็นบวกมากๆ. หลังจาก 33 ปี เราได้สร้างอะไรมากมาย หลายหลาก ฉลาดเต็มไปด้วยสติปัญญา เป็นแบบจำลองที่ส่งอิทธิพลไปทั่วโลกยิ่งกว่าพวกเราเคยคิดฝันเกี่ยวกับสิ่งเหล่านั้นในช่วง 12 ปีแรกที่เริ่มฝักไข่ ผลกระทบทั่วโลกของเราส่งผลต่อความเป็นอยู่ต่างๆ ของคนไข้มากมาย และเชื่อว่ามันจะให้แรงบันดาลใจในการเปลี่ยนแปลงสังคมมากกว่านี้ หากว่าเราได้รับทุนสนับสนุนมาตั้งแต่ต้น

ความล้มเหลวของผมในการระดมทุน ได้บีบบังคับให้ผมและทีมงานในช่วงเริ่มต้นของการพัฒนา ต้องระเหเร่ร่อนไปคนละทิศละทาง และได้พบปะกับผู้คนมากมายทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ ซึ่งทำให้เรากลายเป็นทีมผองเพื่อนขนาดใหญ่ และติดต่อกับผู้คนนับเป็นพันๆ ในเกือบทุกๆ พื้นที่ของความพยายาม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เกี่ยวกับการรักษาพยาบาล, งานศิลป, และการเปลี่ยนแปลงสังคม. Gesundheit อันที่จริงกลายเป็นความเคลื่อนไหวระดับโลก และเป็นกิจกรรมที่เขย่าพสุธาใน 40 กว่าประเทศ มันเป็นการแพร่ขยายอย่างงดงามตลอดเวลา

เมื่อตอนที่เราสร้างแบบจำลองโดยผู้คนต่างมาช่วยงานกัน ทั้งเต็มเวลาและไม่เต็มเวลา ตัวอย่างอันนี้เป็นที่น่าตื่นเต้นด้วยกระบวนการอันหนึ่ง ซึ่งได้ส่งผลกระทบที่สำคัญเพราะว่า การเปลี่ยนแปลงนั้นกำลังเกิดขึ้นแล้ว. บรรดาคนไข้ของเราในช่วง 12 ปีแรก คือปัจเจกบุคคลทั้งหลายและครอบครัว ที่ได้สำรวจอย่างใกล้ชิดไปยังระบบองคาพยพของพวกเขา. ส่วนคนไข้ของเราใน 20 ปีหลังคือชุมชนและสังคมต่างๆ ที่กำลังมองไปที่ระบบองคาพยพของมัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสิ่งแวดล้อม, สังคม, การเมือง, และเศรษฐกิจ. ทั้งหมดของบรรดาคนไข้เหล่านี้จะเต้นรำไปทั่วโรงพยาบาลเมื่อมันได้รับการสร้างขึ้นมา

ผมต้องหาทุนเพื่อมาสนับสนุนกิจกรรมในช่วง 20 ปีหลังนี้ โดยทุกๆ เดือนจะต้องดำเนินไปอย่างสร้างสรรค์เพื่อความอยู่รอด. แต่นับจากภาพยนตร์เรื่อง Patch Adams ได้ออกฉาย เราไม่ได้อยู่ที่ขอบเหวของความอยู่รอดอีกต่อไปแล้ว แต่เรายังคงไม่ได้ทุนสนับสนุนสิ่งก่อสร้างหลักอยู่ดี. ความงอกงามเกี่ยวกับการดำเนินการทำให้คนป่วยสะดวกมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อทุกๆ วันเป็นวันที่น่าตื่นเต้นและเตลิดเปิดเปิง มันส่งอิทธิพลไปทั่วโลก โดยไม่เกี่ยวกับความก้าวหน้าในสิ่งก่อสร้างต่างๆ

อันนี้มิได้ต้องการจะกล่าวว่า อาคารสิ่งก่อสร้างของโรงพยาบาลไม่มีความสำคัญอะไร. ในทางตรงข้าม มันสำคัญมากกว่าที่เคยเป็นมาเมื่อมันยังคงอยู่, 31 ปีเหล่านี้, เพียงแบบจำลองในสหรัฐฯ เท่านั้น (และหนึ่งในจำนวนไม่มากนักของโลก)ที่จะกล่าวอย่างกว้างๆ ว่า การดูแลสุขภาพนำมาซึ่งปัญหาต่างๆ. ตัวอย่างของเราเกี่ยวกับการยืนหยัดด้วยความเบิกบานลำพังเป็นสิ่งที่สำคัญ มันคือแบบจำลองและแรงบันดาลใจสำหรับความเปลี่ยนแปลงซึ่งเป็นที่ต้องการของโลก

