บทความวิชาการมหาวิทยาลัยเที่ยงคืนบนไซเบอร์สเปซทุกเรื่องไม่สงวนลิขสิทธิ์ไปใช้ประโยชน์ทางวิชาการ









Free Documentation License
Copyleft : 2006, 2007, 2008
Everyone is permitted to copy and distribute verbatim
copies of this license
document,
but changing it is not allowed.
บทความลำดับที่ ๑๑๓๓ เผยแพร่ครั้งแรกบนเว็บไซต์มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน ตั้งแต่วันที่ ๒๒ มกราคม พ.ศ.๒๕๕๐
22-01-2550

 

 

 

 

 

 

H
power-sharing formulas, options for minority rights, and constitutional safeguards.
R
กลางวันคือการเริ่มต้นเดินทางไปสู่ความมืด ส่วนกลางคืนคือจุดเริ่มต้นไปสู่ความสว่าง- เที่ยงวันคือจุดที่สว่างสุดแต่จะมืดลง เที่ยงคืนคือจุดที่มืดสุดแต่จะสว่างขึ้น



How to Watch the World Cup
The Midnight University

วิเคราะห์ฟุตบอลโลก ในฐานะตัวแทนแห่งสงคราม
การเมือง สงครามและสันติภาพ ในฟุตบอลโลก
ภัควดี วีระภาสพงษ์ : แปลและเรียบเรียง

นักวิชาการอิสระ-นักแปลอิสระ

บทความวิชาการชิ้นนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับการเปรียบเทียบกีฬากับการทำสงคราม
ซึ่งสะท้อนออกมาในการแสดงออกเชิงชาตินิยม เสียงเชียร์ การเหยียดผิว
ความรู้สึกของการเป็นอาณานิคมที่ลิ้มรสชัยชนะ
ตลอดรวมถึงความผันผวนในสนามรบและสนามแข่งขัน
ล้วนมีให้พบเห็นอย่างสมบูรณ์ โดยไม่ยกเว้นเรื่องการทำตลาดของบรรษัทขนาดใหญ่
มูลค่านับหลายพันล้านในกีฬาโลกชนิดนี้
midnightuniv@gmail.com

บทความเพื่อประโยชน์ทางการศึกษา
ข้อความที่ปรากฏบนเว็บเพจนี้ ได้มีการแก้ไขและตัดแต่งไปจากต้นฉบับบางส่วน
เพื่อความเหมาะสมเป็นการเฉพาะสำหรับเว็บไซต์แห่งนี้

มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน ลำดับที่ ๑๑๓๓
เผยแพร่บนเว็บไซต์นี้ครั้งแรกเมื่อวันที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๕๐
(บทความทั้งหมดยาวประมาณ ๖.๕ หน้ากระดาษ A4)




การเมือง สงครามและสันติภาพ ในฟุตบอลโลก
ภัควดี วีระภาสพงษ์ : แปลและเรียบเรียง

เกริ่นนำ
คุณคิดว่า โอซามา บินลาเดน จะอยู่ที่ไหนในวันที่ 14, 19 และ 23 มิถุนายน 2549 ? จะอยู่ที่ไหนก็ตามแต่ แต่พนันกันได้เลยว่าเขาจะต้องนั่งอยู่หน้าจอทีวีเพื่อดูทีมซาอุดิอาระเบียฟาดแข้งกับตูนิเซีย, ยูเครนและสเปน ร่ำลือกันหนาหูว่า ฟุตบอลเป็นความชอบที่เจือความรู้สึกผิดนิด ๆ สำหรับบินลาเดน เพราะฉะนั้น เขาไม่น่าพลาดเกมการแข่งขันที่นักกีฬาจากดินแดนแห่งศาสดาต่อสู้กับพวกอสัทธาแห่งดินแดนอัล-อันดาลุส (Al-Andalus ภูมิภาคในคาบสมุทรไอบีเรีย ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศสเปนในปัจจุบัน เคยตกอยู่ภายใต้การปกครองของมุสลิมในช่วง ค.ศ. 711-1492) แต่เขาคงเอาใจช่วยตูนิเซียอยู่บ้าง เพราะอย่างน้อยประเทศนี้ ก็เป็นประเทศเดียวที่สร้างประวัติศาสตร์การมีนักฟุตบอลอาชีพที่พยายามเป็นนักรบพลีชีพของอัล-กออิดะ

