บทความวิชาการมหาวิทยาลัยเที่ยงคืนบนไซเบอร์สเปซทุกเรื่องไม่สงวนลิขสิทธิ์ไปใช้ประโยชน์ทางวิชาการ









Free Documentation License
Copyleft : 2006, 2007, 2008
Everyone is permitted to copy and distribute verbatim
copies of this license
document,
but changing it is not allowed.
บทความลำดับที่ ๑๐๔๙ เผยแพร่ครั้งแรกบนเว็บไซต์มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน ตั้งแต่วันที่ ๒๒ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๔๙
22-10-2549



Anti - Coup d' atat
The Midnight University

เกี่ยวกับกรณีการปิดกั้นเว็บไซต์มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
การต่อสู้เพื่อให้ความจริงพูดได้ กรณีการบล็อคเว็บไซต์ ม.เที่ยงคืน
(รายงานประชาชนฉบับที่ ๑)

กองบรรณาธิการมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
เรียบเรียงจากเหตุการณ์จริง

บทความที่ปรากฎบนหน้าเว็บเพจนี้ เป็นการรวบรวมจากเหตุการณ์จริง
เกี่ยวกับการปิดกั้นเว็บไซต์ ม.เที่ยงคืนโดยกระทรวง ICT ตั้งแต่เวลา ๑๙.๐๐ น ของวันที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๔๙
โดยมีลำดับหัวข้อที่สำคัญดังต่อไปนี้

1. จดหมายรณรงค์คัดค้านการปิดเว็บไซต์ ม.เที่ยงคืน (ไทย)
2. จดหมายรณรงค์คัดค้านการปิดเว็บไซต์ ม.เที่ยงคืน (อังกฤษ)
3. แถลงการณ์ ถึงคณะรัฐประหารผู้กระทำการละเมิดรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน พ.ศ. ๒๕๔๐
4. แถลงการณ์คัดค้านการปิดช่องทางการสื่อสารเสรี : มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
5. Statement of the Midnight University :
"Opposing the Closure of Channels of Free Communication"
6. ความร่วมมือจากเพื่อนๆ โครงการ Documenta 12
7. รายชื่อนักวิชาการและเพื่อนสื่อสารมวลชนจากทั่วโลก (ตัวอย่าง)
8. สยบข่าวลือว่าเว็บไซต์ ม.เที่ยงคืน ปิดตัวเองเพราะอยากดัง

midnightuniv@yahoo.com


(บทความเพื่อประโยชน์ทางการศึกษา)
ข้อความที่ปรากฏบนเว็บเพจนี้ ได้มีการแก้ไขและตัดแต่งไปจากต้นฉบับบางส่วน
เพื่อความเหมาะสมเป็นการเฉพาะสำหรับเว็บไซต์แห่งนี้

มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน ลำดับที่ 1049
เผยแพร่บนเว็บไซต์นี้ครั้งแรกเมื่อวันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๔๙
(บทความทั้งหมดยาวประมาณ 17 หน้ากระดาษ A4)

 

การต่อสู้เพื่อให้ความจริงพูดได้ กรณีการบล็อคเว็บไซต์ ม.เที่ยงคืน (รายงานประชาชนฉบับที่ ๑)
กองบรรณาธิการมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน เรียบเรียงจากเหตุการณ์จริง
(หมายเหตุ : รายชื่อผู้เกี่ยวข้องบางท่านเกี่ยวกับการต่อสู้ครั้งนี้ ผู้เขียนขอปกปิดเป็นความลับ เพื่อความปลอดภัยจากการถูกคุกคามในทุกรูปแบบตั้งแต่ขั้นเล็กน้อยไปจนกระทั่งถึงขั้นรุนแรง ภายใต้สถานการณ์ที่ยังไม่นับว่าเป็นปรกติ)

รายงานประชาชนฉบับที่ ๑ นี้ เป็นการกล่าวถึงเหตุการณ์ตั้งแต่เริ่มต้นที่มีการสังเกตุพบว่า เว็บไซต์ ม.เที่ยงคืนได้ถูกกระทรวงเทคโนโลยีและสารสนเทศปิดกั้น จากนั้นทางผู้ดูแลระบบ(webmaster) ได้เริ่มรณรงค์เกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไร และความร่วมมือต่างๆ ของนักวิชาการและเพื่อนสื่อมวลชนที่ตอบโต้เกี่ยวกับเรื่องนี้ สุดท้ายจะไปจบที่การสยบข่าวลือว่า เว็บไซต์ ม.เที่ยงคืนปิดตัวเองเพราะอยากดัง ด้วยการมีจดหมายเปิดผนึกถึงประชาชนนักวิชาการ และเพื่อนสื่อมวลชน
โดยรายงานประชาชนฉบับที่ ๑ ได้ลำดับหัวข้อเอาไว้ดังต่อไปนี้

1. จดหมายรณรงค์คัดค้านการปิดเว็บไซต์ ม.เที่ยงคืน (ไทย)
2. จดหมายรณรงค์คัดค้านการปิดเว็บไซต์ ม.เที่ยงคืน (อังกฤษ)
3. แถลงการณ์ ถึงคณะรัฐประหารผู้กระทำการละเมิดรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน พ.ศ. ๒๕๔๐
4. แถลงการณ์คัดค้านการปิดช่องทางการสื่อสารเสรี : มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
5. Statement of the Midnight University : "Opposing the Closure of Channels of Free Communication"
6. ความร่วมมือจากเพื่อนๆ โครงการ Documenta 12
7. รายชื่อนักวิชาการและเพื่อนสื่อสารมวลชนจากทั่วโลก (ตัวอย่าง)
8. สยบข่าวลือว่าเว็บไซต์ ม.เที่ยงคืน ปิดตัวเองเพราะอยากดัง

เริ่มเรื่อง
เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2549 เวลาเกือบ 20.00 น อ. ชัชวาลปุญปัน ภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (อาจารย์มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน) ได้โทรศัพท์มาถึงผม(สมเกียรติ ตั้งนโม)ในฐานะเว็บมาสเตอร์ ม.เที่ยงคืนว่า เว็บไซต์ของ ม.เที่ยงคืนไม่สามารถ access ได้ และปรากฏข้อความว่า The page cannot be displayed. The page you are looking for is currently unavailable… ดังนั้น ผมจึงทดลอง access ดู พบว่าไม่สามารถเข้าเว็บได้ และยังพบต่อไปว่า URL ของม.เที่ยงคืนจาก http://www.midnightuniv.org ถูกเปลี่ยนเป็น www.mict.go.th/ci/block

จากนั้น ผมได้ทดลอง access ด้วยตัวเองอีกหลายครั้งในช่วงเวลา 2 ชั่วโมงต่อมา ปรากฏว่าคงเข้าไปใช้ไม่ได้อยู่ดี และปรากฏข้อความเดิมๆ ดังนั้นจึงได้โทรศัพท์ถึงคณาจารย์ ม.เที่ยงคืนให้ช่วยทดลองดูด้วย ทั้งหมดนี้ทำให้เข้าใจได้ว่าเว็บไซต์ ม.เที่ยงคืนได้ถูกกระทรวงเทคโนโลยีและสารสนเทศปิดกั้น โดยไม่มีการแจ้ง ไม่มีการเตือน และไม่มีการชี้มูลความผิด

