มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
กลางวันเรามองเห็นอะไรได้ชัดเจน
แต่กลางคืนเราต้องอาศัยจินตนาการ

Website ของมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
สร้างขึ้นมาเพื่อผู้สนใจในการศึกษา
โดยไม่จำกัดคุณวุฒิ

หากต้องการติดต่อกับ
มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
ส่ง mail ตามที่อยู่ข้างล่างนี้
midnight2545@yahoo.com

ผลงานเรื่องสั้นชิ้นนี้ เผยแพร่ครั้งแรกบนเว็ปไซค์ วันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๔๗ : ไม่สงวนสิทธิ์ในการใช้ประโยชน์ทางวิชาการ
บทความมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
ลำดับที่ 409 หัวเรื่อง
นิทานสะท้อนภาพเศรษฐกิจไทย
ดร. บุญเสริม บุญเจริญผล
คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกริก
สมาชิกมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน

R
relate topic
210647
release date
ผลงานภาพประกอบดัดแปลง ใช้ประกอบบทความบริการฟรีมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
H
นิทานสะท้อนเรื่องราวเศรษฐกิจไทย และหลักเศรษฐศาสตร์ที่ควรจะเป็นในสังคม
นักศึกษา สมาชิก และผู้สนใจทุกท่าน หากประสงค์จะตรวจดูบทความอื่นๆที่เผยแพร่บนเว็ปไซค์มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน ท่านสามารถคลิกไปดูได้จากตรงนี้ ไปหน้าสารบัญ


ประเทศนี้ไม่มีใครจน
เศรษฐมิตินิทาน และหลักการเศรษฐศาสตร์
ดร. บุญเสริม บุญเจริญผล
คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกริก

จากบทความเดิม ชื่อ "ประเทศนี้ไม่มีใครจน" ี่เขียนให้ อ.ฉลาดชาย รมิตานนท์ ผ่านมาทางมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
(บทความชิ้นนี้ยาวประมาณ 6 หน้ากระดาษ A4)

 


มีนิทานเล่ากันว่า…. ผมก็ไม่ได้เห็นมาเองหรอก… ในโลกนี้มีประเทศมหัศจรรย์อยู่แห่งหนึ่ง ชื่ออุตริประเทศ มีมหาเศรษฐีผู้มั่งคั่งมหาศาลเป็นนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีนั้นมีความเมตตากรุณาต่อประชาชนของท่านมาก คือ นอกจากท่านร่ำรวยแล้ว ท่านยังอยากให้ราษฎรทั้งหลายร่ำรวยเหมือนท่านบ้าง จึงลงมือพัฒนาเศรษฐกิจเป็นการใหญ่ โดยใช้แนวคิดจากตะวันตก ซึ่งเป็นแนวคิดที่นักเศรษฐศาสตร์สำคัญๆของโลกได้แนะนำไว้

เป้าหมายสำคัญของท่านนายกรัฐมนตรี คือ เพิ่มจีดีพีให้ได้ปีละเกิน 10% จีดีพี (GDP)มูลค่าของสินค้าและบริการที่ผลิตได้ในอาณาเขตของอุตริประเทศ ซึ่งเป็นผลงานของคนพื้นเมือง คนญี่ปุ่น คนเกาหลี คนไต้หวัน คนแขก และ คนฝรั่ง ที่มาทำการผลิตอยู่ในอุตริประเทศนี้ สินค้าที่ผลิตขึ้นมานี้ ก็ต้องขายได้ด้วย ไม่งั้นก็ไม่มีมูลค่าตามวิธีการคิดของนักเศรษฐศาสตร์ฝรั่ง

เมื่อท่านนายกรัฐมนตรีตั้งเป้าหมายดังนี้แล้ว ก็มียุทธศาสตร์การปฏิบัติให้มันเป็นรูปธรรมให้ได้

การปฏิบัติงานแรก คือ เร่งให้มีการผลิตขนานใหญ่ ไม่ว่าฝรั่ง จีน แขก ญื่ปุ่น และคนพื้นเมืองที่มีเงินร่ำรวยทั้งหลาย ต่างเร่งการผลิตสินค้าอย่างแทบไม่ต้องพักผ่อนนอนหลับ สินค้ามีท่วมท้นแผ่นดิน จนกองล้นหลามออกมานอกโกดัง อย่างเช่น รถยนตร์ถึงกับล้นออกมากองเต็มถนนจนทำให้ผู้คนที่สัญจรไปมาได้รับความทุกข์ทรมานมาก