ประวัติศาสตร์นอกตำรานี้เกิดมาจากนักฟุตบอลชาวตูนีเซียนามว่า ไนซาร์ ทราเบลซี (Nizar Trabelsi) ซึ่งถูกพิพากษาจำคุก 10 ปี ไปเมื่อสามปีก่อน โทษฐานวางแผนที่จะขับรถคาร์บอมบ์เข้าไปในฐานทัพอากาศขององค์การนาโตในประเทศเบลเยียม ซึ่งมีนายทหารชาวอเมริกันประจำการอยู่ที่นั่น ดู ๆ ไป ทราเบลซีไม่น่าจะกลายเป็นนักรบพลีชีพไปได้เลย เขาอพยพมาจากภูมิลำเนาเดิมในแอฟริกาเหนือ เข้ามาเล่นฟุตบอลอาชีพในเยอรมนีอยู่หลายปี และไม่เคยมีวี่แววเลยว่าจะกลายเป็นพวกหัวรุนแรง จนกระทั่งช่วงราวไม่กี่ปีหลัง ๆ มานี้เอง หลังจากถูกทีมฟุตบอลลอยแพ ใช้ยาเสพย์ติดและทำความผิดเล็ก ๆ น้อย ๆ ทว่าตัวทราเบลซีเองยืนยันในระหว่างให้การในศาลว่า เขาเปลี่ยนไปหลังจากเห็นภาพทารกหญิงชาวปาเลสไตน์ถูกสังหารเสียชีวิตในฉนวนกาซา

บินลาเดนย่อมไม่ใช่ศัตรูของสหรัฐอเมริกาเพียงคนเดียว ที่นั่งหน้าจอทีวีดูฟุตบอลโลกตลอดเดือนมิถุนายน 2549 นี้, ประธานาธิบดีมาห์มุด อาห์มาดิเนจาด ประกาศอย่างไม่เกรงใจใครว่า ถ้าอิหร่านผ่านรอบแรกไปได้ เขาจะบินไปเชียร์ทีมชาติของตนถึงข้างสนาม ก่อนฟุตบอลโลกเริ่มขึ้นไม่นาน มีรูปถ่ายของประธานาธิบดีอิหร่านเตะบอลจนเหงื่อตกซิก ๆ อยู่กับทีมชาติระหว่างการซ้อม, ประธานาธิบดีคิมยองอิลก็คงดูฟุตบอลโลกเหมือนกัน แม้ว่านักกีฬาเกาหลีที่ไปฟุตบอลโลกหนนี้จะมาจากเกาหลีใต้ก็ตาม

ส่วนประธานาธิบดีบุช คงไม่ค่อยสนใจกีฬาอันยิ่งใหญ่ระดับโลก สิ่งเดียวที่จักรวรรดิอเมริกันไม่เคยเอาชนะได้เสมอมาก็คือ ฟุตบอล เพราะทุก ๆ 4 ปี จะมีช่วงเวลา 4 สัปดาห์ที่ทั้งโลกหันหลังให้มหาอำนาจอันดับหนึ่ง ตลอด 4 สัปดาห์นี้ ความเป็นมหาอำนาจทางวัฒนธรรม และศูนย์กลางของความสนใจจะพลิกกลับตาลปัตรไปหมด

นี่คือ 4 สัปดาห์ที่สหรัฐอเมริกาต้องโดดเดี่ยวท่ามกลางความไม่มั่นใจตัวเอง ถึงขนาดที่คอลัมนิสต์คนหนึ่งใน ลอสแองเจลิสไทมส์ ต้องเขียนปลอบใจตัวเองและนักอ่านชาวอเมริกันเมื่อไม่กี่วันมานี้เองว่า บาสเก็ตบอลเอ็นบีเอ กำลังเป็นที่นิยมในประเทศจีนในฐานะ "วัฒนธรรมอเมริกัน" กระนั้นก็ตาม ชาวอเมริกันส่วนใหญ่ที่คิดว่า เวียดนามเป็นเกาะและไม่รู้ว่าอิรักอยู่ตรงไหนในแผนที่โลก อาจไม่รับรู้เลยว่ามีอะไรเกิดขึ้นบนโลกนี้ และเฝ้าดูแต่การแข่งขันรอบสุดท้ายของบาสเก็ตบอลเอ็นบีเอ

แต่เชื่อได้เลยว่า พันธมิตรของบุชอย่าง โทนี แบลร์, อันเจลา แมร์เคล, ฌาคส์ ชีรัค, จุนอิชิโร โคอิซูมิ และ ซิลวิโอ เบอร์ลุสโคนี ที่เพิ่งกระเด็นจากเก้าอี้ ย่อมเกาะติดจอชนิดไม่มีเว้น สำหรับในยุโรป บ่อยครั้งที่ชัยชนะของทีมชาติหมายถึงคะแนนเสียงของนักการเมือง และตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจ นักเศรษฐศาสตร์เคยคำนวณไว้ว่า ความสำเร็จในฟุตบอลโลกจะช่วยทำให้เศรษฐกิจกระเตื้องขึ้นมาได้ 0.7%

คงไม่มีเทศกาลใดในโลกอีกแล้วที่ดึงดูดคนทั่วทั้ง 5 ทวีปได้เท่าฟุตบอลโลก คาดว่าจะมีแฟนบอลติดตามการแข่งขันทางทีวีมากถึง 3 พันล้านคน ในขณะที่อีก 250 ล้านคน จะชุมนุมกันรอบวิทยุเพื่อรับฟังการแข่งขัน สำหรับชาวโตโก, อังโกลา, กานา และไอวอรีโคสต์ โทรทัศน์ยังไม่ใช่ของสามัญประจำบ้าน โอกาสได้ดูนักฟุตบอลทีมชาติของตนทางทีวีมีไม่มากนัก