อย่างแรกสุดที่คิดได้ในคืนนั้นคือ ผมได้ค้นหา mailling lists เท่าที่มีอยู่ในมือ ซึ่งมีทั้งนักวิชาการและเพื่อนสื่อมวลชน โดยเริ่มส่งจดหมายอีเล็กทรอนิกเพื่อทำการรณรงค์เกี่ยวกับการที่เว็บไซต์ ม.เที่ยงคืน ได้รับการปฏิบัติด้วยอำนาจอันไม่เป็นธรรมจากกระทรวงเทคโนโลยีและสารสนเทศ โดยได้ร่างจดหมายเปิดผนึกฉบับแรก ดังมีข้อความต่อไปนี้…

1. จดหมายรณรงค์คัดค้านการปิดเว็บไซต์ ม.เที่ยงคืน (ไทย)
เรียน ... (ระบุชื่อตามลำดับ mailling list)

ผมมีเรื่องรบกวนใคร่ให้อาจารย์ / เพื่อนสื่อมวลชนช่วยเหลือ เพื่อรวบรวมรายชื่อเพื่อนนักวิชาการและเพื่อนสื่อมวลชนจากทั่วโลก ให้ช่วยรณรงค์เรื่องเกี่ยวกับการปิดเว็บไซต์และกระดานข่าวมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน ตั้งแต่เวลา 20.00น. วันที่ 29 กันยายน 2549 ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้เนื้อหาทั้งหมดที่มีบรรจุอยู่บนเว็บไซต์แห่งนี้คือ

1. บทความทางวิชาการทุกสาขา ตั้งแต่วิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ มนุษย์ศาสตร์ จำนวนกว่า 1500 เรื่อง
ซึ่งหนากว่า 2 หมื่นหน้าต้องสาบสูญไปจากไซเบอร์สเปซทันที
2. ทำให้กระดานข่าวที่เพิ่งเปิดใหม่เป็นครั้งที่ 3 ซึ่งมีเนื้อหากว่า 1300 หัวข้อ อันตรธานไป
3. เว็บไซต์แห่งนี้มีปริมาณการคลิกเดือนละ 2.5 ล้านคลิกต่อเดือน ซึ่งแสดงว่าได้ทำลายโอกาสของการเรียนรู้ทางวิชาการ
ของคนจำนวนมากให้พังพินาศลง

การกระทำครั้งนี้ถือเป็นการคุกคามทางวิชาการ เป็นการคุกคามเสรีภาพของสื่อ และเป็นการคุกคามพื้นที่สาธารณะที่สำคัญ เป็นการทำให้พื้นที่สาธารณะสาบสูญไปจากสังคม ซึ่งไม่อาจยินยอมได้ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น

เป้าหมายของการรณงค์ครั้งนี้คือ มีความประสงค์ที่จะรวบรวมรายสื่อนักวิชาการและนักสื่อสารมวลชนจากทั่วโลกประมาณ 1000 รายชื่อ เพื่อกดดันสิ่งที่กระทรวง ICT กระทำอย่างไม่ถูกต้อง โดยก่อนปิดเว็บไซต์มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน ทางกระทรวงดังกล่าวไม่มีการชี้แจงใดๆ ทั้งสิ้น ว่าผิดตรงไหน ผิดอย่างไร และที่สำคัญคือไม่มีการเตือนแต่อย่างใด อันผิดวิสัยการกระทำของวิญญูชน

อนึ่ง หากอาจารย์ / เพื่อนสื่อมวลชนรวบรวมรายชื่อได้แล้ว กรุณาส่งมายัง midnightuniv@gmail.com ด้วย เพื่อผมจะได้นำรวมกับส่วนอื่นๆ อีกเท่าที่หาได้ เพื่อเผยแพร่ต่อสาธารณะต่อไป

ขอแสดงความนับถือ
สมเกียรติ ตั้งนโม
เว็บมาสเตอร์ มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน

จดหมายฉบับนี้ ในวันต่อมาได้รับการจับใจความและแปลเป็นภาษาอังกฤษเพื่อกระจายไปยังเพื่อนนักวิชาการในต่างประเทศ โดยเพื่อนนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้ช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ดังข้อความต่อไปนี้…

2. จดหมายรณรงค์คัดค้านการปิดเว็บไซต์ ม.เที่ยงคืน (อังกฤษ)
Dear all,

The Midnight University Website, the foremost free and critical educational and public intellectual website in Thailand with over freely accessible 1,500scholarly articles, a lively webboard with ongoing thought-provoking debates,
which receives well over 2.5 visits per month from viewers around the world, has already been shut down by the Thai Information & Communications Ministry last night, acting under the order of the self-styled military Council of
Democratic Reform. This is not only a hugh loss to academic and intellectual freedom in Thai society, but also a closure of a free forum for the contention of ideas to find a peaceful alternative to violent conflict in Thailand.

We are gathering signatures for a campaign to pressure for the reversion of this unjustifiable violation of the Thai people's right to information and free expression by the Thai authorities. So, please consider adding your and your
firiends' names to the end of this message and e-mail it back to me so that we could save what little is left of precious freedom and wisdom in Thai society in these dark and difficult times.

Sincerely,
The Midnight University
..............................................

ขอย้อนกลับมายังดึกคืนวันที่ 29 กันยายน 2549 หลังจากที่ผมได้เริ่มต้นส่งจดหมายไปยังเพื่อนนักวิชาการและสื่อมวลชนแล้วสักพักหนึ่ง ก็ได้รับการตอบกลับมาจากเพื่อนๆ ในดึกคืนเดียวกันนั้น พร้อมทั้งมีการแลกเปลี่ยนความคิดกันว่า ควรจะทำ petition online ด้วย เพื่อสะดวกสำหรับบุคคลทั่วไปที่ไม่เห็นด้วยกับการปิดเว็บไซต์ ม.เที่ยงคืน พร้อมกันนั้นได้ย่อความจากจดหมายที่ผมส่งไปให้กลับมาเป็นเนื้อหาแถลงการณ์

เพื่อนอาจารย์จากมหาวิทยาลัยในต่างประเทศอีกคนหนึ่ง มีความคิดทำนองเดียวกันและขอให้ผมเขียนแถลงการณ์สั้นๆ เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ เพื่อจะได้ทำ petition online และรับอาสาที่จะแปลจากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ เพื่อให้เพื่อนนักวิชาการต่างประเทศเข้าใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด และพร้อมจะลงชื่อร่วมคัดค้านการกระทำอันไม่เป็นธรรมอย่างยิ่งครั้งนี้ ดังนั้นผมจึงได้ส่งย่อความจดหมายฉบับภาษาไทยที่เพื่อนสื่อมวลชนจัดทำไปให้

เช้าวันรุ่งขึ้น (30 กันยายน 2549) เพื่อนอาจารย์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ร่างแถลงการณ์เป็นภาษาไทยให้ เพื่อใช้ในการรณรงค์เรื่องนี้ผ่าน petition online ดังข้อความต่อไปนี้…