เราเลิกดูคนไข้ในช่วงปี 1983 เพื่ออุทิศเวลาของเราทั้งหมดให้กับการหาทุนเต็มเวลาเพื่อโรงพยาบาล โดยกระจายออกไปทั่วโลก ผมเริ่มบรรยายและแสดงเรื่องราวอย่างหลากหลายและกว้างขวาง (ดูเหมือนราวๆสัก 50 เรื่อง ทั้งการแสดงและการประชุมเชิงปฏิบัติการ) กับผู้ชมผู้ฟังทุกๆ ประเภทเท่าที่จะนึกได้ และทำอย่างนั้นวันหนึ่งมากถึง 11 ครั้งเลยทีเดียว ในทุกระดับการศึกษานับจากโรงเรียนประถมไปจนกระทั่งถึงโรงเรียนแพทย์ต่างๆ (ส่วนหนึ่งในสหรัฐฯ และในอีก 40 ประเทศทั่วโลก) มีทั้งโบสถ์, ศูนย์กลางชุมชน, ห้องประชุมต่างๆ และรวมไปถึงตามบริษัททั้งหลาย. สำหรับเวลาส่วนใหญ่ เราใช้ไปเพื่อการนี้ปีละ 150-200 วัน และ 300 วันต่อปีหลังจากภาพยนตร์เรื่อง Patch Adams ออกฉาย ซึ่งมักทำไปทั่วโลก. การโฆษณาตีพิมพ์สม่ำเสมอและหนังสือสองเล่มของผม ได้รับการแปลเป็นภาษาต่างประเทศ 10 ภาษา รวมถึงภาพยนตร์ได้ทำให้โครงการของเรามีการสนทนากันทางการแพทย์ไปทั่วโลก เมื่อมีการอ้างอิงถึงการดูแลสุขภาพด้วยความเมตตาและด้วยความเป็นมนุษย์

ในช่วงระหว่าง 20 ปี ตัวตลกของเราที่ทำงานควบคู่กับการรักษาพยาบาลได้แพร่ไปทั่วทุกพื้นที่ ด้วยเหตุดังนั้น ตัวตลกทั้งหลายในตอนนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งซึ่งปกติธรรมดาของโรงพยาบาลต่างๆ ในทุกๆทวีป และอันนี้กำลังแผ่ขยายไป ดังที่ผู้คนได้ยินได้ฟังสารนั้น ซึ่งอันที่จริงแล้ว มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับความสนุกสนานที่แพร่กระจายไปในพื้นที่สาธารณะ ในฐานะกริยาท่าทีที่มีต่อสันติภาพ ความยุติธรรม และการรักษาพยาบาล

ผมเริ่มนำตัวตลกต่างๆ ไปยังคุก, ต่างประเทศ, กระทั่งค่ายผู้อพยพทั้งหลาย และเขตที่มีสงคราม. สำหรับ 18 ปี ผมได้นำตัวตลกกว่า 30 ชีวิตไปแสดงทั่วโลก ในรัสเซียราว 2 สัปดาห์ที่มีการแสดงตลกในโรงพยาบาล, สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า, คุกต่างๆ และบ้านพักคนชรา เช่นเดียวกับเปิดการแสดงที่สนามบิน สถานีรถไฟใต้ดิน บนท้องถนน และตามโรงแรมต่างๆ