กีฬาคือการต่อสู้ที่กลายเป็นพิธีกรรม เทียบได้กับสงคราม
ฟุตบอลมีเสน่ห์ตรงไหน? ส่วนหนึ่งคงเพราะมันเป็นเกมกีฬาที่ไม่มีความได้เปรียบเสียเปรียบทางด้านชนชั้น หรือแม้กระทั่งรูปร่างของนักกีฬา มันเป็นกีฬาที่รวมไว้ทั้งความเร็ว, ความสามารถเฉพาะตัว, จินตนาการและการเล่นเป็นทีม, แต่ในฟุตบอลโลก ฟุตบอลเป็นยิ่งกว่าเกมธรรมดา ๆ

ซี แอล อาร์ เจมส์ (CLR James) นักประวัติศาสตร์และนักสังคมนิยมชาวตรินิแดด เคยบอกไว้ว่า กีฬาคือการต่อสู้ที่กลายเป็นพิธีกรรม เทียบได้กับสงครามในแง่ที่สามารถกระตุ้นเลือดรักชาติขึ้นมาได้ไม่แพ้กัน อารมณ์รักชาติอันพลุ่งพล่านของแฟนบอล ผูกพันอยู่กับความเชื่อมโยงในเชิงตำนานระหว่างทีมชาติกับ "เรื่องเล่าแม่บทประจำชาติ" (national narrative) เมื่อไรก็ตามที่ต้องฟาดแข้งกับเยอรมนี แฟนบอลชาวอังกฤษเป็นต้องร้องเพลงเชียร์ประโยคนี้ทุกครั้งไปว่า "สงครามโลกสองครั้งกับเวิลด์คัพหนึ่งหน" พาดพิงถึงการที่อังกฤษเอาชนะเยอรมนีได้สองครั้งในสนามรบ และหนึ่งครั้งในสนามฟุตบอลนั่นเอง

ในงานเขียนของเจมส์ เขามุ่งเน้นไปที่กีฬาคริกเก็ตและชี้ให้เห็นว่า เวลาทีมอาณานิคมเล่นคริกเก็ตแข่งกับอังกฤษ คือโอกาสที่ผู้อยู่ใต้อาณานิคมได้แก้เผ็ด ต่อการอวดอ้างความเหนือกว่าทางวัฒนธรรมของเจ้าอาณานิคม, ฟุตบอลก็เช่นกัน เสียงโห่ร้องเวลาไอร์แลนด์ยิงประตูอังกฤษได้ เสียงร้องตอบโต้จากแฟนบอลชาวอังกฤษด้วยเพลงต่อต้านขบวนการไออาร์เอ ชาวอัฟริกันหลายล้านที่เดินคอตั้งขึ้นอีกนิด เมื่อสี่ปีก่อนตอนที่เซเนกัลมีชัยเหนืออดีตเจ้าอาณานิคมฝรั่งเศส ทั้งหมดนี้เป็นอารมณ์อันพลุ่งพล่านที่มีรากเหง้ามายาวนานยิ่งกว่ากีฬาฟุตบอล

เจมส์ยังตั้งข้อสังเกตถึงการที่ประชาชนใต้อาณานิคม มักพัฒนาลีลาการเล่นที่เป็นของตัวเองขึ้นมา ลีลาที่เกิดมาจากความสามารถเฉพาะตัว และแบบแผนของการจัดตั้งทางสังคมที่สร้างความตะลึงพรึงเพริดแก่เจ้าอาณานิคม แม้จะเล่นตามกฎกติกาของฝ่ายหลังก็ตาม

คู่ชิงชนะเลิศในฟุตบอลโลกคราวที่แล้ว บราซิล-เยอรมนี คือตัวแทนของซีกโลกเหนือ-ซีกโลกใต้ เท่า ๆ กับความเป็นคู่ตรงข้ามในวิธีการเล่น

- ลีลาการเล่นฟุตบอลของทีมเยอรมนีคือเอกลักษณ์ของโลกอุตสาหกรรมตะวันตก พละกำลัง, การขับเคลื่อนไม่หยุดหย่อน, ระเบียบแบบแผนไม่คลอนแคลนและประสิทธิภาพแบบเครื่องจักร ซึ่งไม่เคยรีรอที่จะลงโทษความผิดพลาดของฝ่ายตรงข้าม นี่คือรูปแบบของการทำสงครามแบบ Blitzkrieg หรือ "สงครามสายฟ้าแลบ" อันเป็นยุทธวิธีทางการทหารที่กองทัพนาซีใช้ได้ผลในสงครามโลกครั้งที่สอง บอมบ์คู่ต่อสู้ด้วยพละกำลังทั้งภาคพื้นดินและทางอากาศ มุ่งหวังเพียงเพื่อเผด็จศึก นักเตะเยอรมันที่โด่งดังในระยะ 50 ปีหลัง ล้วนแล้วแต่เป็นผู้รักษาประตู, มิดฟิลด์จอมบัญชาการ หรือไม่ก็ศูนย์หน้าที่ไล่ล่าประตูโดยไม่แยแสความสวยงาม ทว่าเฉียบขาดราวมีดหมอผ่าตัด เวลาอยู่ในสนาม น้อยครั้งนักที่คุณจะเคยเห็นนักเตะเยอรมัน "ยิ้ม"

