ผลงานภาพประกอบดัดแปลง ใช้ประกอบบทความบริการฟรีของ มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน

R
related topic
010848
release date

บทความมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
ลำดับที่ 627 หัวเรื่อง
การค้ามนุษย์ - มนุษย์กลายเป็นสินค้า
สมเกียรติ ตั้งนโม : เรียบเรียง
มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน

บทความบริการฟรี ม.เที่ยงคืน
The Midnight 's free article

มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
กลางวันเรามองเห็นอะไรได้ชัดเจน
แต่กลางคืนเราต้องอาศัยจินตนาการ

Website ของมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
สร้างขึ้นมาเพื่อผู้สนใจในการศึกษา
โดยไม่จำกัดคุณวุฒิ

หากต้องการติดต่อกับ
มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
ส่ง mail ตามที่อยู่ข้างล่างนี้
midnight2545@yahoo.com

เผยแพร่ เพื่อสาธารณประโยชน์
หากนักศึกษาหรือสมาชิก ประสบ
ปัญหาภาพและตัวหนังสือซ้อนกัน กรุณาลดขนาดของ font ลง จะ
สามารถแก้ปัญหาได้

midnightuniv@yahoo.com
midnight2545@yahoo.com
midarticle@yahoo.com
นักศึกษา สมาชิก และผู้สนใจทุกท่าน หากประสงค์จะตรวจดูบทความอื่นๆที่เผยแพร่บนเว็ปไซค์มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน ท่านสามารถคลิกไปดูได้จากตรงนี้ ไปหน้าสารบัญ
เว็ปไซท์นี้มีการคลิกโดยเฉลี่ยต่อวัน 30,779 สูงสุด 51,792 สำรวจเมื่อเดือน มิ.ย. 48
มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนขอขอบคุณ www.thaiis.com ที่กรุณาให้ใช้พื้นที่ฟรีในการเผยแพร่งานวิชาการ เพื่อประโยชน์ต่อสังคม

คลิกไปหน้า homepage มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน

การตักตวงประโยชน์ทางร่างกาย
สินค้ามนุษย์ : โลกของการค้าทาสหลังสมัยใหม่
สมเกียรติ ตั้งนโม : เรียบเรียง
มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน

หมายเหตุ : บทความนี้เรียบเรียงมาจากงานของ
Georgia Colton
สถาบัน Innocents Among Us

SEXUAL EXPLOITATION and HUMAN CARGO

http://www.innocents.ca/awarenessart_campaign1.htm

เผยแพร่บนเว็ปไซต์นี้ครั้งแรกเมื่อวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๔๘

(บทความทั้งหมดยาวประมาณ 13 หน้ากระดาษ A4)


 



ถึงผู้อ่านทุกท่าน:

เรามักจะมีคำถามพื้นฐานดังต่อไปนี้เสมอ ๆ อย่างเช่น

-
เราจะอดทนต่อปฏิบัติการอันทารุณกับเด็กๆของพวกเราต่อไปใช่ไหม ?
- เราจะอดทนต่อการตักตวงประโยชน์ทางเพศกับผู้หญิง, เด็ก, และการค้ามนุษย์ อันเป็นพิบัติภัยที่ระบาดอยู่บนโลกใบนี้และบรรดาเด็กๆทั้งหลายของเราต่อไปใช่ไหม ?
- บรรดาเด็กๆทั้งหลายในท่ามกลางหมู่พวกเรา - พวกเขาคือทรัพยากรที่ยิ่งใหญ่ และอนาคตของเราใช่ไหม ?

ในความไม่เดียงสาเหล่านั้น เราต่างเชื่อว่าพวกเขายังคงตกอยู่ในสภาพดังกล่าว

Georgia Colton
ผู้อำนวยการบริหารสถาบัน Innocents Among Us

การขูดรีดทางเพศ และ สินค้ามนุษย์
SEXUAL EXPLOITATION and HUMAN CARGO
13 กรกฎาคม 2004
การตักตวงประโยชน์ทางเพศมีด้วยกันหลายรูปแบบ อย่างเช่น มีภาพเด็กที่นำเสนออวัยวะเพศ, เด็กที่กำลังหัดเดินถูกหัดให้ใช้มือลูบคลำอวัยวะเพศของผู้ใหญ่, เด็กที่ถูกลูบไล้โดยพี่เลี้ยง, หรือกระทั่งพ่อและแม่ที่กระทำการอันไม่เหมาะสมทางเพศกับลูกๆของตนเอง, นอกจากนี้ยังมีเด็กที่ถูกขายให้กับซ่องโสเภณีเพื่อให้ได้เงินมาสำหรับเลี้ยงครอบครัว, ผู้หญิงคนหนึ่งที่ได้รับคำมั่นสัญญาว่าจะมีงานให้ทำในฐานะบริกรหรือคนใช้ แต่กลับถูกขายเข้าไปอยู่ในซ่องเป็นโสเภณี, ผู้หลบหนีซึ่งพยายามจะหาที่พักพิงชั่วคราวเพื่อปลอบขวัญ แต่กลับไปอยู่ในเงื้อมมือของแมงดาแทน เป็นต้น

คนเหล่านี้คือเหยื่อของการขูดรีดทางเพศ ไม่ว่าจะเกิดขึ้นในแคนาดา, สหรัฐอเมริกา, อเมริกาใต้, แอฟริกา, เอเชีย, ออสเตรเลีย, หรือยุโรป. มันเป็นการตักตวงประโยชน์ทางเพศจากพวกเด็กๆ, ผู้หญิง, รวมทั้งผู้ชาย

การทำมนุษย์ให้เป็นสินค้า, ไม่ว่าจะเป็นเด็กผู้ชายอายุ 4 ขวบที่ถูกลักพาตัวไปเพื่อเป็นจ็อกกี้บนหลังอูฐ เด็กที่ถูกขายในฐานะเป็นสัตว์เลี้ยงในบ้าน และต่อจากนั้นบังคับให้จ่ายค่าเลี้ยงดู. เด็กๆเป็นพันๆคนที่ทำงานอยู่ในโรงงาน ผู้หญิงและเด็กนับล้านซึ่งถูกขายเข้าสู่ตลาดอุตสาหกรรมทางเพศทั่วโลก; ผู้ชายที่ทำงานภายใต้สัญญาหรือข้อตกลงที่ขูดรีดสำหรับการปลดปล่อยหนี้สินของครอบครัว; ไม่ว่าจะเป็นการทุจริตค่าธรรมเนียมต่างๆหรือเงินกู้สำหรับค่าใช้จ่ายทางการแพทย์หรืองานศพจากบรรดาแรงงานทั้งหลาย หรือคนงานในโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเกิดขึ้นในแคนาดา, สหรัฐอเมริกา, อเมริกาใต้, แอฟริกา, เอเชีย, ออสเตรเลีย หรือยุโรป, มันคือการขูดรีดและตักตวงผลประโยชน์ และนั่นคือความหมายของการค้ามนุษย์ การทำมนุษย์ให้เป็นสินค้า