3. แถลงการณ์ ถึงคณะรัฐประหารผู้กระทำการละเมิดรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน พ.ศ. ๒๕๔๐
ข้าพเจ้าผู้มีรายนามข้างท้ายแถลงการณ์ฉบับนี้ ขอทวงคืนสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออกซึ่งความคิดเห็นที่แตกต่างจากท่าน และขอให้กระทรวงเทคโนโลยี่และการสื่อสารที่ท่านควบคุมอยู่ด้วยกำลังทหารนั้น ยกเลิกการปิดกั้นเวบไซด์ของมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน (www.midnightuni.org) ตั้งแต่เวลา ๒๐.๐๐ น. ของวันที่ ๒๙ กันยายน เป็นต้นมา รวมทั้งเว็บไซด์อื่นๆ ที่มีความเห็นแตกต่างจากความเห็นของท่าน อาทิ ..... ซึ่งถูกปิดกั้นการเข้าถึง หรือถูกก่อกวนจากผู้ไม่หวังดี

ข้าพเจ้าขอเรียนให้ท่านทราบว่า การรัฐประหารเมื่อ ๑๙ กันยายน ๒๕๒๙ ที่คณะของท่านได้กระทำลงไปนั้น มิได้มีแต่ผู้เห็นด้วยและชื่นชมกับการกระทำของท่าน แท้ที่จริงแล้วยังมีคำถาม ความสงสัย และความกังวลใจต่อความเป็นไปของทิศทางของบ้านเมืองซึ่งเป็นของทุกๆ คนอย่างเท่าเทียมกัน เป็นจำนวนมาก แต่ด้วยการใช้อำนาจของท่านผ่านการนำเอาอาวุธยุทโธปกรณ์ ซึ่งมาจากเงินภาษีของประชาชนมาควบคุมสถานีโทรทัศน์และวิทยุ ตลอดทั้งการปิดวิทยุชุมชน ทำให้เกิดสภาวะที่ประชาชนไม่สามารถแสดงออกซึ่งความคิดเห็นของพวกเขาได้อย่างเปิดเผย และเป็นการไม่เคารพต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนที่ได้รับการคุ้มครองจากรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นกฏหมายสูงสุดในการปกครองประเทศ ซึ่งผู้ใดจะละเมิดมิได้

เว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยเที่ยงคืนนั้นมิได้มีเฉพาะในส่วนของกระดานสนทนาในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างเสรีเท่านั้น แต่ยังได้บรรจุบทความทางวิชาการจำนวนมากกว่า ๑๕๐๐ รายการ ซึ่งเป็นแหล่งความรู้ที่สำคัญในวงการวิชาการ และในการพัฒนาประเทศในสาขาสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์มาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 6 ปี

การคุกคามทางวิชาการและการปิดกั้นในการแสดงความคิดเห็นนั้นไม่เป็นผลดีในการปกครองประเทศ ประชาชนทุกคนมีสิทธิขั้นพื้นฐานที่จะได้แสดงออกซึ่งความคิดเห็นที่แตกต่าง ซึ่งจะนำไปสู่ความเข้าใจที่รอบด้านต่อประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคม

กระดานสนทนาในเว็บไซต์นั้นนับเป็นพื้นที่หนึ่ง ในการที่ประชาชนสามารถแสดงออกซึ่งความคิดเห็นที่แตกต่างกันได้ ซึ่งไม่ได้นำไปสู่ความแตกแยกที่สร้างความเสียหายแก่ชาติบ้านเมือง กระดานสนทนานั้นเปรียบเสมือนเวทีสาธารณะที่ประชาชนทุกคนสามารถสะท้อนความคิดเห็น และความต้องการของพวกเขาออกมา รวมทั้งแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน และนำไปสู่ความเข้าใจในสังคมที่รอบด้านขึ้น กระดานสนทนาและเว็บไซต์ต่างๆ นั้นจึงเปรียบเสมือนชุมชนแห่งหนึ่ง ที่สมาชิกของชุมชนเหล่านั้นได้แลกเปลี่ยนความเห็นซึ่งกันและกัน ซึ่งเป็นหนึ่งในกระบวนการเรียนรู้ของสังคมที่เจริญแล้ว ในการอยู่ร่วมกันท่ามกลางความแตกต่างหลากหลายทางความคิด ที่เคารพซึ่งกันและกันและพร้อมที่จะเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกัน

สิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานในการแสดงออกซึ่งความคิดเห็นนี้ไม่อาจถูกพรากไปจากตัวของประชาชนทุกคนได้ และหากสิทธินี่ถูกพรากจากไปด้วยการใช้กำลังบังคับดังที่เป็นอยู่ ก็จะทำให้ทั้งประชาชนและผู้ปกครองไม่สามารถทราบถึงปัญหา ความกังวลใจ ของสมาชิกในสังคมที่มีอยู่ได้ ประเพณีทางการปกครองในประเทศของเราที่ผ่านมา ไม่ว่าจะยุคใดสมัยใดนั้น ได้ให้ความเคารพกับความคิดเห็นที่หลากหลายของประชาชนมาโดยตลอด การทำลายเสรีภาพของประชาชนในการแสดงความคิดเห็นโดยเฉพาะการปิดกั้นการแสดงออกทางความคิดเห็น และปิดกั้นการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่ไม่เป็นไปในด้านเดียวกับที่ท่านต้องการได้ยินนั้น ไม่ได้เป็นหลักประกันที่ดีถึงความจริงใจ และความเข้าใจของท่านที่มีต่อกระบวนการทางประชาธิปไตยที่ได้ดำเนินมาเป็นเวลายาวนานในสังคมของเรา

การปิดกั้น แทรกแซง และคุกคามเสรีภาพทางวิชาการ และการสื่อสารของประชาชนในทุกรูปแบบนั้นไม่ได้เกิดผลดีต่อการพัฒนาประชาธิปไตยในสังคมไทย และไม่เกิดผลดีต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยในสายตาของชาวต่างชาติที่ท่านให้ความสำคัญเป็นอย่างมากแต่อย่างใด

ขอให้ท่านได้หยุดการกระทำดังกล่าว รวมทั้งหยุดสร้างบรรยากาศที่ทำให้สื่อมวลชนทุกสาขาวิชาชีพไม่สามารถรายงานข่าวที่เป็นจริงและรอบด้านของสังคมไทยลง นับแต่บัดนี้

ลงชื่อ................................................
........................................................