10 ปีมาแล้วนี้ที่ได้น้อมนำเราให้ไปเกี่ยวพันกับการดูแลสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าต่างๆ ในรัสเซีย ซึ่งปัจจุบันเป็นที่รู้จักไปทั่ว. เราได้นำพวกตัวตลกเข้าไปในสงครามบอสเนีย ค่ายผู้อพยพโคโซโวในมาซีโดเนีย, สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่ป่วยเป็นโรคเอดส์ในโรมาเนีย, ค่ายผู้อพยพแอฟริกัน, คิวบา, จีน, เอล ซาล์วาดอร์, เกาหลี และไฮติ. ดังที่เขียนไว้ในที่นี้ เรานำเอาตัวตลก 22 ชีวิตจากคน 6 ทวีป และความช่วยเหลือ 10 ตัน ในช่วงเวลา 3 สัปดาห์ครึ่งเข้าไปในสงครามอัฟกานิสถาน เพราะงานนี้ได้เชื่อมโยงเรากับความช่วยเหลือมากมายและองค์กรบรรเทาทุกข์ต่างๆ. มาถึงปัจจุบัน เป็นเรื่องง่ายที่จะรวบรวมผู้คนจำนวนมากและทำการช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ประสบการณ์ต่างๆ เหล่านี้ได้ทำให้เราเกี่ยวพันกับการสนทนาในสถานการณ์โลกปัจจุบันเกี่ยวกับการแก้ปัญหาเรื่องความขัดแย้ง

ทั้งหมดของท่าทีเราในเรื่องความรักและความสนุกสนาน ได้เป็นแม่เหล็กดึงดูดผู้คนที่จิตใจงดงาม ซึ่งต้องการอุทิศความเป็นอยู่ของพวกเขาเพื่อให้บริการความรัก. ในทุกๆ ปี ผู้คนนับพันๆ คน ซึ่งมีทั้งแพทย์และพยาบาลบอกกับผมว่า พวกเขาตั้งใจและพร้อมที่จะอยู่และทำงานเต็มเวลา 40-60 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ในโรงพยาบาลของเรา ด้วยการรับค่าแรง 3000 เหรียญต่อปี และคนอีกเป็นจำนวนมากมาช่วยเหลือในบางเวลา นักศึกษาแพทย์จากทั่วโลกขอร้องให้รับพวกเขาไว้ เพื่อมาศึกษาในสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ อันนี้เป็นเหตุผลสำคัญที่สุดที่ได้ประกอบสร้างโรงพยาบาลแห่งนี้ขึ้นมา

9 ปีมาแล้ว กลุ่มคนที่พิเศษกลุ่มหนึ่งและเพื่อนใหม่ๆ เริ่มรวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนจริงๆ ขึ้นมา ซึ่งผูกมัดกับความฝัน; เป็นการเปลี่ยนแปลงทีมงานหลักครั้งที่สองของเรา. ผมไม่ต้องแบกรับหรือชักพาวิสัยทัศน์นี้ไปเพียงลำพังอีกต่อไปแล้ว เพราะแต่ละคนในกลุ่ม แม้ว่าจะมีความคิดที่หลากหลายและมีบุคลิกภาพที่แตกต่าง แต่ทุกๆ คนรู้สึกว่าพวกเขาค้นพบพื้นที่แห่งหนึ่ง และพรักพร้อมในตัวของพวกเขาเองที่จะทำงานกันเป็นทีมด้วยวิสัยทัศน์ที่มีร่วมกันในปัจจุบัน

สำหรับโครงการใดๆ ที่ได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นมาโดยคนใดคนหนึ่ง อันนี้จะเป็นก้าวย่างสำคัญและยิ่งใหญ่ที่จะทำให้วิสัยทัศน์นั้นสามารถดำเนินต่อไปได้ ถ้าบางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้นกับวิสัยทัศน์. โบนัสที่สำคัญอีกอันหนึ่งคือว่า แต่ละคนในหมู่พวกเขาได้นำพาความสนใจพิเศษและพรสวรรค์ต่างๆ ของพวกเขามาสู่โครงการเพื่อทำให้มันแผ่กว้างออกไป ซึ่งอันนี้กำลังบอกว่า ภารกิจอันหลากหลายที่ผมเคยทำ มาถึงตอนนี้มันได้ทำกันแล้ว และแต่ละคนได้เพิ่มเติมเสริมต่อความคิดสร้างสรรค์อันน่าสรรเสริญ ในการยกระดับทุกส่วนของวิสัยทัศน์ขึ้นมา ผมรู้สึกเหมือนว่าตอนนี้ทุกสิ่งได้เข้าที่เข้าทางที่จะทำให้โรงพยาบาลเป็นจริงเป็นจังขึ้นมาได้