นิตยสาร National Geographic ที่ตีพิมพ์ออกมาในเดือนกันยายน 2003 ได้ระบุถึงประเทศต่อไปนี้ ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่ามีการค้าที่ผิดกฎหมาย มีการค้ามนุษย์มากกว่าร้อยคนเมื่อปีที่แล้ว นี่เป็นเรื่องสำคัญซึ่งจะต้องหมายเหตุลงไปว่า ไม่มีประเทศใดในโลกที่การทำงานหนักเยี่ยงทาสเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมาย

รายชื่อต่อไปนี้ คือประเทศที่มีการกระทำอันขูดรีดดังกล่าวข้างต้น ซึ่งเรียงลำดับจากอักษร A-Z
Albania, Angola, Armenia, Austria, Bahrain, Bangladesh, Belarus, Belgium, Belize, Benin, Bosnia, and Herzegovina, Brazil, Brunei, Bulgaria, Burkina Faso, Burundi, Cambodia, Cameroon, Canada, China, Columbia, Costa Rica, Croatia, Cuba, Czech Republic, Democratic Republic of the Congo, Denmark, Dominican Republic,

El Salvador, Equatorial Guinea, Estonia, Ethiopia, Finland, France, Gabon, Gambia, Georgia, Germany, Ghana, Greece, Guatemala, Haiti, Honduras, Hungary, India, Indonesia, Israel, Italy, Ivory Coast, Jamaica, Japan, Kazakhstan, Laos, Latvia, Lebanon, Liberia, Lithuania, Macedonia, Malawi, Malaysia, Mali, Mauritius, Mexico, Moldova, Morocco, Mozambique, Myanmar, Nepal, Netherlands, Nicaragua, Niger, Nigeria, North Korea, Norway, Pakistan, Philippines, Poland, Portugal, Qatar,

Romania, Russia, Rwanda, Saudi Arabia, Senegal, Serbia and Montenegro, Sierra Leone, Slovakia, Slovenia, South Africa, South Korea, Spain, Sri Lanka, Sudan, Suriname, Sweden, Switzerland, Taiwan, Tajikistan, Tanzania, Thailand, Togo, Turkey, Uganda, Ukraine, United Arab Emirates, United Kingdom, United States, Uzbekistan, Venezuelan, Vietnam, Zambia, Zimbabwe
(2003 U.S. Department of State Report on Trafficking - รายงานกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ เกี่ยวกับการค้าที่ผิดกฎหมายและการค้ามนุษย์)

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งองค์การสหประชาชาติ
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ได้ให้แนวทางที่ชัดเจนเกี่ยวกับสิ่งที่เหมาะสมและสิ่งที่ไม่เหมาะสมในการโต้ตอบกับการตักตวงผลประโยชน์ทางเพศและอุตสาหกรรมค้ามนุษย์. ขณะที่ประเทศทั้งหลายส่วนใหญ่มีกฎหมายต่างๆและบทบัญญัติที่เหมาะสม เพื่อปกป้องเหยื่อที่ไร้เดียงสาจากการขูดรีดทางเพศและการระบาดของสินค้ามนุษย์ แต่มีเพียงไม่กี่ประเทศเท่านั้นที่มีความใส่ใจในการจัดการปัญหาเหล่านี้ เพื่อที่จะหลุดไปจากรายชื่อเกี่ยวกับการกระทำความผิดดังกล่าว

โชคไม่ดีที่การทุจริตคอรัปชั่นของเจ้าหน้าที่ตำรวจและคนของรัฐบาลบางคน บ่อยครั้งได้ถูกมองข้ามไปในหลายๆส่วนของโลก ที่ซึ่งโสเภณีเด็ก, การตักตวงประโยชน์ทางเพศ และการค้ามนุษย์เป็นเรื่องธรรมดา เช่นดังการขูดรีดทางเพศจากผู้หญิงและเด็กโดยผู้คนที่ถูกระบุ ด้วยการปกป้องพวกเขา และมีการรับรองทางกฎหมาย

การตักตวงประโยชน์ทางเพศจากเด็ก ดูเหมือนจะเป็นแนวคิดหนึ่งซึ่งยากลำบากสำหรับเราที่จะจินตนาการ หรือทำความเข้าใจในฐานะผู้เป็นพ่อแม่, ผู้ปกครองเด็ก, สมาชิกของครอบครัว, และพลเมืองที่ห่วงใยในเรื่องดังกล่าว ทั้งในแคนาดาหรือในสหรัฐฯ. เราแสร้งว่ามันไม่มีอยู่ หรือหลอกตัวเองว่ามันเป็นเพียงเรื่องที่เกิดขึ้นที่นั่น ในต่างประเทศโน้นเท่านั้น

เราบอกกับตัวเองว่า การขูดรีดทางเพศและการใช้แรงงานมนุษย์เยี่ยงทาส เป็นเรื่องเก่าที่มีมานมนานแล้วในประวัติศาสตร์ และเราไม่ได้ทำอย่างนั้นอีกต่อไปแล้ว ณ ตอนนี้. เรารู้เรื่องราวเหล่านี้ในบางระดับโดยอ่านจากเอกสารหรือนิตยสารต่างๆ หรือเราเห็นเรื่องพวกนี้จากการดูข่าวและสารคดีทางทีวี หรือได้ยินเรื่องเล่าๆกันมา มันเกิดขึ้นจริงแต่เป็นที่อื่น และมักจะเป็นเหตุการณ์ซึ่งเกิดขึ้นในที่ห่างไกลเสมอ. เราสงสัยกันมากน้อยแค่ไหน และเราทั้งหมดน่าจะไม่อยากจะรู้เท่าใดนัก เพราะจำนวนต่างๆมันกำลังเพิ่มขึ้นจนทำให้เรารู้สึกกังวลใจและสับสนนั่นเอง