งานขั้นที่สองต่อมา คือ เมื่อผลิตสินค้ามาแล้ว ก็ต้องขายให้หมด ไม่งั้นจะวางไว้นั่งดูเล่นให้มันเน่าเสียไปทำไม ท่านนายกรัฐมนตรีจึงป่าวร้องโพนทะนาให้ประชาชนของอุตริประเทศช่วยกันใช้จ่ายเงินมากๆ ซื้อสินค้าและบริการทั้งจำเป็นและฟุ่มเฟือยทั้งหลาย แม้แต่ซื้อหวย พนันบอล สถานพักใจประเภทเต้นรำ-ทำดนตรี-มีการพนัน (นี่แหละก็คือ บ่อนคาสิโน casino : a room or building for music, dancing and gambling. ควรเปิดดู OXFORD/Student's DICTIONARY ฉบับ LOW PRICE 1988) ก็ขอให้ช่วยกันใช้จ่ายมากๆหน่อย เพื่อให้มีค่าใช้จ่ายสะพัดมากๆ ซึ่งจะช่วยชาติให้มีความเจริญทางเศรษฐกิจ คือ ให้มีจีดีพีเยอะๆหน่อย ให้จีดีพีมากที่สุดในโลกได้ก็ดี

ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่า ลุงเคนนักเศรษฐศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่ของอังกฤษบอกว่า การประหยัดมากๆนั้นทำให้เศรษฐกิจตกต่ำ(1) แล้วในที่สุดคนที่ประหยัดก็จะพลอยจน ไม่มีเงินเหลือประหยัดอีกต่อไป ลุงเคนเรียกปรากฏการณ์เช่นนี้ว่า "การกลับตาละปัดของความขี้เหนียว - paradox of thrift "

พวกนายทุนทั้งหลาย เมื่อทราบความประสงค์ของท่านนายกรัฐมนตรีแล้ว ก็ให้ความร่วมมือร่วมเท้ากันเป็นการใหญ่ โดยปล่อยเงินให้กู้เป็นบัตรสะดวกซื้อบ้าง พะวงบายบ้าง บัตรไร้ทรัพย์บ้าง ใครหาเงินทางนี้ไม่ได้ ก็ยังมีทางเอื้ออาทรอีก เช่นหนึ่งตำบลหนึ่งล้านบาทบ้าง วิธีการที่หลากหลายนี้ทำให้ราษฎรของเมืองอุตริประเทศมีอำนาจซื้อมากๆๆๆ เอาทีเดียว ทำให้สินค้าที่บรรดานายทุนเศรษฐีทั้งหลายขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ไม่ว่าโทรทัศน์ เครื่องวีซีดี รถเก๋ง แม้แต่โทรศัพท์มือถือซึ่งไม่น่าซื้อ ก็รุมกันซื้อ อย่างคนขอทาน โจร ผู้ก่อการร้าย พระเถรเณรชี ผู้ดีผู้ชั่ว เด็กเกิดใหม่หรือคนกำลังจะตาย ก็มีโทรศัพท์มือถือเหน็บเอวกันทั่วหน้า เมื่อคิดมูลค่าสินค้าที่ขายได้ในตลาดแล้วเป็นมูลค่าสูงที่สุดในโลก ไม่มีประเทศใดจะเทียมทันได้

ภาษาเศรษฐศาสตร์ฝรั่งเรียกว่า จีดีพีมีค่าสูงมาก นายกรัฐมนตรีของอุตริประเทศมีความภูมิอกภูมิใจอย่างหาที่เปรียบมิได้ เมื่อได้ทราบว่าจีดีพีเพิ่มขึ้นถึงเก้าหมื่นเปอร์เซ็นต์ ความสำเร็จของการพัฒนาเศรษฐกิจของท่านนายกรัฐมนตรีเป็นที่เลื่องลือก้องกัมปนาทไปถึงนรก โลกมนุษย์และ สวรรค์ บรรดาสัตว์นรก มนุษย์ และ เทวดา พากันโห่ร้องก้องกัมปนาท เป็นเสียงฟ้าร้องครืนๆลั่นไปทั่วสามโลก