เราวางแผนที่จะสร้างโรงพยาบาลชุมชนขนาด 40 เตียงขึ้น ที่นั่นจะมี 60 เตียงสำหรับสต๊าฟและเตียงสำหรับครอบครัวของพวกเขาในโรงพยาบาลชุมชนที่สร้างสรรค์ สะดวกสบาย มันยังมีอีก 40 เตียงสำหรับแขกที่จะมาช่วยงาน อาทิเช่น นักศึกษาศิลปะที่คัดเลือกมาช่วยดูแลบำบัดผู้ป่วย, ทีมงานศัลยกรรมทางด้านจักษุประสาทในทุกๆ สามเดือน, ช่างท่อประปา, นักดนตรีเครื่องสาย, และทุกคนที่ต้องการให้บริการในช่วงเวลาหยุด

เรามีพื้นที่ 30,000 ตารางฟุตซึ่งอุทิศให้กับศิลปะในศูนย์ศิลปะของโรงพยาบาลอย่างเต็มที่ และมีโรงเรียนเพื่อเปลี่ยนแปลงสังคม และโปรแกรมเกษตรเชิงลึกด้วย ดูแล้วมันน่าสนุกสนาน เต็มไปด้วยความประหลาดใจ และเป็นแดนเนรมิต. เรากำลังสำรวจว่า งบประมาณถัวเฉลี่ยเกี่ยวกับปฏิบัติการที่มีประสิทธิภาพโดยใช้เงินจำนวนน้อยที่สุด ซึ่งสามารถดำเนินการได้คือเท่าใด ผมเชื่อว่าเราจะทำได้ในราคาไม่แพงอย่างน่าใจหาย อุดมคติของเราคือการรับบริจาคและจะต้องครอบคลุมต้นทุนประจำปีและเป็นจริง. โดยปราศจากอันนี้เราจะค้นหาหนทางที่สร้างสรรค์เพื่อจ่ายให้กับการปฏิบัติการดังกล่าว

เรามีพื้นที่หมู่บ้านราว 40 เอเคอร์เพื่อปลูกสร้างโรงเรียนเด็ก (และสำหรับเด็กที่ป่วยไข้ รวมถึงเด็กที่มีพ่อแม่เจ็บป่วย) และการทดลองชุมชนที่สำคัญอื่นๆ เหมือนกับการบูรณาการคนทุกวัยมาร่วมสนุก บนหนทางแห่งสุขภาพที่ดี. ทีมงานหรือสต๊าฟซึ่งมาช่วยงาน 4 ปี และต้องการบ้านเล็กๆ สักหลังหนึ่งที่ห่างออกไปจากความแออัดของโรงพยาบาล สามารถที่จะสร้างพื้นที่อยู่อาศัยตามจินตนาการได้ในหมู่บ้านของพวกเรา

ผมต้องการที่จะบอกผู้อ่านทุกๆ คนว่า การดำเนินงานมันเป็นไปในหนทางอันล้ำเลิศนี้ทั้งหมด การอยู่อย่างเรียบง่าย ปกติ ในการแสวงหาอุดมคติคือรางวัลในตัวของมันเอง ผมไม่เคยรู้สึกว่าผมต้องสังเวยทุกสิ่งไปเลย หรือคิดว่ามันเป็นการเดินทางอันยากลำบากแต่อย่างใด

ความเหนื่อยยากเป็นการทำงานในความร่วมมือทางการแพทย์ และทอดไปสู่คนไข้ทั้งหลายรวมทั้งตัวผมเองทุกๆ วัน ความผูกพันของผมสำหรับอนาคตของความเป็นมนุษย์ ขับเคลื่อนผมที่จะใช้ความพยายามทุกๆ อย่าง ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงทุกๆ สิ่งที่ทำร้ายมนุษย์และธรรมชาติ. สถาบัน Gesundheit คือที่ของผมและของคนอื่นๆ เป็นจำนวนมากที่จะสามารถทำอย่างนั้นได้

+++++++++++++++++++++++++++++++

สำหรับผู้สนใจต้นฉบับ: http://www.patchadams.org/hospital_project/


 

คลิกไปที่ กระดานข่าวธนาคารนโยบายประชาชน

นักศึกษา สมาชิก และผู้สนใจบทความมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
ก่อนหน้านี้ สามารถคลิกไปอ่านได้โดยคลิกที่แบนเนอร์




สารบัญข้อมูล : ส่งมาจากองค์กรต่างๆ

ไปหน้าแรกของมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน I สมัครสมาชิก I สารบัญเนื้อหา 1I สารบัญเนื้อหา 2 I
สารบัญเนื้อหา 3
I สารบัญเนื้อหา 4 I สารบัญเนื้อหา 5 I สารบัญเนื้อหา 6
ประวัติ ม.เที่ยงคืน