National Geographic
ตามบทความชิ้นหนึ่งในนิตยสาร National Geographic ซึ่งได้รับการตีพิมพ์ในปี ค.ศ.2003 บันทึกเอาไว้ว่า "ทุกวันนี้ ประชากรประมาณ 27 ล้านคน, มีทั้งผู้หญิง, เด็ก, และผู้ชาย ได้ถูกส่งไปขาย, ถูกจับ, ถูกทำทารุณ, และถูกตักตวงประโยชน์ไปทั่วโลก" และจำนวนมากของผู้คนเหล่านี้ได้ถูกขายเข้าไปสู่การมีชีวิตอยู่เยี่ยงทาสบำเรอทางเพศและคนใช้ในบ้านที่ทำงานหนัก

ปัจจุบัน ประมาณครึ่งหนึ่งของประชากรโลกกำลังตกอยู่ในความยากจนและขาดแคลน พวกเขามีรายได้น้อยกว่า 2 เหรียญสหรัฐต่อวัน. ผู้คนเป็นจำนวนมากกำลังพยายามที่จะหนีจากสถานการณ์ที่ล่อแหลมและเป็นอันตรายอันเนื่องมาจากสงคราม, ความตกต่ำทางเศรษฐกิจ, ภาวะทุพภิกขภัย, ความขาดแคลนที่ยาวนาน, และความอดอยากหิวโหยเพื่อแสวงหาชีวิตที่ดีกว่า คนจำนวนมากกำลังเลื่อนไหลไปมาเพื่อการดำรงอยู่ของพวกเขา. ผู้คนมากมายกำลังเผชิญหน้ากับชีวิตในแต่ละวันโดยปราศจากอาหารและน้ำ ด้วยที่พักอาศัยที่ย่ำแย่ซึ่งมีไม่เพียงพอ โดยไม่มีงานทำหรือความเป็นไปได้ที่จะได้งาน นอกจากนี้ยังไม่มีโอกาสเข้าถึงการรักษาพยาบาล และส่วนใหญ่มีความหวังต่อชีวิตที่ดีขึ้นในอนาคตเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ดังผลลัพธ์ของความยากจนและความขัดแย้งกันอย่างรุนแรงบนโลกใบนี้ คนจำนวนล้านๆกำลังตกอยู่ในสภาพที่เป็นเหยื่อของการตักตวงประโยชน์ทางเพศและอุตสาหกรรมสินค้ามนุษย์ พวกเขากำลังกลายเป็นเหยื่อของคนเหล่านั้น และพวกเขาตั้งใจที่จะมีชีวิตอยู่พ้นไปจากความทุกข์ยากของมนุษย์อีกคนหนึ่ง

ผู้แปลงคนเป็นสินค้า คนเหล่านี้คือบรรดาผู้ค้ามนุษย์, พวกแมงดา, ผู้แสวงหากำไรที่หน้าเลือด, และรวมถึงพ่อแม่และพี่เลี้ยงที่กระทำการทารุณต่างๆด้วย เช่นเดียวกันกับระบบทั้งหลายของรัฐบาลที่ข่มขืนชำเรา ฉ้อฉล และคอรัปชั่นซึ่งทำเป็นบอดใบ้หรือมองไม่เห็น. โลกาภิวัตน์ทำให้พรมแดนต่างๆเป็นเรื่องง่ายที่จะข้ามไปมา ขณะที่ความตกต่ำทางเศรษฐกิจ ภาวะสงคราม ความวุ่นวายทางการเมือง การคอรัปชั่น ทำให้ความโลภและการข่มขืนกระทำชำเรา มีความสะดวกง่ายดายต่อการค้ามนุษย์และการตักตวงประโยชน์ทางเพศมากขึ้น จากผู้หญิง และเด็ก

พวกเรากำลังอยู่ในยุคแห่งการค้าทาสในคริสตศตวรรษที่ 21
ขณะเดียวกันก็ปฏิเสธสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ อันนี้คือสภาพการณ์ที่อันตรายอย่างยิ่งสำหรับสองประเทศ คือแคนาดา และสหรัฐอเมริกา ซึ่งอ้างว่าอยู่ในกฎบัตรสหประชาชาติว่าด้วยเรื่องสิทธิมนุษยชน และวิพากษ์วิจารณ์ชาติอื่นๆที่ไม่เคารพกฎบัตรนี้. เรากำลังพูดถึงสิ่งหนึ่งแต่กำลังกระทำอีกสิ่งหนึ่ง

สภาพความเป็นทาส, หรือรู้จักกันในฐานะการค้ามนุษย์ที่ผิดกฎหมาย ได้รับการนิยามโดยรัฐบาลกลางสหรัฐว่าเป็นการจัดหา, การลักพา, หรือการโยกย้ายมนุษย์คนหนึ่ง เพื่อการค้าไปสู่ความเป็นทาสหรือภาวะจำยอมโดยไม่สมัครใจ. มันคือเศรษฐกิจใต้ดินซึ่งใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสามของโลก ตามหลังการค้าอาวุธ และยาเสพติด. การค้ามนุษย์ที่ผิดกฎหมาย ได้ทำให้มีเงินไหลสะพัดระหว่าง 7-12 พันล้านเหรียญในแต่ละปี สำหรับการลักลอบค้ามนุษย์, ลักพาตัว, ธุรกิจจัดหาคู่ทางจดหมาย, แก๊งเอเซีย, มาเฟียชาวรัสเซีย, และอื่นๆ (The New Slave Trade, Janice Price).