ต่อมาก็มีเหตุการณ์อันไม่เคยคาดคิดมาก่อนเกิดขึ้น สินค้าจำนวนมหาศาลที่ชาวอุตริประเทศได้เลิกใช้ไปแล้ว เพราะว่าหมดอายุหรือเบื่อแล้วก็ตามที ชาวประชาก็นำไปทิ้งในถังขยะ รถขนขยะของเทศบาล สุขาภิบาล และ นครบาล ก็นำไปฝังกลบ เครื่องเล่นบันเทิงใจแบบอีเล็คทรอนิคทั้งหลาย รวมทั้งโทรศัพท์มือถือ ถูกฝังลงใต้ดิน เป็นล้านๆตัน จนไม่มีที่จะฝัง กองล้นขึ้นมาเป็นภูเขา จะทำลายอย่างไรก็ไม่สำเร็จ สารพิษพวกตะกั่ว ซิลิคอน เซ็ลเลเนียม สารสลายยากพวกพลาสติค ก่อปัญหาให้ชาวพาราเจ็บป่วยกันงอมแงม

เมื่อที่ฝังใกล้เมืองหมดแล้ว ก็นำไปฝังต่อในชนบท ชาวชนบทก็ได้มีโอกาสรับความสกปรกและความเจ็บป่วยครือๆกันกับชาวเมืองอย่างไม่น้อยหน้ากัน ความเดือดร้อนยังไม่จบแค่นั้น เด็กรุ่นหลังที่เกิดมาก็พลอยได้รับความอดอยากขาดแคลน เพราะดินเสียสภาพจากกิจกรรมเศรษฐกิจที่มุ่งความเจริญของเงินเป็นหลัก เช่น จากการขุดหน้าดินทำบ่อเลี้ยงกุ้งกุลาดำจนดินเค็ม ผิวหน้าดินที่มีปุ๋ย ก็พลิกขึ้นมาทำถนนโรยลูกรังทับไปหมดแล้ว จะทำการเกษตรอะไรในบริเวณนั้นก็ไม่ได้ผลดี

บางคนที่หมดหนทางเลี้ยงกุ้งกุลาดำ เพราะขาดทุนย่อยยับ ก็หันมาเลี้ยงเหี้ยแทน ก็ขาดทุนอีก เพราะว่าเหี้ยมันกินจุกว่ากุ้ง ค่าใช้จ่ายไม่คุ้มทุน ซ้ำร้ายผัวเมียยังทะเลาะกันอย่างหนัก เพราะเกิดความรังเกียจเหี้ยถือเป็นตัวการแห่งความซวย ฝ่ายเมียต่อว่าผัวว่าเลี้ยงอะไรพิเรน ไม่เห็นเหรอ ซวยจะตายแล้ว ฝ่ายผัวก็แก้ตัวว่า เลี้ยงไว้เป็นอนุสรณ์ให้แก่คนที่มาแนะนำให้เลี้ยงกุ้งกุลาดำ เวลาที่แค้นใจขึ้นมา จะได้สร้างมโนภาพได้ถูกต้อง

สำหรับคนที่เคยปลูกต้นยูคาลิปตัสขายให้เขานำไปทำเยื่อกระดาษ ก็ขาดทุนอีก เพราะค่าจ้างงัดตอโคนต้นออกจากที่ดิน ยังแพงกว่าราคาต้นไม้ยูคาที่ขายไปราคาถูกๆ ดินก็จืดชืด การก่อสร้างบ้านเรือนก็ราคาแพงมาก เพราะว่าวัสดุก่อสร้างหายาก ดินที่ทำปูนซิเมนต์ และแม้แต่ทรายผสมปูน คนรุ่นจีดีพีสูงก็ขุดเอาไปใช้จนหมดสิ้น สังกะสีมุงหลังคาบ้านที่เป็นแผ่นเหล็กอาบสังกะสีนั้น ก็ไม่มีสังกะสีจะอาบเคลือบแล้ว เพราะว่ารัฐบาลให้บริษัทเผือกแดงขุดไปหมดเกลี้ยงอุตริประเทศ คนรุ่นหลังจึงเดือดร้อนสองต่อ จากทรัพยากรขาดแคลน เพราะคนรุ่นพ่อแม่เร่งการผลิตผลาญกันหมด และยังมีของเสียกองเต็มประเทศโดยแก้ไขอะไรไม่ได้