(หมายเหตุ : เป็นที่น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่งว่า ข้อความข้างต้นนี้จากเพื่อนนักวิชาการจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยังไม่ได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษ เพราะมีเพื่อนนักวิชาการจากต่างประเทศที่รับอาสาจะแปลเป็นภาษาอังกฤษให้, ไม่เห็นด้วยในบางข้อความของแถลงการณ์ฉบับนี้ ดังนั้นทั้งสองจึงถกเถียงกันผ่าน email อีกหลายฉบับ. อย่างไรก็ตาม เหล่านี้เป็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจ ซึ่งได้สะท้อนให้เห็นว่าเว็บไซต์ ม.เที่ยงคืนเป็นของทุกคนสามารถที่จะแสดงความคิดเห็นได้ และเลือกที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการรณรงค์อย่างเท่าเทียม)

โดยตระหนักถึงความรวดเร็วและอายุของข่าว ซึ่งจะผ่านไปอย่างรวดเร็วหากขาดความต่อเนื่อง ดังนั้น คณาจารย์มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนจึงประชุมกันเพื่อออกแถลงการณ์เกี่ยวกับการปิดเว็บไซต์ ม.เที่ยงคืน โดยรณรงค์ผ่านหน้าหนังสือพิมพ์ในวันต่อไป ดังข้อความต่อไปนี้

4. แถลงการณ์คัดค้านการปิดช่องทางการสื่อสารเสรี : มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
เว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยเที่ยงคืนถูกกระทรวงเทคโนโลยีและสารสนเทศปิดกั้น แต่ไม่ใช่เว็บไซต์แห่งแรกที่ถูกอำนาจรัฐประหารปิดกั้น หรือพยายามเข้าไปปั่นป่วน ปฏิกิริยาของ ม.เที่ยงคืนต่อการรัฐประหารก็คือ แม้ไม่เห็นด้วยกับการแก้ปัญหาทางการเมืองอย่างมักง่ายเช่นนี้ แต่ก็เห็นว่าสายเกินกว่าจะแก้ไขอะไรได้ นอกจากช่วยกันผลักดันให้ประเทศกลับสู่เส้นทางพัฒนาประชาธิปไตยโดยเร็ว

คปค.อ้างว่าการรัฐประหารครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิรูปการเมือง ซึ่งส่วนหนึ่งประกอบด้วยการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่กระบวนการทั้งร่างรัฐธรรมนูญใหม่และปฏิรูปการเมือง ตามที่ปรากฏในธรรมนูญการปกครองฉบับชั่วคราว กลับเป็นกระบวนการที่ไม่เปิดให้ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพอย่างบริบูรณ์ อันเป็นเงื่อนไขสำคัญของการปฏิรูปการเมืองที่จะประสบความสำเร็จได้ เพราะการมีส่วนร่วมของประชาชน ไม่ใช่เพียงการถูกเลือกสรรเข้าไปนั่งในองค์กรร่างรัฐธรรมนูญเท่านั้น แต่ต้องหมายถึงโอกาสของการรับรู้และส่งผ่านความคิดเห็นกันอย่างอิสระเสรีด้วย ฉะนั้นบรรยากาศที่มีคณะทหารในนามของ คปค.คอยกำกับควบคุมอยู่เช่นนี้ จึงทำให้การปฏิรูปการเมืองที่แท้จริงเกิดขึ้นไม่ได้

ม.เที่ยงคืนจึงแถลงข่าวคัดค้านแนวทางการปฏิรูปการเมือง ตามที่ระบุไว้ในธรรมนูญการปกครองฉบับชั่วคราว และเสนอแนวทางอื่นซึ่งจะเปิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนกลับคืนมาให้สมบูรณ์ อันเป็นสิ่งสำคัญในกระบวนการปฏิรูปการเมืองและการร่างรัฐธรรมนูญ ม.เที่ยงคืนอาศัยการกระทำเชิงสัญลักษณ์คือการฉีกธรรมนูญชั่วคราวดังกล่าว และทั้งหมดนี้ได้รายงานไว้ในเว็บไซต์ของ ม.เที่ยงคืน (บทความลำดับที่ 1048)

ในวันที่ ๒๙ ก.ย. กระทรวงเทคโนโลยีและสารสนเทศได้ปิดกั้นเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยเที่ยงคืนทันที การกระทำนี้ ม.เที่ยงคืนสามารถสื่อกับสังคมได้ใหม่ไม่ยากด้วยการแก้ปัญหาทางเทคนิค แท้จริงแล้ว เราได้รับข้อเสนอจากผู้ให้บริการในต่างประเทศหลายราย ให้ ม.เที่ยงคืนใช้พื้นที่ของเขาได้โดยเสรี แต่ ม.เที่ยงคืนเห็นว่า ประเด็นปัญหาไม่ได้อยู่ที่พื้นที่สาธารณะมีหรือไม่มีในทางเทคโนโลยี แต่อยู่ที่ว่าพื้นที่สาธารณะถูกอำนาจรัฐประหารที่อ้างว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิรูปการเมืองปิดกั้น ฉะนั้นจึงจำเป็นที่พวกเราในประเทศที่จะต้องร่วมกันต่อสู้กับอำนาจที่ขาดความชอบธรรมนี้ร่วมกัน ไม่ใช่เรื่องที่จะหลบไปหาพื้นที่ใหม่

ดังที่ ม.เที่ยงคืนได้แถลงข่าวเตือนไว้แล้วว่า การปฏิรูปการเมืองในบรรยากาศที่ขาดสิทธิเสรีภาพของประชาชนนั้น จะไม่เกิดผลเป็นจริงได้ การเที่ยวปิดเว็บไซต์ของฝ่ายที่มีความเห็นไม่สอดคล้องกับกลุ่มอำนาจรัฐประหาร สะท้อนให้เห็นมาแต่ต้นว่า อำนาจนี้จะไม่อาจนำไปสู่การปฏิรูปการเมืองที่เปิดโอกาสอันเท่าเทียมแก่คนทุกกลุ่มในสังคม หากอำนาจนี้จะสิ้นสุดลงโดยสันติในสังคมไทย จำเป็นที่สังคมไทยต้องไม่ยอมจำนน แต่ควรร่วมมือกันในการกดดันให้อำนาจนี้ ยุติการละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนในทันที

จริงอยู่ ในบรรยากาศแห่งเสรีภาพ ย่อมเป็นธรรมดาที่อาจมีผู้ใช้โอกาสนี้สำหรับการทำลายหรือขัดขวางการปฏิรูปการเมือง แต่ในสังคมที่มีสิทธิเสรีภาพสมบูรณ์ สังคมจะมีพลังในการต่อสู้กับความเท็จ ความหลอกลวง ที่กลุ่มผู้ขัดขวางการปฏิรูปการเมืองจะต้องใช้เป็นเครื่องมือ ในการดึงอำนาจกลับไปสู่กลุ่มนักการเมืองฉ้อฉลซึ่งเคยมีอำนาจมาก่อน ในทางกลับกัน สังคมที่ถูกกำกับควบคุมการรับรู้ข่าวสารข้อมูลต่างหาก ที่เป็นสังคมอ่อนแอไม่อาจต่อสู้กับความเท็จความหลอกลวงของนักการเมืองได้

ตรงกันข้ามกับการเลือกปิดช่องทางการสื่อสาร โดยหาหลักเกณฑ์อะไรไม่ได้มากไปกว่ารู้สึกว่า ช่องทางเหล่านี้อาจไม่เป็นมิตรกับอำนาจรัฐประหาร การเปิดเสรีภาพอย่างไม่จำแนกระหว่างมิตรและศัตรู กลับเป็นกติกาที่แน่นอน คาดหวังได้จากทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียมกัน ความไม่มีกติกาอันแน่นอนเป็นสิ่งที่การรัฐประหารและใช้อำนาจที่ขาดการตรวจสอบควบคุมทุกระบบอ่อนแอที่สุด ฉะนั้นการประกันสิทธิเสรีภาพการรับรู้ของประชาชนอย่างเท่าเทียมกันต่างหาก ที่จะเป็นพลังอันแท้จริงของคณะรัฐประหารซึ่งได้อำนาจมาโดยขาดความชอบธรรม

มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
๓๐ กันยายน ๒๕๔๙

(หมายเหตุ : ข้อความจากแถลงการณ์ฉบับภาษาไทยนี้ ได้นำไปใช้เป็นแถลงการณ์รณรงค์บน petition online และภายหลังต่อมา ได้รับการตีพิมพ์บนหน้าหนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันที่ 4 ตุลาคม 2549 หน้า 32.)

