R
relate topic
090148
release date
บทความมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
ลำดับที่ 503 หัวเรื่อง
ชัยชนะของประชาชน
กรณีม๊อบท่อก๊าซ
ไทย-มาเลย์
จากหนังสือพิมพ์ข่าวสด
The Midnight 's article

มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนกำลังจัดทำบทความที่เผยแพร่บนเว็ปไซคทั้งหมด กว่า 500 เรื่อง หนากว่า 6000 หน้า ในรูปของ CD-ROM ในราคา 120 บาท
(รวมค่าส่ง) สนใจสั่งซื้อได้ที่ ...
midnightuniv@
yahoo.com
หรือ ส่งธนาณัติถึง ...
สมเกียรติ ตั้งนโม : ไปรษณีย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 50202

กรุณาส่งธนาณัติไปยัง สมเกียรติ ตั้งนโม : คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ถนนสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50202

เผยแพร่ เพื่อสาธารณประโยชน์
หากนักศึกษาหรือสมาชิก ประสบ
ปัญหาภาพและตัวหนังสือซ้อนกัน กรุณาลดขนาดของ font ลง จะ
สามารถแก้ปัญหาได้
midnightuniv@yahoo.com
midnight2545@yahoo.com
midarticle@yahoo.com
ผลงานวิชาการชิ้นนี้ เผยแพร่ครั้งแรกบนเว็ปไซต์ วันที่ ๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๘ : ไม่สงวนสิทธิ์ในการใช้ประโยชน์ทางวิชาการเท่านั้น
ผลงานภาพประกอบดัดแปลง ใช้ประกอบบทความบริการฟรีบนเว็ปไซต์ของ มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน เพื่อประโยชน์ทางการศึกษาสำหรับนักศึกษาและสมาชิก

คอลัมน์ แฟ้มคดี

หมายเหตุ : เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2547 นายพงศธร เหมทานนท์ ผู้พิพากษาศาลจังหวัดสงขลา มีคำพิพากษา คดีอัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยรวม 20 คน ซึ่งเป็นกลุ่มคัดค้านโครงการท่อส่งก๊าซและโรงแยกก๊าซไทย-มาเลเซีย ที่ถูกตำรวจสลายการชุมนุมอย่างรุนแรง และจับกุมบริเวณหน้าโรงแรมเจ.บี. อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2545 ถูกแจ้งหลายข้อหา หลังผ่านไปเกือบ 2 ปี ศาลมีคำพิพากษายกฟ้องจำเลยทั้งหมด

รายละเอียดคำพิพากษา

เห็นว่าโครงการท่อส่งก๊าซและโรงแยกก๊าซธรรมชาติไทย-มาเลเซีย เป็นโครงการขนาดใหญ่ทางด้านพลังงานที่อาจมีผลกระทบต่อคุณภาพ สิ่งแวดล้อม สุขภาพอนามัย คุณภาพชีวิต หรือส่วนได้เสียสำคัญอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับประชาชนชุมชนท้องถิ่น รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2540 กำหนดให้ประชาชน ชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องร่วมรับรู้ข้อมูลข่าวสาร ร่วมเสนอความคิดเห็น ร่วมวางแผน ร่วมกระบวนการพิจารณา และเข้าร่วมในกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ตามที่กฎหมายบัญญัติ

ประชาชนหรือจำเลยทั้งยี่สิบหรือจำเลยทั้งยี่สิบคนหนึ่งคนใด ย่อมมีสิทธิในการนำเสนอความคิดเห็นต่อโครงการดังกล่าว รัฐบาลแห่งประเทศไทยย่อมตระหนักถึงบทบัญญัติและเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ จึงได้มีการจัดให้มีการประชาพิจารณ์ โดยอาศัยระเบียบของสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ โดยวิธีการประชาพิจารณ์ พุทธศักราช 2539 ขึ้น จำนวน 2 ครั้ง ต่างวาระกันที่หอประชุมเทศบาลนครหาดใหญ่ และที่สนามกีฬากลางจิระนคร ตามลำดับ แต่มีประชาชนไม่เห็นด้วยร่วมชุมนุมกันแสดงพลังมวลชนคัดค้านโครงการดังกล่าว จนเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงขึ้นทั้งสองครั้ง