- ส่วน "Joga Bonito" หรือ "เกมอันสวยงาม" ในลีลาแบบบราซิล มีความคล้ายคลึงกระเดียดไปข้างสงครามกองโจร ที่นักรบกบฏต้องมีทั้งทิศทางและความเชื่อมั่น ผสมผสานพรสวรรค์อันเหลือเชื่อเข้ากับความกล้าบ้าบิ่นอย่างใจหายใจคว่ำ และเล่ห์กลแพรวพราว ความสามารถในการยิงจากระยะไกลและทำให้ลูกบอลไซด์โค้ง การอ่านใจคู่ต่อสู้กระจ่างจนสามารถดักทางและหลอกล่ออีกฝ่าย สร้างความตื่นตะลึงลานตาทั้งแก่คู่ต่อสู้และผู้ชมในสนาม ด้วยการเคลื่อนไหวและการผ่านบอลอย่างลื่นไหลแคล่วคล่อง ไปจนถึงพิษสงรอบตัวในการทำสิ่งที่คาดไม่ถึง คู่ต่อสู้แทบไม่รู้เลยว่า การโจมตีครั้งต่อไปจะมาจากไหนหรือจะมาไม้ไหน อีกทั้ง "รอยยิ้ม" ของชาวบราซิล แม้แต่ในเกมชี้เป็นชี้ตาย บอกให้ทุกคนรู้ว่า พวกเขากำลังสนุกในสิ่งที่กำลังทำ

ตอนที่โรนัลดินโญเห็นเดวิด ซีแมน ผู้รักษาประตูทีมชาติอังกฤษในฟุตบอลโลก 2002 ออกมาห่างจากเส้นประตูมากเกินไป เขาเตะลูกฟรีคิกระยะ 40 หลาโค้งข้ามมือที่พยายามเอื้อมปัดของซีแมน ลูกมุดลงเข้าประตูอังกฤษไปอย่างสวยงามชั่วร้าย ผู้วิจารณ์เกมทางทีวีชาวอังกฤษถึงกับปากอ้าตาค้างและยืนยันนั่งยันว่า ประตูนั้นเป็นลูกฟลุค เป็นการส่งลูกผิดพลาดที่บังเอิญเป็นสกอร์ แต่ความจริงแล้ว ชั่วขณะแบบนี้แหละที่แฟนลูกหนังในซีกโลกใต้ทนมีชีวิตอย่างแร้นแค้นกระเสือกกระสนเพื่อจะได้เห็นเต็มตาสักครั้ง

โลกาภิวัตน์ของเกมฟุตบอล
แต่ลีลาการเล่นประจำชาติแบบนี้อาจกำลังค่อย ๆ เลือนหายไป พร้อมกับที่สโมสรฟุตบอลอาชีพในยุโรปกวาดเอานักเตะชั้นนำทั่วโลกมารวมกันคับคั่ง สร้างเกมการแข่งขันที่ถ่ายทอดผ่านดาวเทียมเกือบตลอดปี แทนที่จะมีแค่ 4 ปีครั้ง

ในประเทศกำลังพัฒนาทุกวันนี้ (รวมทั้งบราซิลด้วย) มีแฟนบอลจำนวนน้อยลงที่เข้าไปชมการแข่งขันของสโมสรในประเทศ จำนวนมากกว่าหันไปใช้เวลาหน้าจอทีวี เพื่อดูการถ่ายทอดแมทช์ของสโมสรยุโรป เพราะในจอต่างหากที่พวกเขาจะได้เห็นนักฟุตบอลระดับสุดยอดจากประเทศของตน

เดี๋ยวนี้ การแข่งขันในลอนดอนระหว่างอาร์เซนอลกับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด มีทั้งนักเตะจากละตินอเมริกา, แอฟริกาตะวันตก, อาหรับ, ยุโรปเหนือ ใต้ ตะวันออกและเอเชีย, จำนวนผู้ชมฟุตบอลทางทีวีคือโอกาสดีของบรรดาผู้ผลิตเสื้อทีมสโมสรและของที่ระลึกออกมาขาย. แม้มันจะเป็นเรื่องพิลึกที่กองทหารอังกฤษที่ลาดตระเวนในเมืองบาสราทางตอนใต้ของอิรัก จะต้องปะทะกับนักรบต่อต้านฝ่ายยึดครองที่ใส่เสื้อทีมอาร์เซนอล ซึ่งเป็นทีมประจำเมืองเกิดของทหารอังกฤษคนใดคนหนึ่ง แต่ถึงอย่างไร เดี๋ยวนี้อาร์เซนอลก็ไม่ใช่ทีม "ท้องถิ่น" ประจำเมืองไหนอีกแล้ว ตอนที่อาร์เซนอลแข่งกับรีลมาดริดในแชมเปียนส์ลีกเมื่อต้นปีนี้ มีนักเตะอังกฤษแค่สองคนบนสนาม และทั้งสองคนนั้นเล่นให้กับทีมสเปน