5. Statement of the Midnight University
"Opposing the Closure of Channels of Free Communication"
(หมายเหตุ : แถลงการณ์ฉบับเดียวกันกับหัวข้อที่ 4 ซึ่งได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษและได้นำไปใช้เป็นแถลงการณ์รณรงค์บน petition online. แปลโดยอาจารย์จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์)

Beginning on Friday September 29th, the Midnight University's website has been blocked by the Ministry of Information and Communication Technology (ICT), Thailand. However, ours was not the first one to be blocked or tampered with by the power of the Coup Council. The Midnight University's considered reaction to the September 19th coup is strong disapproval of such a reckless solution to the nation's political problems. Nonetheless, we also realize that it is too late to reverse it and the only way out is to lend a hand in pushing our country back onto the path of democratic development.

The Council for Democratic Reform (CDR) has claimed that this coup is the beginning of a political reform process which includes the drafting of a new constitution. And yet, the provisions concerning the drafting of a new constitution and political reform in the Provisional Constitution of the CDR do not allow the full and free exercise of political rights and civil liberties by the people, which is the key condition for a successful political reform. Popular participation does not simply mean being selected to sit in a constituent assembly, but also denotes the opportunity for mutual learning and free exchange of ideas. Therefore, an atmosphere of subjection and control by the military under the CDR will rule out any possibility of genuine political reform.

For that reason, the Midnight University held a press conference on September 28th, to oppose the political reform process as stipulated in the Provisional Constitution and propose an alternative that would allow for the full restitution of rights and liberties to the people. To get our point across, we performed a symbolic act of tearing up copies of the Provisional Constitution and posted a report of the said event on the Midnight University's website.

Hence, the ICT's immediate imposition of a blockage on our website.

Actually, it is not hard for the Midnight University to overcome this technical difficulty. We have indeed received various offers from foreign servers to host our website. Be that as it may, we are of the opinion that the problem of availability of a public space is not technical in nature, but essentially political. And it has arisen because the self-proclaimed "Council for Democratic Reform" has used its coup-begotten power to impose a blockage on public space. Therefore, we need to fight this illegitimate power together right here in this land rather than evade it and find a new public space elsewhere.

As the Midnight University has earlier warned, political reform couldn't be realized in an atmosphere shorn of people's rights and liberties. That the Coup Council has thoughtlessly closed down websites that expressed dissenting views on the coup shows that it is incapable of leading a political reform that is free and equally open to all. To bring this power to an end peacefully, Thai society must not submit to it. Instead, we should together pressure it to stop the violation of people's rights and liberties at once.

It is true that, given freedom, there will be some who would exploit it to try to destroy or disrupt political reform. And yet, only the full exercise of rights and liberties can enlighten and empower a society to fight the lies and half-truths of corrupt politicians seeking a return to power. On the contrary, a society whose learning and communication is kept under tutelage will remain weak and unable to resist them.

In place of an arbitrary and selective censorship based on a subjective feeling of distrust and animosity of the censors, the complete and indiscriminate opening of all channels of communication will result in a free, fair and predictable rule of the game for all, thus rectifying the arbitrary, unchecked and uncontrolled exercise of power that is a major weakness of all coup-makers. By guaranteeing the equal rights and liberties of the people to information, the Coup Council will be able to tap into the real source of power far greater than whatever it can get from its illegitimate coup.

30 September 2006

(หมายเหตุ : สำหรับผู้สนใจเกี่ยวกับการลงชื่อและอ่านความคิดเห็นบน Petition online สามารถคลิกไปอ่านได้ที่ :
http://www.petitiononline.com/freeweb/petition.html)

6. ความร่วมมือจากเพื่อนๆ โครงการ Documenta 12
ในการณรงค์หารายชื่อนักวิชาการและเพื่อนสื่อมวลชนเพื่อคัดค้านการปิดเว็บไซต์ ม.เที่ยงคืนนี้ ผมยังได้ติดต่อไปยังเพื่อนๆ โครงการ Documenta 12 Magazine ด้วย ในฐานะที่เว็บไซต์ ม.เที่ยงคืน ได้เป็นตัวจักรสำคัญเกี่ยวกับโครงการฯ ดังกล่าว นั่นคือ

ในปีที่ผ่านมา (2548) เว็บไซต์ ม.เที่ยงคืนได้เป็นแม่ข่ายโครงการ Documenta 12 Magazine ในประเทศไทย ซึ่งแต่เดิมโครงการนี้เป็นโครงการทางด้านศิลปะที่สำคัญของยุโรป ซึ่งจะจัดขึ้นในทุกๆ 5 ปี ที่เมือง Kassel ประเทศเยอรมนี ที่ถือว่าเป็นโอลิมปิคทางด้านศิลปะ ซึ่งเริ่มต้นขึ้นมานับตั้งแต่ปี ค.ศ.1955 จนกระทั่งถึงปัจจุบัน

สำหรับโครงการ Documenta 12 Magazine นี้ มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนได้รับการเลือกให้เป็นศูนย์กลางของความร่วมมือระหว่างนิตยสารต่างๆ ทั้งที่เป็นสื่อดิจิตอลและสื่อสิ่งพิมพ์แนวก้าวหน้าของประเทศไทย ประมาณ 15 ฉบับให้มาพบปะสนทนากันที่ จ.เชียงใหม่ โดยการพูดคุยได้เน้นในเรื่องเกี่ยวกับการใช้ความคิดในเชิงวิพากษ์(critical thinking) และเรื่องของการศึกษา (สำหรับผู้สนใจเรื่องนี้สามารถคลิกไปอ่านบทความมหาวิทยาลัยเที่ยงคืนลำดับที่ 711)

เพื่อนจากโครงการ Documenta 12 Magazine เมื่อทราบข่าวว่าเว็บไซต์ ม.เที่ยงคืนถูกกระทรวง ICT บล็อก จึงได้ทำจดหมายเวียนไปถึงเครือข่ายทั่วโลก ดังมีรายละเอียดข้อความในจดหมายดังนี้ เพื่อชักชวนให้บรรดาสมาชิกของโครงการฯ จากยุโรป เอเชีย ออสเตรเลีย อเมริกา ลาตินอเมริกา และแอฟริกามาร่วมลงชื่อ…

Hello,

This mail is sent by Bcc. As you know, there was coup d'etat in Thailand on Sept.19. Despite the attempt by the military council to portrait it as a friendly coup, they are imposing censorship in various fields.

Recently they closed the important on-line education site, Midnight University <www.midnightuniv.org>. This on-line education has been created for those people who cannot afford to go to higher education to be informed and empowered. It is one of the most
enlightening media in Thailand, and I contribute to them, too, for free and copyleft, as I support their object.