ข้าพเจ้ายังต้องการที่จะบอกกับตัวเอง ไม่ใช่กับบ้านเมืองของข้าพเจ้า กับประเทศของข้าพเจ้าว่า ผิดไปแล้วและน่าเศร้ามากที่เราอยู่ในอเมริกาเหนือ และ ณ ที่แห่งนี้มีผู้คนที่กำลังทำเรื่องร้ายๆเกี่ยวกับอาชญากรรมอันน่าหวาดหวั่นนี้อยู่. เราอยู่ในอเมริกาเหนือซึ่งเป็นแหล่งต้นตอแห่งหนึ่งของบรรดาเหยื่อทั้งหลาย ประเทศหนึ่งของการส่งผ่านเหยื่อ และเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับการค้ามนุษย์

ตามข้อเท็จจริง มีผู้คนราว 5 หมื่นถึง 1 แสนคนที่ถูกนำตัวมาสหรัฐในแต่ละปี และมีการค้ามนุษย์(National Geographic, Sept. 2003). นี่ไม่ใช่บางสิ่งบางอย่างที่เพียงเกิดขึ้นกับผู้ใหญ่เท่านั้น, "เด็กๆราว 4 แสนคนได้ถูกตักตวงประโยชน์ทางเพศในสหรัฐอเมริกานี้เอง" (new_slave.html). ทุกๆวัน เราคือผู้ค้ากำไรหน้าเลือดที่ขูดรีดและได้ประโยชน์จากเด็กและผู้ใหญ่ที่เคราะห์ร้ายเหล่านี้

ในอเมริกาเหนือ เราไม่เพียงตักตวงประโยชน์ทางเพศจากผู้หญิงและเด็กเท่านั้น แต่เรายังตักตวงกับผู้ชายของเราด้วย. คนเก็บฝ้ายในสมัยก่อน กลายเป็นคนเก็บส้มและมะเขือเทศในทุกวันนี้. เราค้าขายพวกเขาทั้งหมดอย่างผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นผู้ชาย ผู้หญิง และเด็ก ใช้พวกเขาในฐานะแรงงาน คนทำงานในโรงงาน คนงานภาคเกษตรกรรม ทาสรับใช้ในบ้าน และในอุตสาหกรรมทางเพศที่เจริญก้าวหน้าของเรา พวกเรากำลังตักตวงประโยชน์ทางเพศจากบรรดาเด็กๆของเรา รวมทั้งผู้ชายและผู้หญิง และมีส่วนร่วมอย่างกระตือรื้อร้นในปรากฏการณ์สินค้ามนุษย์ ดูเหมือนว่าทุกๆคนล้วนกำลังทำมันอยู่อย่างขะมักเขม้น

สินค้ามนุษย์เป็นประเด็นปัญหาอันหนึ่งของโลก ซึ่งส่งผลกระทบต่อประเทศต่างๆมากมาย. ในอเมริกาเหนือนี้ เราจักต้องกล้าเผชิญหน้ากับปฏิบัติการอันเลวร้ายต่อมนุษย์ และด้วยการทำเช่นนั้นเราจึงสามารถที่จะจ้องมองไปที่ผลกระทบต่อโลก เกี่ยวกับการตักตวงประโยชน์ทางพศและการระบาดของสินค้ามนุษย์ได้. เป็นเรื่องสำคัญที่จะหมายเหตุลงไปว่า มีเพียงไม่กี่ประเทศเท่านั้นที่หลุดไปจากรายชื่อการกระทำอันน่าอัปยศนี้. มันคือธุรกิจที่ทำเงินมหาศาล ธุรกิจใต้ดินซึ่งใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสามของโลก ที่ทำเงินในช่วงระหว่าง 7-12 พันล้านเหรียญในแต่ละปี

อะไรคือการตักตวงประโยชน์ทางเพศ และมันเกิดขึ้นที่ไหน?
"กิจกรรมทางเพศ บ่อยครั้งได้รับการมองว่าเป็นเรื่องส่วนตัว ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ชุมชนทั้งหลายไม่เต็มใจที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวหรือก้าวก่ายในกรณีต่างๆเกี่ยวกับการตักตวงประโยชน์ทางเพศ. ท่าทีหรือทัศนคติเช่นนี้ ทำให้เด็กๆตกอยู่ในอันตรายในฐานะเหยื่อของการขูดรีดทางเพศ

มายาคติต่างๆ อย่างเช่นความเชื่อที่ว่า HIV/AIDS สามารถรักษาให้หายได้โดยผ่านการมีเพศสัมพันธ์กับหญิงสาวบริสุทธิ์ ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอย่างเช่น อินเตอร์เน็ต นำเสนอภาพโป๊เปลือยของเด็กๆ และเสนอบริการท่องเที่ยวทางเพศโดยเล็งเป้าไปที่เยาวชนเหล่านี้ ทั้งหมดได้ไปช่วยเพิ่มอันตรายอย่างร้ายแรงแก่พวกเขามากขึ้น" (UNICEF)

ประเทศต่างๆอย่างแอฟริกา ตะวันออกกลาง ยุโรป แคนาดา และสหรัฐอเมริกา ทั้งหมดเป็นแหล่งต้นตอ เส้นทางผ่าน และจุดหมายปลายทางสำหรับสินค้ามนุษย์และการขูดรีดทางเพศจากผู้หญิง เด็ก และผู้ชาย. การตักตวงประโยชน์ทางเพศเป็นปรากฏการณ์ของโลกอย่างหนึ่งและปลุกความห่วงกังวลใจไปทั่วโลก. ปัญหาดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เป็นเรื่องที่แหลมคมในประเทศกำลังพัฒนาทั้งหลาย ซึ่งประสบกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างรวดเร็ว

ปัจจุบันมีประเทศต่างๆมากมายที่ต้องเผชิญกับความทุกข์ยากกับการไม่มีงานทำสูงขึ้น, ความยากจน, ภาวะทุพภิกขภัย, ความสิ้นหวังของมนุษย์, และสงคราม, และมันไม่ได้ถูกจำกัดเฉพาะประเทศที่ด้อยพัฒนาเท่านั้น อันนี้รวมทั้งประเทศที่กำลังพัฒนาด้วย. และต้องตระหนักไว้ว่า การตักตวงประโยชน์ทางเพศไม่เพียงเป็นเรื่องที่จำกัดขอบเขตแต่เฉพาะเรื่องโสเภณี, การค้ามนุษย์, และภาพโป๊เท่านั้น"
(United Nations Economic and Social Commission for Asia and the Pacific, July 2003).