หลังจากนั้นปรากฏแก่ประชาชนว่า รัฐบาลยังคงดำเนินการตามโครงการต่อไป ประชาชนหรือจำเลยทั้งยี่สิบ หรือจำเลยทั้งยี่สิบคนหนึ่งคนใด ย่อมมีสิทธิร่วมชุมนุมกันแสดงพลังมวลชนคัดค้านโครงการดังกล่าว ภายในขอบเขตแห่งกฎหมายเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนการดำเนินโครงการนี้ได้

ซึ่งนายวัชระพันธ์ จันทรขจร กรรมการอำนวยการประสานงาน และติดตามผลการปฏิบัติราชการสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี พลตำรวจตรีสัณฐาน ชยนนท์ ผู้บังคับการตำรวจภูธร จังหวัดสงขลา พันตำรวจตรีนภดล เพ็ชรสุทธิ์ (ยศขณะนั้น) สารวัตรป้องกัน ปราบปรามสถานีตำรวจภูธรอำเภอจะนะ และพันตำรวจตรีจันทร์ ชัยสวัสดิ์ (ยศขณะนั้น) พนักงานสอบสวนพยานโจทก์ และจำเลยที่ 4 อ้างตนเองเป็นพยานต่างเบิกความสอดคล้องเจือสมกันว่า

เมื่อประมาณวันที่ 15 หรือ 16 ธันวาคม 2545 พลตำรวจตรีสัณฐาน กับนายวัชระพันธ์ พบปะพูดคุยกัน เกี่ยวกับเรื่องกลุ่มผู้คัดค้านโครงการดังกล่าว จะร่วมชุมนุมกันเดินทางไปแสดงพลังมวลชน คัดค้านโครงการดังกล่าวที่อำเภอหาดใหญ่ ในระหว่างการจัดประชุมคณะรัฐมนตรี อย่างไม่เป็นทางการนอกสถานที่ (ครั้งที่ 5) และการประชุมร่วมกันระหว่างคณะรัฐมนตรีของรัฐบาลแห่งประเทศไทย กับคณะรัฐมนตรีของรัฐบาลประเทศมาเลเซีย

พลตำรวจตรีสัณฐาน จึงมอบหมายให้นายวัชระพันธ์ และพันตำรวจตรีนภดล ไปเจรจากับจำเลยที่ 4 เพื่อหาทางปรองดองกันและทางออกที่ดีในวันที่ 19 ธันวาคม 2545

นายวัชระพันธ์กับจำเลยที่ 4 พูดคุยกันแล้ว จำเลยที่ 4 แจ้งแก่นายวัชระพันธุ์ว่า ในวันเกิดเหตุ จะมีกลุ่มผู้คัดค้านโครงการดังกล่าวประมาณ 1,000 คน มาร่วมชุมนุมกันอย่างสงบ แล้วเดินทางไปที่อำเภอหาดใหญ่ เพื่อยื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ขอให้ทบทวนการดำเนินโครงการดังกล่าว

เสร็จแล้วจะพากันเดินทางกลับภูมิลำเนาในวันที่ 21 ธันวาคม 2545 ก่อนมีการชุมนุมร่วมกัน ระหว่างคณะรัฐมนตรีของรัฐบาลแห่งประเทศไทย และคณะรัฐมนตรีของรัฐบาลแห่งประเทศมาเลเซีย หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายปรึกษาหารือกันแล้ว ตกลงยินยอมให้กลุ่มผู้คัดค้านร่วมชุมนุมกันได้ และพร้อมที่จะจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกแก่กลุ่มผู้คัดค้าน

ในวันเกิดเหตุการณ์ที่จำเลยทั้งยี่สิบหรือจำเลยทั้งยี่สิบคนหนึ่งคนใด และประชาชนร่วมชุมนุมกันที่ลานกีฬาบ้านโคกสัก แล้วตั้งรูปขบวนร่วมกันเดินทางไปตามถนนสายเอเชียมุ่งหน้าไปทางอำเภอหาดใหญ่ โดยมีเจตนาและวัตถุประสงค์ร่วมกัน เพื่อแสดงพลังมวลชนคัดค้านโครงการดังกล่าว และยื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตามที่ได้ตกลงกันไว้ต่อไป จึงเป็นการใช้สิทธิเรียกร้องตามรัฐธรรมนูญ