โลกาภิวัตน์ของเกมฟุตบอลทำให้ลีลาของแต่ละ "ท้องถิ่น" เริ่มขยับเข้ามาใกล้กันมากขึ้น เดี๋ยวนี้ อังกฤษเริ่มมีนักฟุตบอลสักคนสองคนที่ลากลูกบอลเลื้อยเข้าใส่กองหลัง และสามารถเตะลูกไซด์โค้งจากระยะ 40 หลา บราซิลเองก็เริ่มมีมิดฟิลด์ตัวรับสักคนสองคน ที่ทำหน้าที่ตัวกวาดทำลายแบบยุโรป คอยเบรกการโจมตีของฝ่ายตรงข้ามและแย่งลูกบอลมาส่งให้เพื่อนร่วมทีมสร้างสรรค์เกมรุกต่อไป

ลีลาแตกต่างที่กำลังละลายเข้าหากันนี้ ยังมีตัวเร่งปฏิกิริยานอกเหนือจากการย้ายไปทำงานต่างถิ่นของนักเตะ แต่ยังรวมถึงการคุมทีมข้ามชาติของโค้ชด้วย โค้ชของทีมสโมสรห้าอันดับสูงสุดในพรีเมียร์ลีกของอังกฤษ เป็นชาวโปรตุเกส, สกอต, สเปน, ฝรั่งเศสและดัทช์ โค้ชชาวดัทช์สามคนนำทีมชาติอื่นที่ไม่ใช่ฮอลแลนด์ไปฟุตบอลโลกครั้งนี้ ทีมจากแอฟริกาส่วนใหญ่ใช้โค้ชจากฝรั่งเศสและเยอรมนี ทีมอังกฤษใช้โค้ชสวีเดน และโปรตุเกสใช้ชาวบราซิล

เตะคนหรือเตะบอล ?
แม้ว่าแฟนบอลทั้งหลายนิยมขุดเอาตำนานแห่งชาติขึ้นมาจากอดีตกาลนานโพ้น แต่ทีมชาติยุโรปในยุคนี้กลับมีภาพสะท้อนถึงความเป็นสากลหลากหลายเชื้อชาติมากขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่สองเป็นต้นมา มีผู้อพยพจากอดีตอาณานิคมเข้ามาในยุโรปเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ นักฟุตบอลชั้นยอดจำนวนมากของทีมชาติยุโรปในปัจจุบัน มักเป็นลูกหลานรุ่นที่สองหรือรุ่นที่สามของผู้อพยพ. ทีมชาติฝรั่งเศสมักมีนักฟุตบอลเกือบทั้งทีมเป็นคนเชื้อสายแอฟริกันหรืออาหรับ ถึงขนาดที่นักการเมืองฝรั่งเศสจอมเหยียดผิวอย่าง ฌอง มารี เลอเปน ยังบ่นหลังฟรองซ์'98 ว่า แชมป์โลกฝรั่งเศส "ไม่ใช่ทีมฝรั่งเศสจริง ๆ"

ฟีฟ่าอนุญาตให้ทีมชาติคัดตัวนักเตะได้จากทั้งสัญชาติหรือเชื้อชาติ ความแปลกประหลาดจึงเกิดขึ้นเพราะเหตุนี้ ปาทริค วิเอราที่เกิดในดาการ์ เมืองหลวงของเซเนกัล เป็นมิดฟิลด์ให้ฝรั่งเศส ในขณะที่คาลิลู ฟาดิกาที่เกิดในปารีส กลับเล่นให้เซเนกัล. ก่อนบอลโลกเริ่มแข่งได้ไม่นาน ทีมกังหันสีส้มฮอลแลนด์พยายามเร่งให้สัญชาติแก่ซาโลมอน คาลู เพื่อให้ทันติดทีมชาติ แต่ต้องเป็นหมันไปเพราะบรรยากาศเย็นชาต่อผู้อพยพในประเทศ คาลูจึงไปฟุตบอลโลกหนนี้ในฐานะศูนย์หน้าของไอวอรีโคสต์

หากบังเอิญทีมชาติฮอลแลนด์ทำได้สำเร็จ คาลูอาจต้องตกอยู่ในสถานการณ์พิสดารเมื่อต้องฟาดแข้งกับทีมไอวอรีโคสต์ที่มีน้องชายของเขา โบนาเวนเชอร์ เล่นอยู่ด้วย, ส่วนนักเตะเชื้อสายบราซิลที่โชคดีได้ไปเยอรมนีคราวนี้น่าจะเป็น ฟรานซิลิวดู โดส ซานโตส ซึ่งคงไม่มีโอกาสแม้แต่หนึ่งในสิบที่จะติดทีมชาติบราซิล ตอนนี้เขากลายเป็นผู้ทำประตูสูงสุดให้ทีมชาติตูนีเซีย