ในขณะที่เป็นเรื่องยากสำหรับพวกเราส่วนใหญ่ ที่จะทำความเข้าใจความใหญ่โตเกี่ยวกับปัญหาระดับโลกนี้ มันเป็นเรื่องยากลำบากที่จะเห็นว่า การตักตวงประโยชน์ทางเพศในฐานะที่เป็นปรากฏการณ์ชุมชนท้องถิ่นหนึ่งๆ ดังที่ Richard Estes ศาสตราจารย์ทางด้านสังคมสงเคราะห์แห่งมหาวิทยาลัย Pennsylvania และผู้เขียนร่วมกันกับเขาคนหนึ่งกล่าวไว้ในรายงาน 3 ปีเรื่อง "การตักตวงประโยชน์ทางเพศจากเด็ก" ว่า… "การตักตวงประโยชน์ทางเพศจากเด็กๆเป็นรูปแบบของการชำเราเด็กที่ซ่อนเร้นส่วนใหญ่ในสหรัฐอเมริกา และในอเมริกาเหนือในทุกวันนี้"

ในอเมริกา เป็นหนึ่งในประเทศที่ยอมรับหรือตระหนักถึงการระบาดของเรื่องนี้น้อยที่สุด. ในช่วงเวลาแต่ละปี จำนวนมากของเด็กๆประมาณ 4 แสนคนต่างตกเป็นเหยื่อของการค้าทางเพศ นับจากภาพโป๊เกี่ยวกับเด็กและเยาวชน(juvenile pornography) รวมทั้งโสเภณีข้างถนน ไปจนกระทั่งถึงการขายเซ็กซ์ในโรงเรียน(Estes)

พวกเรามักจะประณามความยากจนอยู่บ่อยๆสำหรับการขูดรีดทางเพศ แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาเกี่ยวกับเรื่องนี้เสมอไป ส่วนใหญ่แล้ว เด็กที่ได้รับการบ่งชี้และพิสูจน์ในกรณีศึกษานี้คือ"เด็กผิวขาว"มากกว่า ผู้ซึ่งหนีออกมาจากบ้านของชนชั้นกลาง, น้อยกว่า 1 ใน 4 ของเด็กเหล่านี้ตามรายงาน มาจากบ้านที่ยากจน. งานศึกษาเกี่ยวกับเรื่องเด็กเป็นจำนวนมากมีประวัติศาสตร์ต่างๆเกี่ยวกับการข่มขืน กระทำชำเราทางเพศหรือทางร่างกายซ้ำซากที่บ้าน และพยายามหลบหนีจากภาวะนั้นอย่างสิ้นหวัง เพื่อทำให้การชำเราดังกล่าวต่อพวกเขาสิ้นสุดลง

ด้วยเหตุดังนั้นคำถามจึงมีว่า เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นมาได้อย่างไร? ดูเหมือนว่าแต่ละประเทศจะมีลูกค้าซึ่งมีพื้นฐานอยู่บนความพึงพอใจ ซึ่งใครสักคนอาจสันนิษฐานว่ามันเป็นเรื่องทางเศรษฐกิจต่างๆ; มันเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับเงินและอำนาจ. ในประเทศหนึ่ง ตัวแทนซึ่งทำหน้าที่รับใช้สังคมรายงานว่า มีเด็กๆมากกว่า 16,000 คนที่ผูกมัดอยู่กับซ่องโสเภณี ส่วนมากของเด็กพวกนี้บริการนักท่องเที่ยวเป็นเป้าหมายหลัก. ตามรายงานฉบับหนึ่งซึ่งตีพิมพ์โดยคณะกรรมการทางเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติ สำหรับกิจการเอเชียและแปซิฟิค ซึ่งได้รับการตีพิมพ์ในเดือนกรกฎาคม 2003 รายงานว่า:

มีเด็กเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ซึ่งเต็มใจที่จะเกี่ยวพันกับรูปแบบต่างๆของการตักตวงประโยชน์ทางเพศ อย่างเช่นการเป็นโสเภณี. ส่วนมากแล้วได้ถูกลักพาตัวมา ถูกขายโดยสมาชิกต่างๆของครอบครัวของพวกเขาเอง หรือถูกหลอกโดยบรรดาพวกเจ้าของซ่องทั้งหลาย หรือผู้จัดหาต่างๆ ด้วยคำมั่นสัญญาเกี่ยวกับการจ้างงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย.

มีเด็กบางคนหนีออกจากบ้านที่มีปัญหายุ่งยากและมีการข่มขืนกระทำชำเรา และต่างต้องประสบกับสถานการณ์ต่างๆ พร้อมทั้งจบลงด้วยการทำงานบริการทางเพศ ในฐานะที่เป็นเครื่องมือหรือวิธีการต่างๆสำหรับการหาเลี้ยงชีพ ซึ่งบรรดาผู้จัดหาทั้งหลายและพวกเจ้าของซ่องใช้ตักตวงหาประโยชน์. ยังมีคนอื่นๆที่พบว่าตัวของพวกเขาเองนั้น ถูกบังคับขู่เข็ญให้เข้าสู่อุตสาหกรรมน้ำกาม ด้วยการคุกคามที่เต็มไปด้วยความรุนแรง และถูกชักชวนโดยคำโกหกต่างๆ. ในหลายๆกรณี หลักฐานการกระทำชำเรามีกระจายอยู่ทั่วไป (United Nations Report).

ไม่มีเด็กคนใดในโลกที่ใฝ่ฝันถึงการเป็นทาส คนใช้ในบ้าน โสเภณีเด็ก นักจ๊อกกี้บนหลังอูฐ เป็นแรงงานในไร่น่า คนงานในโรงงาน ซึ่งต้องเผชิญกับความรุนแรง การข่มขืนกระทำชำเรา และความยากจนอย่างสุดๆที่เปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่างไปในชีวิต

ในอเมริกาเหนือ ความรุนแรงในครอบครัวมีอิทธิพลถึง 40% ของครอบครัวทั้งหมด บรรดาเด็กๆของเรานั่งอยู่หน้าจอโทรทัศน์เป็นชั่วโมงๆ จ้องดูภาพของความรุแรงต่างๆ การทำลายล้าง และเรื่องเพศ. เด็กประมาณ 2,000 คนจะตายในปีนี้โดยน้ำมือของพ่อแม่ที่ชอบกระทำทารุณ และส่วนใหญ่ของพ่อแม่เหล่านั้นจะกล่าวว่า พวกเขาไม่ได้ตั้งใจที่จะตีลูกรุนแรงถึงขนาดนั้น. 1 ใน 3, 5, หรือ 8 คนของเด็กๆ (ขึ้นอยู่กับเพศสภาพ) จะถูกกระทำชำเราทางเพศก่อนอายุ 18 ปี