ประชาชนหมู่มากทั้งชายหญิงและคนชรา ย่อมเป็นธรรมดาที่กลุ่มผู้คัดค้านต้องตระเตรียมวางแผนการจัดเตรียมเครื่องแต่งกาย เครื่องมือเครื่องใช้ อำนวยความสะดวก พฤติการณ์แห่งการกระทำของกลุ่มผู้คัดค้านในส่วนนี้ไม่เป็นความผิดต่อบทกฎหมายใดๆ

ต่อมาเมื่อกลุ่มผู้คัดค้านร่วมกันเดินทาง หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกับผู้คัดค้านยังไม่สามารถทำความตกลงยุติกันได้ ว่าเมื่อกลุ่มผู้คัดค้านเดินทางเข้าสู่เขตเทศบาลนครหาดใหญ่แล้ว จะใช้สถานที่ใดเป็นที่หยุดพักร่วมชุมนุมกัน ระหว่างสถานที่บริเวณสวนหย่อม ใกล้อาคารจอดรถของโรงแรมเจ.บี. (หาดใหญ่) ตามความประสงค์ของกลุ่มผู้คัดค้าน หรือบริเวณพื้นที่ว่างในถนนซอยข้างธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาถนนเพชรเกษม ที่หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องจัดเตรียมไว้ให้ ทั้งที่หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องทราบกำหนด และวัตถุประสงค์ของกลุ่มผู้คัดค้านในเวลาอันสมควรก่อนแล้ว จึงเป็นความบกพร่องในการติดต่อประสานงานที่ขาดความต่อเนื่องระหว่างหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้คัดค้าน

ดังนั้นแม้ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ระหว่างทางขบวนกลุ่มผู้คัดค้านต้องหยุดบนถนนสายเอเชียในท้องที่อำเภอนาหม่อม หรือบนถนนจุติอนุสรณ์บริเวณเชิงสะพานจุติบุญสูงอุทิศ ซึ่งเป็นสถานที่เกิดเหตุ ทำให้การจราจรติดขัดขาดความสะดวกก็ตาม

แต่เมื่อพิจารณาข้อเท็จจริงที่ได้ความจากคำเบิกความของพยานโจทก์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเจ้าพนักงานตำรวจที่อยู่ รู้เห็นเหตุการณ์ขณะปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาในบริเวณสถานที่เกิดเหตุนั้นๆ และต่างเบิกความไปในทำนองเดียวกัน

ประกอบกับภาพเหตุการณ์ที่ปรากฏทางจอภาพจากการเปิดแผ่นบันทึกข้อมูลภาพและเสียง(แผ่นวีซีดี) และแถบบันทึกภาพและเสียง(ม้วนวิดีโอ) ที่แสดงให้เห็นพฤติการณ์แห่งการกระทำและอิริยาบทของกลุ่มผู้คัดค้าน และเจ้าพนักงานตำรวจในสถานการณ์ต่างๆ แล้ว เป็นที่เห็นได้ชัดเจนว่ามีสาเหตุ เนื่องมาจากเจ้าพนักงานตำรวจตั้งจุดตรวจสกัดบนถนนสายเอเชีย และเจ้าพนักงานตำรวจจัดวางกำลังสกัด พร้อมกับนำแผงเหล็กมาตั้งขวางกันบนสะพานจุติบุญสูงอุทิศตามลำดับ

ไม่ยอมให้กลุ่มผู้คัดค้านเพื่อเข้าสู่พื้นที่ว่างบริเวณสวนหย่อม ใกล้อาคารจอดรถโรงแรม เจ.บี.(หาดใหญ่) ที่หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องจัดเตรียมไว้ให้ ตามที่กลุ่มผู้คัดค้านเคยปรึกษาหารือวางแผนร่วมกันมาแต่ต้น

พร้อมทั้งผลักดันกลุ่มผู้ชุมนุม ไปหยุดพักร่วมชุมนุม บริเวณพื้นที่ว่างในถนนซอยข้างธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาถนนเพชรเกษม เป็นเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ทั้งนี้กลุ่มผู้คัดค้าน คาดหวังว่านายวัชระพันธ์ น่าจะเจรจาตกลงกันกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องได้เป็นผลสำเร็จ จึงพากันแยกไปยืนสั่งสนทนากัน นั่งล้อมวง ร่วมกันรับประทานอาหารชำระล้างร่างกายและร่วมรับประทานอาหาร และร่วมกันทำพิธีละหมาดกับปฏิบัติภารกิจส่วนตัวอื่นๆ