แต่อย่าคิดว่าความเก่งกาจจะทำให้การเหยียดผิวบรรเทาลง. โอเลก บลอกคิน โค้ชทีมยูเครนเคยบ่นดัง ๆ ออกมาว่า "ยิ่งมีชาวยูเครนเล่นอยู่ในลีกภายในประเทศมากเท่าไร ก็ยิ่งเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับเด็กรุ่นต่อไป เราต้องให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้จาก [นักเตะของเรา] ไม่ใช่จากพวกซัมบ้า-บัมบ้าที่บางสโมสรปีนขึ้นไปจับจากต้นไม้ ใช้กล้วยล่อสักสองลูก แล้วตอนนี้ก็มาเล่นอยู่ในลีกของยูเครน"

ยังไม่หมด ยังมีโค้ชทีมสแปเนียร์ด ลูอิส อราโกเนส หลุดปากออกทีวีขณะที่พูดกับศูนย์หน้า อันโตนิโอ เรเยส ว่า เรเยสนั้นเจ๋งกว่าเพื่อนร่วมทีมอาร์เซนอลชาวฝรั่งเศสอย่างเธียร์รี อองรี, เพียงแต่อราโกเนสไม่ได้พูดชื่ออองรี แต่พูดว่า "ไอ้มืดคนนั้น" สองสามวันต่อมา เขาเถียงคอเป็นเอ็นว่า คำพูดนั้นไม่มีเจตนาเหยียดผิวแม้แต่น้อย "เรเยสเองก็เป็นคนยิปซี" อราโกเนสบอก "ผมมีเพื่อนเป็นคนยิปซีและคนผิวดำตั้งเยอะแยะ ผมก็แค่อยากให้กำลังใจนักเตะยิปซีด้วยการบอกเขาว่า เขาเจ๋งกว่านักเตะผิวดำ ก็แค่นั้นเอง"

ในสนามการแข่งขันของยุโรป นักเตะผิวดำมักตกเป็นเป้าของการเหยียดผิว ทั้งการทำเสียงลิงล้อเลียนและขว้างปาล้วยเข้าใส่ ฟุตบอลโลกยังเป็นโอกาสอันงามที่จะได้ประกาศศักดาของบรรดาแฟนบอลขวาจัดจอมเหยียดผิว อาทิ เซอร์เบีย, โปแลนด์, อิตาลี, อังกฤษ ฯลฯ แต่ที่ทำเอารัฐบาลเยอรมันของอันเจลา แมร์เคลหนาว ๆ ร้อน ๆ จนนั่งแทบไม่ติดเก้าอี้ก็คือ พลพรรคนีโอ-นาซีในเยอรมนีนั่นเอง

เกมติดยี่ห้อบรรษัทข้ามชาติ มูลค่าหลายพันล้าน
แม้ว่า "เรื่องเล่าแม่บทประจำชาติ" ที่ผูกพันแฟนบอลเข้ากับทีมชาติจะยังทรงพลังไม่เสื่อมคลาย แต่มันก็ไม่ใช่พลังหลักที่ขับเคลื่อนเกมฟุตบอลอีกต่อไป. ทุกวันนี้ ฟุตบอลเป็นอุตสาหกรรมระดับโลกที่มีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ โดยรวมศูนย์อำนาจไว้ที่บรรษัทข้ามชาติทั้งหลาย

สุขภาพทางการเงินของเหล่าสโมสรในยุโรปจะแข็งแรงหรือไม่ ย่อมขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งของ "แบรนด์" ตัวเองในระดับโลก ที่กินพื้นที่ไม่เว้นแม้แต่แบกแดดหรือปักกิ่ง แมนเชสเตอร์อาจเป็นเมืองที่เคยรุ่งเรืองพร้อมกับอุตสาหกรรมทอผ้าของอังกฤษ แต่แฟนแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดในฉนวนกาซาไปจนถึงกวางตุ้ง คงไม่เคยพยายามหาที่ตั้งของเมืองนี้บนแผนที่ และพนันกันได้เลยว่า กระเป๋ารถเมล์ชาวเอกวาดอร์และโชเฟอร์ขับแท็กซี่ในกรุงเทพฯ ที่ใส่เสื้อทีมบาร์เซโลนา คงไม่เคยรู้ระแคะระคายว่า "ทีมของตน" ตั้งอยู่กลางหัวใจของขบวนการชาตินิยมแคตาลัน (Catalan) ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยในสเปนที่มีภาษาพูดเฉพาะของตน และมีประวัติศาสตร์ยาวนานในแนวคิดอนาธิปไตย