สารานุกรมลัทธิหลังสมัยใหม่และความรู้เกี่ยวเนื่อง

webboard(1) I webboard(2)

e-mail : midnightuniv@gmail.com

หากประสบปัญหาการส่ง e-mail ถึงมหาวิทยาลัยเที่ยงคืนจากเดิม
midnightuniv@yahoo.com

ให้ส่งไปที่ใหม่คือ
midnight2545@yahoo.com
มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนจะได้รับจดหมายเหมือนเดิม



มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนกำลังจัดทำบทความที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ทั้งหมด กว่า 1100 เรื่อง หนากว่า 18000 หน้า
ในรูปของ CD-ROM เพื่อบริการให้กับสมาชิกและผู้สนใจทุกท่านในราคา 150 บาท(รวมค่าส่ง)
(เริ่มปรับราคาตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2548)
เพื่อสะดวกสำหรับสมาชิกในการค้นคว้า
สนใจสั่งซื้อได้ที่ midnightuniv@yahoo.com หรือ
midnight2545@yahoo.com


สมเกียรติ ตั้งนโม และคณาจารย์มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
(บรรณาธิการเว็บไซค์ มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน)
หากสมาชิก ผู้สนใจ และองค์กรใด ประสงค์จะสนับสนุนการเผยแพร่ความรู้เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ชุมชน
และสังคมไทยสามารถให้การสนับสนุนได้ที่บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ในนาม สมเกียรติ ตั้งนโม
หมายเลขบัญชี 521-1-88895-2 ธนาคารกรุงไทยฯ สำนักงานถนนสุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่
หรือติดต่อมาที่ midnightuniv@yahoo.com หรือ midnight2545@yahoo.com

 

 

power-sharing formulas, options for minority rights, and constitutional safeguards.

บรรณาธิการแถลง: บทความทุกชิ้นซึ่งได้รับการเผยแพร่บนเว็บไซต์แห่งนี้ มุ่งเพื่อประโยชน์สาธารณะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เพื่อวัตถุประสงค์ในการขยายพรมแดนแห่งความรู้ให้กับสังคมไทยอย่างกว้างขวาง นอกจากนี้ยังมุ่งทำหน้าที่เป็นยุ้งฉางเล็กๆ แห่งหนึ่งสำหรับเก็บสะสมความรู้ เพื่อให้ทุกคนสามารถหยิบฉวยไปใช้ได้ตามสะดวก ในฐานะที่เป็นสมบัติร่วมของชุมชน สังคม และสมบัติที่ต่างช่วยกันสร้างสรรค์และดูแลรักษามาโดยตลอด. สำหรับผู้สนใจร่วมนำเสนอบทความ หรือ แนะนำบทความที่น่าสนใจ(ในทุกๆสาขาวิชา) จากเว็บไซต์ต่างๆ ทั่วโลก สามารถส่งบทความหรือแนะนำไปได้ที่ midnightuniv@gmail.com (กองบรรณาธิการมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน: ๒๘ มกาคม ๒๕๕๐)

สุขภาพที่ดีถูกทำให้เชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งกับความมีมิตรภาพ, ความใกล้ชิดสนิทสนม, การทำงานอย่างมีความหมาย, จิตวิญญานที่มีชีวิตชีวา, โอกาสอันหนึ่งเกี่ยวกับการบำรุงรักษาและปรนนิบัติกันด้วยความรัก, รวมถึงความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับธรรมชาติ, ศิลป, ความประหลาดใจ, สงสัย/อยากรู้อยากเห็น, กิเลสและความหวัง. ทั้งหมดของสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา หากเราต้องการมีสุขภาพที่ดี ดังนั้นมันจึงไม่ได้มีการปฎิบัติจริง. เมื่อเราไม่ได้พานพบกับความต้องการต่างๆ เหล่านี้ ธุรกิจเกี่ยวกับการแพทย์ไฮเทค จึงเข้ามาและวินิจฉัยอาการป่วยทางจิต

03-02-2550

Gesundheit
The Midnight University

 

H
R
ทุกท่านที่ประสงค์จะติดต่อมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน กรุณาจดหมายไปยัง email address ใหม่ midnightuniv@gmail.com