In fact this is the second time they are closed down by the authority: the first time because by the Thaksin government, and this time because they are critical towards the coup and the military council. The closure of their site seriously obstructs educational process of millions of people who depend on them, blocking the free flow of information and exchange of people's ideas, and is a total setback of democratic process of the country, just like
the coup d'etat is.

I would appreciate if you help their petition campaign by adding your name and circulate their message to your friends. Thank you very much for your constant help for the democratic path of South East Asia.

ลงชื่อ ..............................................

หลังจากนั้น เครือข่ายโครงการ Documenta 12 Magazine จากทั่วโลก ก็ได้ทะยอยมาลงชื่อ โดยส่งชื่อของพวกเขาถึง Midnightuniv@gmail.com และรวมถึงเพื่อนจาก "Documentos Brumaria" <documentos@brumaria.net> ได้จดหมายมาถึงลงวันที่ Tue, 10 Oct 2006 21:07 : 09 +0200
Subject: DOCUMENTOS.196 พร้อมทั้งได้นำเสนอเป็นเว็บเพจดังนี้



7. รายชื่อนักวิชาการและเพื่อนสื่อสารมวลชนจากทั่วโลก (ตัวอย่าง)
ส่วนของรายชื่อนักวิชาการและเพื่อนสื่อมวลชน ซึ่งผมพยายามรณรงค์ให้ได้มา 1000 รายชื่อ ดังที่ระบุมาตั้งแต่ต้นนั้น (กรุณาดูรายละเอียดใน 1. จดหมายรณรงค์คัดค้านการปิดเว็บไซต์ ม.เที่ยงคืน) ปรากฏว่า ภายใน 48 ชั่วโมงแรก เราได้รับรายชื่อผู้ไม่เห็นด้วยกับการปิดเว็บไซต์ ม.เที่ยงคืนโดยกระทรวง ICT เกือบหนึ่งพันรายชื่อแล้ว และหลังจากนั้นก็เพิ่มเติมเข้ามาจนนับแทบไม่ไหว ทั้งโดยผ่านจดหมายอิเล็กทรอนิคซึ่งมีมาถึงมหาวิทยาลัยเที่ยงคืนโดยตรง และผ่าน petition online ซึ่งมีผู้ทำให้ถึง 2 รายคือ จากเพื่อนสื่อมวลชนฉบับภาษาอังกฤษในประเทศไทย และจากเพื่อนๆ FTA watch ซึ่งได้ช่วยเหลืออย่างดียิ่ง นอกจากนี้ยังมีข่าวลือว่า อดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ได้มาร่วมลงชื่อด้วยบน petition online ซึ่งข้อมูลนี้ไม่มีการยืนยัน คงเป็นเพียงข่าวลือเท่านั้น

ผู้ที่มาลงชื่อคัดค้านครั้งนี้มีทั้ง แพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล เภสัชกร สถาปนิก วิศวกร นักสังคมศาสตร์ นักมนุษยศาสตร์ ศิลปิน นักวรรณคดี เพื่อนสื่อมวลชนไทยแทบทุกฉบับ ตลอดรวมถึงนักศึกษาตั้งแต่ระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอกมาลงชื่อเป็นหมู่คณะ นอกจากนี้ยังมีสถานีวิทยุในต่างประเทศและผู้สื่อข่าวต่างประเทศ เช่นจากฝรั่งเศส อังกฤษ อเมริกา โทรศัพท์มาขอสัมภาษณ์คณาจารย์มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงตัวผมเองได้รับเชิญจาก SEAPA ให้ไปพูดถึงเรื่องนี้ที่ FCCT กรุงเทพฯ ด้วย

ตัวอย่างรายชื่อนักวิชาการและเพื่อนสื่อมวลชนที่คัดค้านการปิดเว็บไซต์ ม.เที่ยงคืน
พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ (รัฐศาสตร์, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) - ธนาพล อิ๋วสกุล (บรรณาธิการฟ้าเดียวกัน) - Thongchai Winichakul (Professor of History University of Wisconsin-Madison) - ศ.ดร.นิธิ เอียวศรีวงศ์ (มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน) - Ben Anderson (Professor Emeritus,Cornell University, USA.) - ศ.ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิร (มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์) - ศ. รังสรรค์ ธนะพรพันธุ์ - เพ็ญนภา หงษ์ทอง (จาก The Nation) - ชัชวาล ปุญปัน (คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่) - รศ.ดร.เกษียร เตชะพีระ (รัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์) - สุภัตรา ภูมิประภาส (The Nation) - รศ.ดร.อรรถจักร สัตยานุรักษ์ (ภาควิชาประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่) - รศ.ดร.อุบลรัตน์ ศิริยุวศักดิ์ (จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) - อ.วรศักดิ์ มหัทธโนบล (ภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) - รศ. สมเกียรติ ตั้งนโม (หลักสูตรสื่อศิลปะและการออกแบบสื่อ, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่) - ประสาท มีแต้ม (คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์) - รศ.สายชล สัตยานุรักษ์ (ภาควิชาประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่) - คุณสมชาย หอมลออ (นักกฎหมาย) - สุชาดา จักรพิสุทธิ์ (มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน) - ดร.ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ (ภาควิชาประวัติศาสตร์ หาวิทยาลัยธรรมศาสตร์) - พระไพศาล วิสาโล (วัดป่ามหาวัน อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ)

ดร.ไขศรี ภักดิ์สุขเจริญ (คณะสถาปัตยกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) - บรรณาธิการ เว็บไซต์"นอกกรอบ" ขอร่วมประณามและคัดค้านการบล็อคเวบมหาวิทยาลัยเที่ยงคืนด้วย - ดร.ประภาส ปิ่นตกแต่ง (คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) - สมชาย ปรีชาศิลปกุล (คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่) - ไพสิฐ พาณิชย์กุล (คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่) - นัทมน คงเจริญ (คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่) - วิภู รุโจปการ (Steward Observatory, University of Arizona) - เกรียงศักดิ์ เชษฐ์พัฒนวนิช (ภาควิชาประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่) - ปกศักดิ์ นิลอุบล (อดีตทูตสวีเดน - ปัจจุบันอาจารย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่) - ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ (มหาวิทยาลัยฮาวาย สหรัฐอเมริกา) - ชำนาญ จันทร์เรือง (อาจารย์พิเศษทางกฎหมาย) - พิกุล อิทธิหิรัญวงศ์ (มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้อำนวยการศูนย์สตรีศึกษา) - ไพทูรย์ ธัญญา (นักเขียนซีไรท์, ภาควิชาภาษาไทย มหาวิทยาลัยสารคาม) - ชลนภา อนุกูล (นักวิชาการอิสระ กลุ่มจิตวิวัฒน์) - นายรอมฎอน ปันจอร์ (ผู้สื่อข่าว) - ดร. กฤตยา อาชวนิจกุล (สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล) - กุลภา วจนสาระ (นักวิชาการอิสระ) - ปิยบุตร แสงกนกกุล (นิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ / ขณะนี้พำนักอยู่ฝรั่งเศส และข้าเว็บไซต์ไม่ได้) - ภัควดี วีระภาสพงษ์ (นักวิชาการและนักแปลอิสระ) - Jittat Fakcharoenphol - Angelo Embuldeniya - Caroline Hau (Assoc. Prof., Center for Southeast Asian Studies, Kyoto University) - -Tamara Loos (Assoc. Prof., department of History, Cornell University) - กฤษฎา บุญชัย (นักศึกษาปริญญาเอก คณะรัฐศาสตร์ มธ.)