นักฟุตบอลขวัญใจประจำทีมท้องถิ่นมักมียี่ห้อระดับโลก ชาวแมนเชสเตอร์คงพับเก็บเสื้อผีแดงสักพักและหันไปหาสีธงชาติอังกฤษในช่วงฟุตบอลโลก แต่ดาราประจำทีมรักของเขาจะถล่มใส่อังกฤษในเสื้อทีมชาติฮอลแลนด์, โปรตุเกส, อาร์เจนตินา, เซอร์เบียและฝรั่งเศส สำหรับผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด การมีดาราประจำทีมไปเล่นทีมชาติกลับเป็นปัญหาใหญ่ ดูอย่างเวย์น รูนี หากเขาฝืนเล่นให้ทีมชาติทั้ง ๆ ที่ยังไม่หายดีจากอาการบาดเจ็บที่เท้า แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดที่จ่ายค่าตัวซื้อเขามาเกือบ 40 ล้านเหรียญ อาจต้องทิ้งเงินก้อนนั้นไปฟรี ๆ ถ้ารูนีหมดสภาพในการแข่งขันฤดูกาลหน้า

นั่นคือสาเหตุที่แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดและ 17 สโมสรชั้นนำในยุโรป กำลังหาทางขอมีเอี่ยวจากรายได้ที่เกิดขึ้นในฟุตบอลโลก สโมสรเหล่านี้อ้างว่า "สินทรัพย์" ของพวกเขานี่แหละคือตัวสร้างรายได้ โดยที่สโมสรต้องรับความเสี่ยงจากการเซ็นสัญญาจ้างนักฟุตบอลเหล่านี้

แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาให้บรรดาสปอนเซอร์ต้องกังวลใจ. ไนกี้ดูเหมือนได้เปรียบที่ได้เป็นสปอนเซอร์ทีมอย่างบราซิล, ฮอลแลนด์, โปรตุเกส, เม็กซิโก, เกาหลีใต้, สหรัฐฯ ฯลฯ ส่วนอาดิดาส, สปอนเซอร์ให้เยอรมนี (แน่นอนล่ะ), ฝรั่งเศส, สเปน, อาร์เจนตินา, ญี่ปุ่นและตรินิแดด, ปูม่าได้แค่ทีมนอกสายตาอย่างไอวอรีโคสต์และอิหร่าน แต่สุดท้ายแล้วอาดิดาสจะเป็นบรรษัทที่ฟันกำไรสูงสุด เพราะการเป็นผู้ผลิตลูกฟุตบอลที่ขายไปแล้ว 10 ล้านลูก และคาดว่าจะขายได้อีก 5 ล้านไปจนสิ้นปีนี้

ฟุตบอลโลกเป็นเสมือนอนุจักรวาลจำลองของความขัดแย้ง ทั้งความขัดแย้งร่วมสมัยในด้านภูมิศาสตร์การเมืองและวัฒนธรรม หรือความขัดแย้งที่มีรากเหง้ามาจากอดีตในประวัติศาสตร์ เมื่อโปรตุเกสปะทะกับอังโกลาหรืออังกฤษเผชิญหน้ากับตรินิแดด ประวัติศาสตร์ของการล่าอาณานิคมย่อมโลดเต้นมีชีวิตขึ้นมาอีกในหมู่แฟนบอลของดินแดนที่เคยตกเป็นเมืองขึ้น

เมื่อไรที่อังกฤษเจอกับอาร์เจนตินา สงครามเกาะฟอล์คแลนด์ย่อมถูกรื้อฟื้นขุดคุ้ยขึ้นมา และไม่ต้องสงสัยเลยว่า ความทรงจำของสงครามโลกครั้งที่สองจะเด่นชัดขึ้นมาในนัดที่ออสเตรเลียฟาดแข้งกับญี่ปุ่น การแข่งขันย่อมระอุคุกรุ่นถึงขั้นดุเดือดด้วยการเมืองร่วมสมัย หากชะตากรรมเล่นตลกให้สหรัฐอเมริกาต้องโคจรมาเจอกับอิหร่านอีกครั้งในฟุตบอลโลกครั้งนี้

ฟุตบอลโลกเป็นเกมกีฬาที่ผลแพ้ชนะไม่เคยแน่นอน สิ่งที่กำหนดตัวผู้ชนะมักเป็นส่วนผสมที่เล่นแร่แปรธาตุมาจากทักษะกับความร่วมมือ, จินตนาการกับพละกำลัง, พรสวรรค์กับการฝึกซ้อม และอย่าลืมองค์ประกอบสำคัญ นั่นคือ โชคล้วน ๆ การบังคับลูกบอลกับนักเตะถึง 11 คนให้เคลื่อนไหวไปในสนามไม่ใช่เรื่องง่าย ต่อให้ไม่มีอีก 11 คนของฝ่ายตรงข้ามมาคอยขัดตาทัพก็ตาม