ทั่วโลก เด็กประมาณ 3 แสนคนได้ทำหน้าที่ทุกวันนี้ ในฐานะที่เป็นทหารที่เข้าร่วมรบในสงคราม และส่วนใหญ่ของพวกเขาถูกลักพาตัวมาจากครอบครัวของตนเอง. เด็กๆที่มีอายุ 10-12 ปีได้ถูกฝึกให้ใช้เครื่องมือในการฆ่าต่างๆ ในขณะที่เด็กผู้ชายอายุ 4 ขวบได้ถูกลักพาตัวจากท้องถนนของปากีสถาน, อินเดีย, บังคลาเทศ, และซูดานเพื่อไปทำงานเป็นจ๊อกกี้บนหลังอูฐ

เด็กๆในหลายๆส่วนของโลก ต้องทำงานหนักถึงวันละประมาณ 12-14 ชั่วโมง ในสถานที่ทำงานอันเลวร้ายด้วยการทำงานหนักและได้ค่าแรงต่ำ, เช่น ตามโรงงานต่างๆ และในท้องนา. อุตสาหกรรมทางเพศของโลกเรานี้กำลังเจริญรุ่งเรืองและก้าวหน้า. การขูดรีดทางเพศและธุรกิจการค้ามนุษย์เป็นธุรกิจใต้ดินใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสามบนโลกใบนี้ เราสามารถที่จะเมินเฉยได้ต่อไปได้หรือเกี่ยวกับการตักตวงประโยชน์ทางเพศ และการข่มขืนชำเรากับบรรดาเด็กๆของพวกเรา ?

อะไรเกิดขึ้นกับเด็ก, วัยรุ่น หรือกับผู้ใหญ่ ซึ่งถูกตักตวงประโยชน์ทางเพศ?
ตามที่ Dilma Felizardo, เลขาธิการและผู้บริหารคนก่อนของ the National Campaign Against Sex Tourism and Exploitation of Your People and Children (การรณงค์ต่อต้านนักท่องเที่ยวทางเพศและการตักตวงประโยชน์จากผู้คนและเด็กๆแห่งชาติ)กล่าวว่า…

"เด็กและวัยรุ่นต่างอยู่ในช่วงวิกฤตของชีวิตในการสร้างอัตลักษณ์ของตนเอง, ตัวตนทางสังคม, และทัศนคติทางเพศ พวกเขาอยู่ในกระบวนการของการพัฒนา. สำหรับเหตุผลนี้ การตักตวงประโยชน์ทางเพศจากเด็กจะมีผลสะท้อนที่จริงจัง ต่อพัฒนาการทางสังคมและจิตวิทยาของเด็กและวัยรุ่นนับจำนวนล้านๆคนทั่วโลก"(Felizardo)

ผลลัพธ์ต่างๆของความเสียหายเกี่ยวกับการข่มขืนกระทำชำเราทางเพศพวกเด็กๆ คือบทพิสูจน์และข้อยืนยันทางเอกสารที่ดี มีงานศึกษาทางด้านเอกสารเล่มแล้วเล่มเล่า ผลงานตีพิมพ์ต่างๆ งานวิจัย คำให้การ และหลักฐานส่วนบุคคลทั้งหลาย ซึ่งได้พิสูจน์เงามืดแห่งข้อกังขาและความสงสัยที่ว่า การตักตวงประโยชน์ทางเพศและการระบาดของทาสหรือสินค้ามนุษย์ กำลังก่อให้เกิดความเสียและอันตรายอย่างรุนแรงต่อผู้ตกเป็นเหยื่อเหล่านั้น มันกำลังทำให้สังคมอ่อนแอลง มันกำลังทำให้ศีลธรรมเสื่อมทราม และมันกำลังก่อให้เกิดความตกใจมากขึ้น. อันนี้มีประจักษ์พยานอย่างชัดแจ้ง, มีหลักฐานอยู่โต้งๆ, และเป็นความจริงอันเจ็บปวดและน่าเศร้าใจอย่างสุดซึ้ง

มากยิ่งไปกว่านี้ มีพวกที่สนใจเรื่องเพศสภาพจำนวนมากเข้าใจผิดต่อเนื้อหา และบ่อยครั้งพวกเราคิดว่า การตักตวงประโยชน์ทางเพศเป็นปัญหาของผู้หญิงมากกว่า. ไม่ทั้งวัฒนธรรมและสังคมของเราจะคิดถึงผู้ชายในฐานะผู้ตกเป็นเหยื่อของการตักตวงประโยชน์ทางเพศเลย อันนี้คือมายาคติของวันเวลาสมัยใหม่ของเราอย่างหนึ่ง

"ถึงแม้ว่า ส่วนใหญ่ของการข่มขืนกระทำชำเรา และการตักตวงประโยชน์จากพวกเด็กๆจะเป็นเด็กผู้หญิง แต่เด็กๆผู้ชายก็ตกเป็นเหยื่อในเรื่องเหล่านี้ด้วย. การข่มขืนกระทำชำเราทางเพศต่อเด็กผู้ชายไม่ได้ถูกรายงานถี่มากนัก แน่นอนมันมีรายงานเกี่ยวกับเรื่องนี้น้อยกว่าการข่มขืนกระทำชำเราเด็กผู้หญิง และด้วยเหตุนี้มันจึงถูกรับรู้หรือตระหนักถึงปัญหาน้อยกว่า"

เป็นเพราะว่าสังคมส่วนใหญ่ คาดหวังว่าเด็กผู้ชายและผู้ชาย เป็นคนที่สามารถควบคุมอารมณ์ความรู้สึกของพวกเขาได้ และสามารถควบคุมคนอื่นและสภาพแวดล้อมของพวกเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มันเป็นเรื่องยากสำหรับเด็กผู้ชายที่จะกล่าวว่า พวกเขาได้ถูกข่มขืนกระทำชำเราทางเพศ. เด็กวัยรุ่นผู้ชาย ผู้ซึ่งตกเป็นเป้าหมายโดยพวกผู้ชาย อาจรู้สึกว่าความเป็นหนุ่มของพวกเขาอาจถูกสงสัย ถ้าหากว่าพวกเขาเปิดเผยถึงเรื่องดังกล่าว. เด็กวัยรุ่นผู้ชายผู้ซึ่งตกเป็นเป้าหมายโดยผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า อาจไม่มองเรื่องความสัมพันธ์ทางเพศ ในฐานะที่เป็นเรื่องของการข่มขืนกระทำชำเรา"
(VOY, Voices of Youth, Unicef, 2001).