(สำหรับผู้สนใจอ่านรายชื่อนักวิชาการและเพื่อนสื่อมวลชนทั้งหมดกว่า 1000 รายชื่อ กรุณาคลิกไปอ่านบทความมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน ลำดับที่ 1052)

8. สยบข่าวลือว่าเว็บไซต์ ม.เที่ยงคืน ปิดตัวเองเพราะอยากดัง
ในระหว่างที่มีการรณรงค์ประท้วงการปิดเว็บไซต์ ม.เที่ยงคืน ข่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์ได้รายงานถึงเรื่องดังกล่าวแทบทุกวัน ตั้งแต่หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ, มติชน, กรุงเทพธุรกิจ, ข่าวสด, คมชัดลึก, ฯลฯ รวมไปถึง The Nation, Bangkok Post, และสื่อออนไลน์ต่างๆ อย่างเช่น ประชาไทออนไลน์, โอเพ่นออนไลน์, FTA watch, นอกกรอบ, วิทยาลัยวันศุกร์, คนชายขอบ เป็นต้น

ในขณะเดียวกันก็มีข่าวลือว่า เว็บไซต์ ม.เที่ยงคืน ไม่ได้ถูกกระทรวง ICT บล็อคแต่อย่างใด เป็นความพยายามปิดตัวเองเพื่อสร้างความดัง บางรายลือว่า URL : http://www.midnightuniv.org ถูกแฮกเกอร์มือดี แฮกไปขายในตลาดมืดราคา 1000 US. บ้างก็ว่ามีข้อความจาบจ้วงสถาบันเบื้องสูง และบ้างก็ว่าเรื่องราวเหตุการณ์เหล่านี้ที่เกิดขึ้นจากทฤษฎีวางยาของไทยรักไทย เพื่อให้มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนชนกับ คปค.

เพื่อเป็นการยุติข่าวลือดังกล่าว ผมจึงต้องออกจดหมายเปิดผนึก เพื่อเป็นการชี้แจงข้อเท็จจริงให้ผู้สนใจทุกท่านทราบ และได้มีการเวียนส่งตาม mailling list และส่งไปยังหนังสือพิมพ์ และสื่อออนไลน์ฉบับต่างๆ ดังข้อความต่อไปนี้…

8.1 จดหมายเปิดผนึกถึงประชาชน นักวิชาการและเพื่อนสื่อมวลชน : การต่อสู้เพื่อให้ความจริงพูดได้

เรียน เพื่อนสื่อมวลชนและผู้รักในเสรีภาพและความเป็นธรรม

เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2549 เวลา 20.00 น ที่ผ่านมา ข้าพเจ้าในฐานะเวบมาสเตอร์ของเว็บไซต์ ม.เที่ยงคืน ได้พบว่าไม่สามารถเข้าเว็บได้ และยังพบต่อไปว่า URL ของม.เที่ยงคืนถูกเปลี่ยนเป็น www.mict.go.th/ci/block ทำให้เข้าใจได้ว่าถูกกระทรวงเทคโนโลยีและสารสนเทศปิดกั้น ต่อมาในวันรุ่งขึ้นข้าพเจ้าได้ติดต่อกับผู้บริหารบริษัท thaiis.com ซึ่งเอื้อเฟื้อให้ ม.เที่ยงคืนใช้พื้นที่ตลอดมา จึงได้ทราบว่า ในเวลา ๑๙.๐๐ น. ได้มีเจ้าหน้าที่จากกระทรวงเทคโนโลยีฯ แจ้งชื่อว่าสุรชัย ไม่ทราบนามสกุล โทรศัพท์สั่งให้บล็อคเวบไซท์ของม.เที่ยงคืน แต่เจ้าหน้าที่บริษัทไม่สามารถทำได้โดยไม่ได้รับคำสั่งจากผู้บริหารของบริษัท นายสุรชัยจึงได้ให้เบอร์โทรศัพท์ของตนคือ ๐๒-๕๖๘-๒๔๖๘ และ ๐๑-๓๕๒-๐๓๙๓ เพื่อให้ผู้บริหารติดต่อกลับไป แต่ปรากฏว่า เว็บไซต์ประมาณ ๓๐ เว็บซึ่งใช้พื้นที่ทั้งหมดที่อยู่ใน IP เดียวกันของบริษัทได้ถูกปิดกั้นทั้งหมดในคืนนั้น

วันรุ่งขึ้นผู้บริหารบริษัทได้ติดต่อกับนายสุรชัย (ซึ่งจากการสืบในทางลับ ทำให้ทราบว่านายสุรชัยนี้ เป็นลูกน้องของคนที่ชื่อวุฒิชัย ไม่ทราบนามสกุล) โดยแจ้งว่าบริษัทได้รับความเดือดร้อนในการประกอบธุรกิจ เพราะพื้นที่ส่วนที่เหลือนั้นบริษัทใช้สำหรับการขายบริการแก่บริษัทห้างร้านต่างๆ เหตุใดจึงไม่ปิดกั้นเฉพาะเวบไซท์ของม.เที่ยงคืนเพียงแห่งเดียว นายสุรชัยได้ตอบว่า วิธีนี้ได้ผลและง่ายดี รวมทั้งแจ้งว่าทางกระทรวงจะไม่ยุติการปิดกั้นทั้งหมด จนกว่าทางบริษัทจะย้ายเว็บไซต์ของม.เที่ยงคืนออกไปเสีย

ดังนั้น บริษัทจึงได้ย้ายเว็บไซต์ของม.เที่ยงคืนไปยังที่อยู่ชั่วคราว และพื้นที่ทั้งหมดของบริษัทก็สามารถเข้าถึงได้ใหม่อีกครั้งหนึ่ง

มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนไม่สามารถทราบได้ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เป็นไปตามคำสั่งอันชอบด้วยกฏหมายและความชอบธรรมของผู้รับผิดชอบกระทรวงเทคโนโลยีฯ หรือไม่ แม้กระทรวงฯ ปฏิเสธในภายหลังว่าไม่ได้มีคำสั่งบล็อคเว็ไซต์ของม.เที่ยงคืนแต่อย่างใด แต่สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ต้องมีผู้รับผิดชอบ หากเป็นการกระทำโดยพลการของเจ้าหน้าที่ ก็นับเป็นอันตรายอย่างยิ่ง เพราะการคุกคามสิทธิเสรีภาพของประชาชนกระทำในนามของกระทรวงฯ โดยไม่ต้องมีใครรับผิดชอบเลย ย่อมทำให้สิทธิเสรีภาพทั้งหมดของสังคมขาดหลักประกันด้วยประการทั้งปวง