ในที่สุด… สถานะทางเศรษฐกิจอันไม่พึงปรารถนาก็เกิดขึ้นแก่ประชาชนในอุตริประเทศ คือ คนจนยิ่งจนหนักเข้าไปอีก เพราะใช้เงินเกินตัว เมื่อนำสัญญาเงินกู้และจดหมายทวงหนี้มาทากาวต่อกันยาวๆ บางครอบครัวสูงแค่เอว บางครอบครัวยาวถึงหัว บางครอบครัวยาวสูงขึ้นไปถึงหลังคาบ้าน บางครอบครัวสูงที่ซ่าส์ทำหน้าใหญ่ใจโตกิจการใหญ่ๆ ก็ต่อยาวได้ถึงยอดมะพร้าว ในขณะที่ครอบครัวนายทุนผู้มั่งคั่งมีเงินทองกองสูงเป็นภูเขาเลากา เนื่องมาจากพวกเขาขายสินค้าและบริการได้มากมายจนผลิตไม่ทัน ฉะนั้นพวกเขา…เมื่อคิดถึงเงินก็ได้เงิน คิดถึงทองก็ได้ทอง มันจะไม่กองท่วมเป็นภูเขายังไงไหว

ในที่สุด… พิษของความจนก็ตอบสนอง ความเหี่ยวแห้งโศกใจระบาดไปทั่วประเทศ พลเมือง 95% ของอุตริประเทศซึ่งเป็นคนจน พากันนั่งกอดเข่าเหงาหงอยตามหน้าบ้านบ้าง ข้างทางบ้าง ริมน้ำริมทะเลบ้าง เพื่อคิดหาทางออกในชีวิต แต่เขาก็ยังคิดไม่ออกว่าจะทำอย่างไรดี เพราะว่าเขาได้ทำดีที่สุดตามคำแนะนำของท่านนายกรัฐมนตรีแล้ว ยังจะมีวิธีใดอีกหรือที่จะทำให้เขาพ้นจากความ
ยากจน ไม่มีใครคิดออกเลย

ความเศร้าโศกร้องไห้คร่ำครวญดังก้องไปถึงสามโลก บรรดาเทวดาและสัตว์นรกพากันหนวกหูต่อเสียงคร่ำครวญรำพันของคนจนแห่งอุตริประเทศ จึงร้องตะโกนชวนให้คนจนเหล่านี้มาอยู่เสียด้วยกันกับพวกเขา บอกว่าในสวรรค์และนรกไม่มีความจน ไม่มีความรวย บรรดาคนจนผู้โศกเศร้าทั้งหลายต่างพากันดีใจ หาวิธีไปเป็นพลเมืองของสวรรค์และนรกด้วยวิธีการอันน่าโศกสลดเวทนา ซึ่งไม่อาจบรรยายในที่นี้ได้

ในที่สุดคนจนก็หมดไปจากอุตริประเทศ ไม่มีคนจนเหลือในประเทศนี้แม้แต่คนเดียว สมใจท่านนายกรัฐมนตรีผู้มีวิสัยทัศน์อันยาวไกลรู้ล่วงหน้าว่า "ประเทศนี้จะมีจีดีพีเพิ่มในอัตราสูงเกิน 10% และในหกปีข้างหน้าจะไม่มีคนจนในอุตริประเทศอีกแล้ว" จริงๆด้วยนะ ถูกของท่านนายกรัฐมนตรี ไม่มีคนจนเหลืออยู่ในอุตริประเทศแม้แต่คนเดียว

จะทำให้เศรษฐกิจของประเทศดี ต้องมีหลักดังนี้
ต่อไปนี้เป็นทฤษฎีการพัฒนาเศรษฐกิจฉบับล่าสุด การที่จะทำให้เศรษฐกิจของประเทศดี ต้องมีเรื่องที่ควรทราบก่อน และ มีหลักสำหรับปฏิบัติ ดังนี้

เรื่องที่ควรทราบก่อน
- เศรษฐกิจของประเทศดี ต้องหมายถึงเศรษฐกิจของประชาชนถ้วนหน้าดี ไม่ใช่เศรษฐกิจของเศรษฐีซึ่งเป็นคนส่วนน้อยดีขึ้น ประชาชนทั้งหลายมีเศรษฐกิจดี ก็คือ ประชาชนทั้งหลายไม่ขาดแคลนสินค้าและบริการที่จำเป็น ไม่ต้องมีจนล้นเหลือ