เมื่อเราพิจารณาถึงเงื่อนไขปัจจัยต่างๆเหล่านี้ มันเป็นเรื่องซึ่งไม่ยากเกินไปที่จะทำความเข้าใจว่า ผู้ชายทั้งหลายก็สามารถได้รับความเสียหายและบอบช้ำในลักษณะนี้ได้เช่นกัน เนื่องจากความเชื่อทางวัฒนธรรมต่างๆและกฎหมาย กระทั่งที่นี่ในอเมริกาเหนือ

ข้อถกเถียงอันเร่าร้อนที่เกิดขึ้นมาเกี่ยวกับกฎหมายเรื่องการจำหน่ายภาพโป๊
การขายสินค้าต่างๆเกี่ยวเนื่องกับภาพโป๊เปลือยเก็บเกี่ยวรายได้อย่างงามนับเป็นจำนวนล้านๆในแต่ละปี และให้การสนับสนุนการตักตวงประโยชน์ทางเพศอย่างต่อเนื่องจากผู้ชาย ผู้หญิง และเด็ก. เนื่องจากการกู่ก้องร้องตะโกนของสาธารณชนและความห่วงใยในเรื่องการตักตวงประโยชน์ทางเพศจากพวกเด็กๆ ทำให้คณะอนุกรรมการอาชญกรรม และคณะกรรมาธิการยุติธรรมของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯชุดต่างๆ ต้องรับฟังความคิดเห็นเหล่านี้และหันมาให้ความสนใจมากขึ้นในปี ค.ศ.1977

โชคไม่ดีที่ "บรรดาคณะกรรมาธิการที่ปรึกษาประธานาธิบดีเกี่ยวกับปัญหาภาพลามกและอนาจาร ซึ่งประกอบตัวขึ้นมาจากบรรดานักสังคมศาสตร์ทั้งหลาย ซึ่งมีอำนาจและพันธกิจอันยิ่งใหญ่ เคยประชุมกันเพื่อศึกษาถึงอิทธิพลของภาพโป๊เปลือยที่มีต่อพฤติกรรมของมนุษย์ และได้ข้อสรุปที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ว่า ภาพโป๊เปลือยประเภทสุดๆ(hardest core pornography) ไม่ได้มีส่วนช่วยหรือสนับสนุนการกระทำผิดทางเพศ หรือไม่เปลี่ยนแปลงความต้องการและความปรารถนาทางเพศของเราไปได้" (Sexual Exploitation of Children Hearings, 265)

คุณรู้สึกสงสัยเกี่ยวกับเด็กๆที่ถูกนำเสนอในหนังโป๊, ภาพถ่าย, วิดีโอ และแม็กาซินเสียวซ่านไหม ?
- ใครคือพวกเด็กๆเหล่านั้นที่ถูกนำเสนอ?
- ภาพพวกนั้นมองแล้วคล้ายกับอะไร ถ้าเผื่อว่าเลนส์กล้องหันไปในทิศทางอื่น?
- ทำไมเราจึงกระทำการเช่นนี้กับเด็กๆของเรา ?


เราจะต้องตั้งคำถามว่า ทำไมภาพยนตร์ วิดีโอ ภาพโป๊ต่างๆ ฯลฯ เกี่ยวกับการเปลือยกายของเด็กๆที่เกี่ยวข้องกับการกระทำทางเพศจึงเป็นที่ต้องการมากถึงขนาดนี้ และอะไรที่มันกำลังขาดหายไป ซึ่งทำให้เราจะต้องเติมเต็มความพอใจความใฝ่ฝันทางเพศของเราด้วยพวกเด็กๆ. และใครบางคนอาจจะสงสัยต่อไปว่า ถ้าหากว่าวิดีโอเหล่านี้ไม่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของมนุษย์ แล้วทำไมพวกมันจึงเป็นที่ต้องการ. นี่คือสนามหลังบ้านของพวกเรา คนนเหล่านี้คือเด็กๆของพวกเรา ในที่นี้คืออเมริกาเหนือ. เราไม่ได้กำลังอ้างถึงบางประเทศในโลกที่สามที่เต็มไปด้วยคนแปลกหน้า ซึ่งเราสามารถแสร้งทำเป็นว่ามันไม่มีอยู่

++++++++++++++++++++++++++++++

เพื่อความสมบูรณ์ของเนื้อหา กรุณาอ่านควบคู่กันกับบทความลำดับที่ 628 เรื่อง
ทัศนียภาพของโลกกว้างเกี่ยวกับปัญหาการค้ามนุษย์

 

Works Cited
21st Century Slaves, National Geographic, Sept. 2003


2003 U.S. Department of State Report on Trafficking.


United Nations Economic and Social Commission for Asia and the Pacific, July 2003

Hundreds of Thousands of U.S. Children in Sex Trade By Sue Pleming WASHINGTON (Reuters) Sept 2002.

Dilma Felizardo, Ex-executive Secretary for the National Campaign Against Sex Tourism and Exploitation of Your People and Children.

VOY, Voices of Youth, Unicef, 2001. Modern Day Slavery.

http://abcnews.go.com/sections/world/DailyNews/trafficking020515.html.

The New Slave Trade: - The mail order bride. (Janice Price, The New Slave Trade)

http://www.realchangenews.org/pastissuesupgrade/2002_12_12/features/new_slave.html

Being Aware Taking Care, Guide for Parents, Teachers, Counselors, Youth Workers and Police, Burnaby-New Westminster Task Force on the Sexual Exploitation of Children and Youth. April 2002.