แม้หลังจากที่มีการคลายบล็อคแล้ว แต่มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน ยังคงไม่เปิดทำการเว็บไซต์ของตนเอง เพราะหากเราใช้พื้นที่เก่าที่เรามีสิทธิ์จะใช้โดยเสรี ก็อาจถูกบล็อคโดยกระทรวงหรือโดยเจ้าหน้าที่กระทรวงฯ ซึ่งทำโดยพลการอีก อันจะเป็นเหตุให้บริษัท Thaiis.com ได้รับความเดือดร้อนไปด้วย

เราไม่อาจยินยอมให้ใครมาบังคับเราย้ายบ้านได้ตามใจชอบ ซึ่งเป็นการกระทำที่ปราศจากกฎเกณฑ์ เราตระหนักในสิทธิเสรีภาพที่จะอยู่อย่างมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี โดยไม่ยินยอมให้ใครก็ตาม ใช้ความรู้สึกโดยอำเภอใจมาขับไล่เรา ทั้งนี้เพราะ เราไม่อาจเป็นผู้ประกาศในความรักในสิทธิเสรีภาพได้ โดยที่ตนเองต้องย้ายบ้านหนีไปเรื่อยๆ โดยเหตุนี้เราจึงเห็นว่าต้องต่อสู้ในเรื่องนี้เพื่อสร้างความมั่นคงในหลักประกันสิทธิเสรีภาพที่จะไม่ถูกละเมิด หรือบีบคั้นตามอำเภอใจในอนาคต ซึ่งเราต่างมีความประสงค์ที่จะอยู่อย่างมั่นคงและสุขใจ

สำหรับคำร้องของเราที่มีถึงประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และคำฟ้องที่มีถึงาลปกครองกลางคราวนี้ ถือเป็นตัวแทนของคนไทยกลุ่มเล็กๆ กลุ่มหนึ่ง ที่ยืนยันถึงการทวงสิทธิในเกียรติและศักดิ์ศรี ซึ่งจักต้องได้รับการเคารพในทุกสถาน คืนมาจากการกระทำอันป่าเถื่อนปราศจากความเข้าใจในสิทธิเสรีภาพอย่างสิ้นเชิงของกระทรวงฯแห่งนี้ เพื่อเป็นตัวอย่างของอำนาจอธิปไตยของปวงชนชาวไทยที่เรามีมาภายใต้การปกครองในระบอบประชาธิปไตยของสังคม

ประชาธิปไตยคือสัญญาประชาคมที่เราต่างมีฉันทามติร่วมกัน ซึ่งเป็นหลักการที่เรายินยอมพร้อมใจที่จะอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์แบบที่เราเลือกและเห็นชอบที่จะอาศัย และทำให้เราคาดการณ์ถึงอนาคตได้ ในทางตรงข้าม กฎเกณฑ์ตามอำเภอใจจากใคร หรือคนกลุ่มใด หรือสถาบันใด ที่บัญญัติขึ้นมาโดยปราศจากสติสัมปชัญญะ และไม่ได้รับความเห็นชอบพร้อมใจ เป็นเรื่องที่เราไม่อาจยอมรับได้ และไม่อาจกำหนดอนาคตที่แน่นอนได้เลย ซึ่งจะนำทางเรากลับไปสู่สภาพป่า มากกว่าที่จะเรียกว่าอารยธรรมบ้านเมือง

สมเกียรติ ตั้งนโม
เว็บมาสเตอร์มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน


สนใจอ่านต่อ กรุณาคลิกไปอ่านบทความลำดับที่ 1050

 


 

คลิกไปที่ กระดานข่าวธนาคารนโยบายประชาชน

นักศึกษา สมาชิก และผู้สนใจบทความมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
ก่อนหน้านี้ สามารถคลิกไปอ่านได้โดยคลิกที่แบนเนอร์




สารบัญข้อมูล : ส่งมาจากองค์กรต่างๆ

ไปหน้าแรกของมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน I สมัครสมาชิก I สารบัญเนื้อหา 1I สารบัญเนื้อหา 2 I
สารบัญเนื้อหา 3
I สารบัญเนื้อหา 4 I สารบัญเนื้อหา 5
ประวัติ ม.เที่ยงคืน

สารานุกรมลัทธิหลังสมัยใหม่และความรู้เกี่ยวเนื่อง

webboard(1) I webboard(2)

e-mail : midnightuniv@yahoo.com

หากประสบปัญหาการส่ง e-mail ถึงมหาวิทยาลัยเที่ยงคืนจากเดิม
midnightuniv@yahoo.com

ให้ส่งไปที่ใหม่คือ
midnight2545@yahoo.com
มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนจะได้รับจดหมายเหมือนเดิม



มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนกำลังจัดทำบทความที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ทั้งหมด กว่า 1000 เรื่อง หนากว่า 17000 หน้า
ในรูปของ CD-ROM เพื่อบริการให้กับสมาชิกและผู้สนใจทุกท่านในราคา 150 บาท(รวมค่าส่ง)
(เริ่มปรับราคาตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2548)
เพื่อสะดวกสำหรับสมาชิกในการค้นคว้า
สนใจสั่งซื้อได้ที่ midnightuniv@yahoo.com หรือ
midnight2545@yahoo.com


สมเกียรติ ตั้งนโม และคณาจารย์มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
(บรรณาธิการเว็บไซค์ มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน)
หากสมาชิก ผู้สนใจ และองค์กรใด ประสงค์จะสนับสนุนการเผยแพร่ความรู้เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ชุมชน
และสังคมไทยสามารถให้การสนับสนุนได้ที่บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ในนาม สมเกียรติ ตั้งนโม
หมายเลขบัญชี 521-1-88895-2 ธนาคารกรุงไทยฯ สำนักงานถนนสุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่
หรือติดต่อมาที่ midnightuniv@yahoo.com หรือ midnight2545@yahoo.com

 

 


 

H
สิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานในการแสดงออกซึ่งความคิดเห็นนี้ไม่อาจถูกพรากไปจากตัวของประชาชนทุกคนได้ และหากสิทธินี่ถูกพรากจากไปด้วยการใช้กำลังบังคับดังที่เป็นอยู่ ก็จะทำให้ทั้งประชาชนและผู้ปกครองไม่สามารถทราบถึงปัญหา ความกังวลใจ ของสมาชิกในสังคมที่มีอยู่ได้ ประเพณีทางการปกครองในประเทศของเราที่ผ่านมา ไม่ว่าจะยุคใดสมัยใดนั้น ได้ให้ความเคารพกับความคิดเห็นที่หลากหลายของประชาชนมาโดยตลอด การทำลายเสรีภาพของประชาชนในการแสดงความคิดเห็นโดยเฉพาะการปิดกั้นการแสดงออกทางความคิดเห็น และปิดกั้นการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่ไม่เป็นไปในด้านเดียวกับที่ท่านต้องการได้ยินนั้น ไม่ได้เป็นหลักประกันที่ดีถึงความจริงใจ และความเข้าใจของท่านที่มีต่อกระบวนการทางประชาธิปไตยที่ได้ดำเนินมาเป็นเวลายาวนานในสังคมของเรา
power-sharing formulas, options for minority rights, and constitutional safeguards.
R