- จีดีพี (GDP)สูง ไม่เกี่ยวกับเศรษฐกิจของคนทั้งหลาย เพราะเป็นการรวมมูลค่าของสินค้าที่ผลิตได้ในประเทศ และขายได้ด้วย ซึ่งอาจเป็นสินค้าที่คนชาตินั้นหรือคนต่างชาติ ก็รวมกันหมด ไม่ว่าจะเป็นสินค้าของคนรวยหรือของคนจน หากจีดีพีสูงแต่เป็นผลผลิตของคนต่างชาติและของคนรวย คนจนไม่ได้มีส่วนได้กับเขา แล้วจะว่าเศรษฐกิจของประเทศดีได้อย่างไร

- เศรษฐกิจดี แต่ดีอยู่ไม่กี่ปี ต่อมาประชาชนอดอยากยากจน ก็ไม่ถือว่าเศรษฐกิจดี เศรษฐกิจดี ต้องดีถาวรชั่วลูกชั่วหลาน

หลักสำหรับปฏิบัติเพื่อให้เศรษฐกิจของชาติดี
เพื่อให้เศรษฐกิจดี ต้องมีหลักปฏิบัติ 3 ประการ

1. ผลิตสินค้าที่จำเป็นออกมาเพียงพอแก่การบริโภค อย่าให้น้อยจนขาดแคลน อย่าให้มากเกินไป เพราะว่า สินค้าทุกอย่างมาจากวัตถุดิบในดิน ซึ่งหมดได้ ถ้านำมาใช้มากๆ หมดแล้ว ลูกหลานในอนาคตจะเหลืออะไร ก็ต้องขาดแคลน อีกอย่างหนึ่ง สินค้าที่หมดสภาพต้องทิ้งลงดิน เกิดปัญหาขยะที่ไม่ย่อยสลาย อย่างเช่น ใช้คอมพิวเตอร์กันมากๆ เลิกใช้แล้วเอาไปทิ้งที่ไหน จะจัดการกับมันอย่างไร ก็ยังไม่มีคำตอบ

2. ผลิตออกมาแล้ว ต้องขายได้ คือ ให้มีอุปสงค์พอรับกับอุปทาน ตรงนี่เองที่ว่า การใช้จ่ายเงินทำให้เศรษฐกิจเจริญ แต่การซื้อหรืออุปสงค์ ต้องไม่ให้น้อยเกินไปหรือมากเกินไป ถ้าอุปสงค์น้อยเกินไป สินค้าจำหน่ายไม่หมด ผู้ผลิตจะขาดทุน คราวหน้าจะไม่ผลิตสินค้าออกมา หรือผลิตออกมาก็น้อยมากจนเกิดขาดแคลน ถ้าอุปสงค์มากเกินไป คือ ช่วยกันซื้อมากเกินไป ก็เกิดเงินเฟ้อ สินค้ามีราคาแพง เพราะเมื่อคนแย่งกันซื้อ ผู้ขายเห็นช่องเอาเปรียบ ก็ขึ้นราคาสินค้า เพราะขายแพงก็ขายได้ เรื่องอะไรจะขายราคาถูก

3. การซื้อขายกันนั้น ต้องถ่ายกระเป๋าจากคนรวยให้ซื้อสินค้าและบริการของคนจนจึงจะดี เพราะว่าคนรวยมีเงินเหลือมากมาย ขนหน้าแข้งไม่ร่วง ช่วยซื้อสินค้าจากคนจน คนจนก็มีฐานะดีขึ้น ถ้าให้คนจนช่วยกันซื้อสินค้าและบริการของคนรวย คนรวยก็ยิ่งรวยยิ่งขึ้น คนจนก็ยิ่งจนกรอบขัดสนยิ่งขึ้น ถึงแม้ตลาดจะดูคึกคักเสมือนเศรษฐกิจดี แต่แท้จริงแล้วไม่ดีเลย เพราะคนจนจะเดือดร้อนมากขึ้น ถ้าให้คนจนจนมากๆ แล้วคนรวยรวยมากๆ แล้วจะคุยว่าเศรษฐกิจดีได้อย่างไรกัน