"Organized Crime Impact Study," Solicitor General of Canada, Public Works and Government Services of Canada, 1998

Rob Lamberti, "Sex Slaves: Fodder for Flesh Factories The Women Earn Nothing But Tips Until They Pay Off Their $40,000 Contracts," Toronto Sun, 10 May 1998.

http://www.catwinternational.org/fb/Canada.html

Kimberly Daum, "Sexually Exploited Children in Canada: The Law is Not on Their Side," Opinion/Essays, 17 October 1996

Police, Wayne Chamberlain, "Half of Sudbury Prostitutes Under 15 Years Old, Police Say: Streetwalkers a growing problem in Nickel City," The Sudbury Star, 13 April 1998

The U.S. Trafficking Victims Protection Act of 2000: An Explanatory Note.
http://www.protectionproject.org/trafic_in_us/trafic_in_us.htm

Signs of Child-Sexual Exploitation http://www.missingkids.com

Sexual exploitation of Children, Hearings before the Subcommittee on Crime of the Committee on the Judiciary U. S. House of Representatives, 1977( p.265)

Cruelty to Children must Stop. Full Stop
http://www.nspcc.org.uk/html/home/informationresources/prexploitationwomen.htm

United Nations Commission on Human Cargo and Sexual Exploitation

UNICEF. http://www.unicef.org/protection/index.htm



 

 

 

สารบัญข้อมูล : ส่งมาจากองค์กรต่างๆ

ไปหน้าแรกของมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน I สมัครสมาชิก I สารบัญเนื้อหา 1I สารบัญเนื้อหา 2 I สารบัญเนื้อหา 3
ประวัติ ม.เที่ยงคืน

webboard(1) I webboard(2)

e-mail : midnightuniv@yahoo.com

หากประสบปัญหาการส่ง e-mail ถึงมหาวิทยาลัยเที่ยงคืนจากเดิม
midnightuniv@yahoo.com

ให้ส่งไปที่ใหม่คือ
midnight2545@yahoo.com
มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนจะได้รับจดหมายเหมือนเดิม

 

มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนกำลังจัดทำบทความที่เผยแพร่บนเว็ปไซคทั้งหมด กว่า 620 เรื่อง หนากว่า 8200 หน้า
ในรูปของ CD-ROM เพื่อบริการให้กับสมาชิกและผู้สนใจทุกท่านในราคา 120 บาท(รวมค่าส่ง)
เพื่อสะดวกสำหรับสมาชิกในการค้นคว้า
สนใจสั่งซื้อได้ที่ midnightuniv@yahoo.com หรือ
midnight2545@yahoo.com

 

สมเกียรติ ตั้งนโม และคณาจารย์มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
(บรรณาธิการเว็ปไซค์ มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน)
หากสมาชิก ผู้สนใจ และองค์กรใด ประสงค์จะสนับสนุนการเผยแพร่ความรู้เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ชุมชน
และสังคมไทยสามารถให้การสนับสนุนได้ที่บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ในนาม สมเกียรติ ตั้งนโม
หมายเลขบัญชี 521-1-88895-2 ธนาคารกรุงไทยฯ สำนักงานถนนสุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่
หรือติดต่อมาที่ midnightuniv@yahoo.com หรือ midnight2545@yahoo.com




 

มายาคติต่างๆ อย่างเช่นความเชื่อที่ว่า HIV/AIDS สามารถรักษาให้หายได้โดยผ่านการมีเพศสัมพันธ์กับหญิงสาวบริสุทธิ์ ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอย่างเช่น อินเตอร์เน็ต นำเสนอภาพโป๊เปลือยของเด็กๆ และเสนอบริการท่องเที่ยวทางเพศโดยเล็งเป้าไปที่เยาวชนเหล่านี้ ทั้งหมดได้ไปช่วยเพิ่มอันตราย
อย่างร้ายแรงแก่พวกเขามากขึ้น" (UNICEF)

ทุกวันนี้ ผู้คนสามารถหาซื้อเด็กคนหนึ่งในอินเดียได้ในราคาเพียง 35 เหรียญ, ผู้หญิงคนหนึ่งในเทล อาวีฟ ในราคา 4000 เหรียญ... สภาพความเป็นทาส, หรือรู้จักกันในฐานะการค้ามนุษย์ที่ผิดกฎหมาย ได้รับการนิยามโดยรัฐบาลกลางสหรัฐว่าเป็นการจัดหา, การลักพา, หรือการโยกย้ายมนุษย์คนหนึ่ง เพื่อการค้าไปสู่ความเป็นทาสหรือภาวะจำยอมโดยไม่สมัครใจ. มันคือเศรษฐกิจใต้ดินซึ่งใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสามของโลก ตามหลังการค้าอาวุธ และยาเสพติด. การค้ามนุษย์ที่ผิดกฎหมาย ได้ทำให้มีเงินไหลสะพัดระหว่าง 7-12 พันล้านเหรียญในแต่ละปี สำหรับการลักลอบค้ามนุษย์, ลักพาตัว, ธุรกิจจัดหาคู่ทางจดหมาย, แก๊งเอเซีย, มาเฟียชาวรัสเซีย, และอื่นๆ (The New Slave Trade)

ผลงานวิชาการชิ้นนี้ เผยแพร่ครั้งแรกบนเว็ปไซต์ วันที่ ๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๘ : บทความทั้งหมดของมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน ไม่สงวนสิทธิ์ในการใช้ประโยชน์ทางวิชาการ
มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนขอขอบคุณ
เจ้าของพื้นที่ www.thaiis.com ที่กรุณาให้ใช้พื้นที่ฟรีในการเผยแพร่งานวิชาการ
เว็ปไซต์ของมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน ออกแบบขึ้นมาเพื่อใช้กับ Display properties : screen area 600 X 800 pixels ซึ่งจะให้ภาพที่คมชัดและสมบูรณ์ที่สุด
H

มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนกำลังจัดทำบทความที่เผยแพร่บนเว็ปไซคทั้งหมด กว่า 600 เรื่อง หนากว่า 8000 หน้า
ในรูปของ CD-ROM ในราคา 120 บาท(รวมค่าส่ง) สนใจสั่งซื้อได้ที่ midnightuniv@yahoo.com

หรือ ส่งธนาณัติถึง
สมเกียรติ ตั้งนโม : ไปรษณีย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 50202
กรุณาส่งธนาณัติแลกเงินไปยัง สมเกียรติ ตั้งนโม : คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ถนนสุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50202 และอย่าลืมเขียนชื่อ ที่อยู่ ของผู้รับตัวบรรจงด้วยครับ เพื่อป้องกันความผิดพลาดในการจัดส่งทางไปรษณีย์

บทความวิชาการฟรีที่ผ่านมา ของมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน หากนักศึกษาและสมาชิกท่านใตสนใจ สามารถคลิกไปอ่านได้จากที่นี่...คลิกที่ภาพ
บทความทุกชิ้นที่เผยแพร่บนเว็ปไซต์นี้ จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข เพื่อประโยชน์ต่อการนำไปใช้อ้างอิง