การที่กลุ่มผู้คัดค้านหรือจำเลยทั้งยี่สิบ หรือจำเลยทั้งยี่สิบคนหนึ่งคนใด ยังคงหยุดพักร่วมชุมนุมกันบนถนนจุติอนุสรณ์ บริเวณเชิงสะพานจุติบุญสูงอุทิศต่อไปอีก แม้ระหว่างนั้นจะมีผู้คัดค้านบางคน หรือจำเลยทั้งยี่สิบคนหนึ่งคนใด ขึ้นผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันพูดปราศรัยโจมตีคัดค้านโครงการดังกล่าว จึงไม่ทำให้การชุมนุมเรียกร้องของกลุ่มผู้คัดค้านหรือจำเลยทั้งยี่สิบ หรือ จำเลยทั้งยี่สิบคนหนึ่งคนใดที่ได้ดำเนินมาโดยชอบแล้วตั้งแต่ต้น กลับกลายเป็นการชุมนุมเรียกร้องที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายไปได้

ลําพังเพียงพฤติการณ์ของจำเลยทั้งยี่สิบ หรือจำเลยทั้งยี่สิบคนหนึ่งคนใด ร่วมชุมนุมกับกลุ่มผู้คัดค้านตรงส่วนหน้าของขบวน หรือจัดกลุ่มผู้คัดค้านให้อยู่ในความเป็นระเบียบเรียบร้อย ก็หาใช่พฤติการณ์บ่งชี้แน่ชัดได้ว่า จำเลยทั้งยี่สิบหรือจำเลยทั้งยี่สิบคนนั้นๆ เป็นหัวหน้าหรือเป็นผู้มีหน้าที่สั่งการในการร่วมชุมนุม

ทั้งไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งยี่สิบ หรือจำเลยทั้งยี่สิบคนหนึ่งคนใดมีอาวุธเข้าร่วมชุมนุมเรียกร้อง ร่วมกันกับกลุ่มผู้คัดค้าน จึงฟังไม่ได้ว่าการที่กลุ่มผู้คัดค้าน หรือจำเลยทั้งยี่สิบหรือจำเลยทั้งที่สิบคนหนึ่งคนใดร่วมชุมนุมกันในวันเกิดเหตุ เป็นการมั่วสุมตั้งแต่ 90 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายหรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง โดยจำเลยทั้งยี่สิบหรือจำเลยทั้งยี่สิบคนหนึ่งคนใดมีอาวุธหรือเป็นหัวหน้าผู้มีหน้าที่สั่งการในการกระทำผิดนั้น

ต่อมาในเวลาต่อเนื่องกันสรุปข้อเท็จจริงมีสาระสำคัญสอดคล้องกันว่า ก่อนเกิดเหตุการณ์รุนแรงชุลมุนวุ่นวาย หลังจากขบวนรถของกลุ่มผู้คัดค้านแล่นมาหยุดจอดบนถนนจุติอนุสรณ์ บริเวณเชิงสะพานจุติบุญสูงอุทิศ ซึ่งเป็นสถานที่เกิดเหตุแล้ว กลุ่มผู้คัดค้านพากันลงจากรถยนต์ยานพาหนะร่วมชุมนุมกันบนถนนจุติอนุสรณ์ จากนั้นแยกกันปฏิบัติภารกิจส่วนตัวกันอย่างสงบ และไม่มีทีท่าว่าขบวนรถของกลุ่มผู้คัดค้าน จะขับแล่นทะลวงฝ่าแนวแผงเหล็กกั้นและเจ้าพนักงานตำรวจที่จัดวางกำลังบนสะพานจุติบุญสูงอุทิศ