และไม่ว่า "สมรภูมิการต่อสู้" จะดุเดือดเพียงไร เมื่อจบเกม ในพิธีกรรมประจำฟุตบอลโลกที่นักเตะของทั้งสองฝ่ายต่างแลกเสื้อกันเพื่อแสดงถึงความนับถือและมิตรภาพ อย่างน้อยที่สุดก็ทำให้เราได้เห็นว่า ฟุตบอลโลกไม่ใช่แค่อนุจักรวาลจำลองของโลกในความขัดแย้งเท่านั้น แต่ยังเป็นภาพนิ่งที่บ่งบอกถึงทางออกอื่น ๆ ที่เป็นไปได้นอกเหนือจากสงครามด้วย

++++++++++++++++++++++++++++++

เกี่ยวกับผู้เขียน
Tony Karon เป็นบรรณาธิการอาวุโสของ TIME.com เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ข่าวความขัดแย้งระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในตะวันออกกลาง เขาเกิดและโตในแอฟริกาใต้ เป็นแฟนทีมลิเวอร์พูล และกำลังเขียน blog ว่าด้วยฟุตบอลโลกอยู่ใน Rootless Cosmopolitan

ภัควดี วีระภาสพงษ์ แปลและเรียบเรียงจาก
Tony Karon, "How to Watch the World Cup"
http://www.tomdispatch.com/, June 09, 2006.


 

คลิกไปที่ กระดานข่าวธนาคารนโยบายประชาชน

นักศึกษา สมาชิก และผู้สนใจบทความมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
ก่อนหน้านี้ สามารถคลิกไปอ่านได้โดยคลิกที่แบนเนอร์




สารบัญข้อมูล : ส่งมาจากองค์กรต่างๆ

ไปหน้าแรกของมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน I สมัครสมาชิก I สารบัญเนื้อหา 1I สารบัญเนื้อหา 2 I
สารบัญเนื้อหา 3
I สารบัญเนื้อหา 4 I สารบัญเนื้อหา 5
ประวัติ ม.เที่ยงคืน

สารานุกรมลัทธิหลังสมัยใหม่และความรู้เกี่ยวเนื่อง

webboard(1) I webboard(2)

e-mail : midnightuniv@gmail.com

หากประสบปัญหาการส่ง e-mail ถึงมหาวิทยาลัยเที่ยงคืนจากเดิม
midnightuniv@yahoo.com

ให้ส่งไปที่ใหม่คือ
midnight2545@yahoo.com
มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนจะได้รับจดหมายเหมือนเดิม



มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนกำลังจัดทำบทความที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ทั้งหมด กว่า 1100 เรื่อง หนากว่า 18000 หน้า
ในรูปของ CD-ROM เพื่อบริการให้กับสมาชิกและผู้สนใจทุกท่านในราคา 150 บาท(รวมค่าส่ง)
(เริ่มปรับราคาตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2548)
เพื่อสะดวกสำหรับสมาชิกในการค้นคว้า
สนใจสั่งซื้อได้ที่ midnightuniv@yahoo.com หรือ
midnight2545@yahoo.com


สมเกียรติ ตั้งนโม และคณาจารย์มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
(บรรณาธิการเว็บไซค์ มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน)
หากสมาชิก ผู้สนใจ และองค์กรใด ประสงค์จะสนับสนุนการเผยแพร่ความรู้เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ชุมชน
และสังคมไทยสามารถให้การสนับสนุนได้ที่บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ในนาม สมเกียรติ ตั้งนโม
หมายเลขบัญชี 521-1-88895-2 ธนาคารกรุงไทยฯ สำนักงานถนนสุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่
หรือติดต่อมาที่ midnightuniv@yahoo.com หรือ midnight2545@yahoo.com

 

 


 

 

แต่อย่าคิดว่าความเก่งกาจจะทำให้การเหยียดผิวบรรเทาลง. โอเลก บลอกคิน โค้ชทีมยูเครนเคยบ่นดัง ๆ ออกมาว่า "ยิ่งมีชาวยูเครนเล่นอยู่ในลีกภายในประเทศมากเท่าไร ก็ยิ่งเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับเด็กรุ่นต่อไป เราต้องให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้จาก [นักเตะของเรา] ไม่ใช่จากพวกซัมบ้า-บัมบ้าที่บางสโมสรปีนขึ้นไปจับจากต้นไม้ ใช้กล้วยล่อสักสองลูก แล้วตอนนี้ก็มาเล่นอยู่ในลีกของยูเครน". ยังไม่หมด ยังมีโค้ชทีมสแปเนียร์ด ลูอิส อราโกเนส หลุดปากออกทีวีขณะที่พูดกับศูนย์หน้า อันโตนิโอ เรเยส ว่า เรเยส นั้นเจ๋งกว่าเพื่อนร่วมทีมอาร์เซนอลชาวฝรั่งเศสอย่างเธียร์รี อองรี, เพียงแต่อราโกเนสไม่ได้พูดชื่ออองรี แต่พูดว่า "ไอ้มืดคนนั้น"