ทั้งไม่มีผู้คัดค้านคนใดหรือจำเลยทั้งยี่สิบคนหนึ่งคนใด พูดยุยงส่งเสริมให้กลุ่มผู้คัดค้านกระทำเช่นนั้น การที่เจ้าพนักงานตำรวจ ต้องการผลักดันกลุ่มผู้คัดค้านให้สลายตัวพ้นจากบริเวณนั้นเสียในทันทีทันใด เพียงมีสาเหตุเนื่องมาจากเกรงว่าจะเกิดความไม่สะดวกแก่การสัญจรไปมาของคณะบุคคลที่จะเดินทางมาร่วมประชุมคณะรัฐมนตรี เพราะมีจำกัดเวลากระชั้นชิดเท่านั้น

กลุ่มรัฐคัดค้านย่อมไม่อาจทราบเจตนาเช่นนั้นของเจ้าพนักงานตำรวจได้ทั่วทุกตัวคน เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินออกไปยืนจัดตั้งแถวหน้าแผงเหล็กกั้นบนสะพานจุติบุญสูงอุทิศ กลุ่มผู้คัดค้านส่วนหน้าใกล้แผงเหล็กกั้นบางคน ซึ่งเชื่อว่าไม่เข้าใจจิตเจตนาของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงพากันลุกขึ้นยืนในลักษณะประจันหน้ากัน พร้อมกับมีสิ่งของถูกขว้างปามาจากทางกลุ่มผู้คัดค้านด้านหลัง เข้าใส่เจ้าพนักงานตำรวจ จึงมีผู้คัดค้านพาคนพูดผ่านเครื่องขยายเสียงห้ามปราม กลุ่มผู้คัดค้านให้การกระทำเช่นนั้น

แต่เหตุการณ์กลับลุกลามบานปลาย กลุ่มผู้คัดค้านและเจ้าพนักงานตำรวจเกิดการกระทบกระทั่งผลักดันต้านทาน ขว้างปาสิ่งของใช้ไม้คันธงและไม้กระบองเหวี่ยงทุบตีซึ่งกันและกัน ชุลมุนวุ่นวายกันไปทั่วบริเวณสถานที่เกิดเหตุ พร้อมกันกับมีผู้คัดค้านบนรถยนต์บรรทุก 6 ล้อ ยานพาหนะของกลุ่มผู้คัดค้านและบนถนนจุติอนุสรณ์บางคนร้องตะโกนด้วยปากเปล่า และผ่านเครื่องขยายเสียง ห้ามปรามมิให้กลุ่มผู้คัดค้านทำร้ายเจ้าพนักงานตำรวจ และขอร้องเจ้าพนักงานตำรวจอย่าได้ทำร้ายกลุ่มผู้คัดค้าน ซึ่งเป็นธรรมดาคำห้ามปรามเพียงเท่านี้ย่อมไม่อาจยับยั้งหยุดการกระทำของกลุ่มผู้คัดค้าน เหตุการณ์ยังคงดำเนินลุกลามต่อไป

จนกระทั่งเจ้าพนักงานตำรวจ ผลักดันสลายการชุมนุมของกลุ่มผู้คัดค้านได้สำเร็จในระยะเวลาอันสั้น ประมาณ 15 ถึง 20 นาทีเท่านั้น เมื่อโจทก์นำสืบพยานหลักฐานได้เพียงว่า เจ้าพนักงานตำรวจได้รับรายงานข่าวจากสายลับว่า กลุ่มผู้คัดค้านวางแผนจัดเตรียมอาวุธเข้าร่วมชุมนุมกัน โดยเจตนาจะบุกเข้ายึดโรงแรมเจ.บี.(หาดใหญ่) และขัดขวางการประชุมคณะรัฐมนตรี แต่ไม่ได้ความชัดเจนว่าแผนการของกลุ่มผู้คัดค้านมีข้อเท็จจริง และรายละเอียดเกี่ยวกับเวลาและสถานที่ที่จะกระทำการนั้นๆ อย่างไร

ทั้งโจทก์ไม่ได้นำสายลับเหล่านั้นมาเบิกความยืนยันข้อเท็จจริงดังกล่าว จึงเป็นเพียงรายงานข่าวที่เลื่อนลอย ไม่อาจรับฟังยืนยันเป็นยุติได้ และโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานอื่นใด มาสืบให้ปรากฏข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพฤติการณ์แห่งการกระทำของจำเลยทั้งยี่สิบ ได้มากยิ่งขึ้นไปกว่านี้ ทั้งจำเลยทั้งยี่สิบให้การปฏิเสธในชั้นสอบสวน และชั้นพิจารณาของศาลตลอดมา

ข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าจำเลยทั้งยี่สิบ ร่วมกันกับพวกกระทำผิดตามฟ้อง

พิพากษายกฟ้อง

 

ขอขอบคุณหนังสือพิมพ์ ข่าวสด

 

สารบัญข้อมูล : ส่งมาจากองค์กรต่างๆ

ไปหน้าแรกของมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน I สมัครสมาชิก I สารบัญเนื้อหา 1I สารบัญเนื้อหา 2 I สารบัญเนื้อหา 3
ประวัติ ม.เที่ยงคืน

webboard(1) I webboard(2)

e-mail : midnightuniv@yahoo.com

หากประสบปัญหาการส่ง e-mail ถึงมหาวิทยาลัยเที่ยงคืนจากเดิม
midnightuniv@yahoo.com

ให้ส่งไปที่ใหม่คือ
midnight2545@yahoo.com
มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนจะได้รับจดหมายเหมือนเดิม

 

มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนกำลังจัดทำบทความที่เผยแพร่บนเว็ปไซคทั้งหมด กว่า 500 เรื่อง หนากว่า 6000 หน้า
ในรูปของ CD-ROM เพื่อบริการให้กับสมาชิกและผู้สนใจทุกท่านในราคา 120 บาท(รวมค่าส่ง)
เพื่อสะดวกสำหรับสมาชิกในการค้นคว้า
สนใจสั่งซื้อได้ที่ midnightuniv@yahoo.com หรือ
midnight2545@yahoo.com

 

สมเกียรติ ตั้งนโม และคณาจารย์มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
(บรรณาธิการเว็ปไซค์ มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน)
หากสมาชิก ผู้สนใจ และองค์กรใด ประสงค์จะสนับสนุนการเผยแพร่ความรู้เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ชุมชน
และสังคมไทยสามารถให้การสนับสนุนได้ที่บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ในนาม สมเกียรติ ตั้งนโม
หมายเลขบัญชี 521-1-88895-2 ธนาคารกรุงไทยฯ สำนักงานถนนสุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่
หรือติดต่อมาที่ midnightuniv@yahoo.com หรือ midnight2545@yahoo.com


 

 

 

 

มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนขอขอบคุณ www.thaiis.com ที่กรุณาให้ใช้พื้นที่ฟรีในการเผยแพร่งานวิชาการ เพื่อประโยชน์ต่อสังคม
นักศึกษา สมาชิก และผู้สนใจทุกท่าน หากประสงค์จะตรวจดูบทความอื่นๆที่เผยแพร่บนเว็ปไซค์มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน ท่านสามารถคลิกไปดูได้จากตรงนี้ ไปหน้าสารบัญ
H
คลิกไปหน้า homepage มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน

คำพิพากษาของศาลไทย
ชัยชนะของประชาชน
ศาลยกฟ้องม็อบท่อก๊าซ เหยื่ออำนาจรัฐที่หาดใหญ่

ตัดมาจากหนังสือพิมพ์ข่าวสด
วันที่ 9 มกราคม พ.ศ.2548 ปีที่ 14 ฉบับที่ 5155 / หน้า 2 แฟ้มคดี

มิติใหม่ของตุลาการ-ศาลไทย
(บทความทั้งหมดยาวประมาณ 5 หน้ากระดาษ A4)

เจ้าพนักงานตำรวจได้รับรายงานข่าวจากสายลับว่า กลุ่มผู้คัดค้านวางแผนจัดเตรียมอาวุธเข้าร่วมชุมนุมกัน โดยเจตนาจะบุกเข้ายึดโรงแรมเจ.บี.(หาดใหญ่) และขัดขวางการประชุมคณะรัฐมนตรี แต่ไม่ได้ความชัดเจนว่าแผนการของกลุ่มผู้คัดค้านมีข้อเท็จจริง และรายละเอียดเกี่ยวกับเวลาและสถานที่ที่จะกระทำการนั้นๆ อย่างไร ทั้งโจทก์ไม่ได้นำสายลับเหล่านั้นมาเบิกความยืนยันข้อเท็จจริงดังกล่าว จึงเป็นเพียงรายงานข่าวที่เลื่อนลอย