ยังมีความจริงที่ไม่มีใครพูดถึงเลย ก็คือว่า ถ้าคนๆหนึ่ง มีรายจ่ายมากกว่ารายได้ 1 บาท เงิน 1 บาทนั้น จะทำให้คนอื่นมีเงินเหลือ 1 บาท เรื่องนี้พิสูจน์ด้วยคณิตศาสตร์ได้ ไม่ได้ยกเมฆพูดลอยๆ ฉะนั้นการที่มีคนจนในสังคม ก็ทำให้มีคนรวยในสังคมนั้น ถ้าสังคมนั้นไม่มีคนจนเลย คือทุกคนใช้เงินพอดีกับที่ได้มา สังคมนั้นก็ไม่มีคนรวยเลย ทุกคนมีพอกินเหมือนกันหมด แม้รายได้จะไม่เท่ากัน รายจ่ายไม่เท่ากัน หากทำได้ก็จะไม่มีคนรวยถึงขนาดซื้อพรรคการเมืองได้เกือบเกลี้ยงประเทศ

วันนี้คุณอิจฉาคนรวยอยู่หรือเปล่า อิจฉาไปก็เท่านั้น เขาก็ไม่จนลงหรอก มีแต่เราจะจนลงๆ ทางที่ดีเราจงช่วยกันใช้เงินให้พอดีกับที่หาได้มา การกู้เงินเขาใช้จนเป็นกมลสันดานน่ะ เลิกเสียทีเถิด บัตรไร้ทรัพย์ บัตรสะดวกซื้อ พะวงบาย เอามันไปเผาให้หมด โทรศัพท์มือถือที่มีอยู่เหวี่ยงมันลงถังขยะ อย่าเสียดายมัน หวยบนดินใต้ดินหยุดซื้อ อย่าไปสนใจฟุตบอล ใครมันจะแพ้จะชนะ ก็ไม่ใช่เรื่องของเรา เอามาเป็นสาระทำไม นักการเมืองคนไหนอยากสนับสนุนการพนันฟุตบอล คราวหน้าก็อย่าไปเลือกเอามาให้รกตา

ถ้ายังมีปัญหาการเงินอีก ก็จงทำเอง ใช้เอง กินเองบ้าง อย่าซื้อเขาเสียหมดทุกอย่าง ก็เศรษฐกิจพอเพียงยังไงล่ะ ลองทำดูจริงๆเถิด แล้วคุณก็ไม่จน เขาก็ไม่รวย ถ้าเราไม่ช่วยกัน มัวแต่บ่นโทษนั่นโทษนี่ มันก็ไม่สำเร็จเสียที ไม่ต้องหลงไหลใฝ่ฝันลัทธิคอมมูนิสม์หรอก เอาลัทธิประหยัดนี้แหละ เศรษฐกิจของตนและของชาติจะดี แม้ว่าจีดีพีจะเหลือนิดเดียวก็ช่างมัน ไม่ใช่เรื่องของเราทุกคน

ขออวยพรให้ท่านมีกำลังใจเข้มแข็ง ใช้จ่ายเงินอย่าให้เกินรายได้ อย่าเชื่อใครว่า ใช้จ่ายเงินมากๆ แล้วเศรษฐกิจของชาติจะดี ทุกท่านจงมีความเจริญสุข เจริญแล้วก็สุขด้วย … สวัสดีครับ

21 มิถุนายน 2547

………………..

 

สารบัญข้อมูล : ส่งมาจากองค์กรต่างๆ

ไปหน้าแรกของมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน I สมัครสมาชิก I สารบัญเนื้อหา 1I สารบัญเนื้อหา 2 I ประวัติ ม.เที่ยงคืน

webboard(1) I webboard(2)

e-mail : midnightuniv@yahoo.com

หากประสบปัญหาการส่ง e-mail ถึงมหาวิทยาลัยเที่ยงคืนจากเดิม
midnightuniv@yahoo.com

ให้ส่งไปที่ใหม่คือ
midnight2545@yahoo.com
มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนจะได้รับจดหมายเหมือนเดิม

 

มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนกำลังจัดทำบทความที่เผยแพร่บนเว็ปไซคทั้งหมด กว่า 400 เรื่อง หนากว่า 4500 หน้า
ในรูปของ CD-ROM เพื่อบริการให้กับสมาชิกและผู้สนใจทุกท่านในราคา 120 บาท(รวมค่าส่ง)
เพื่อสะดวกสำหรับสมาชิกในการค้นคว้า
สนใจสั่งซื้อได้ที่ midnightuniv@yahoo.com หรือ
midnight2545@yahoo.com

 

สมเกียรติ ตั้งนโม และคณาจารย์มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
(บรรณาธิการเว็ปไซค์ มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน)
หากสมาชิก ผู้สนใจ และองค์กรใด ประสงค์จะสนับสนุนการเผยแพร่ความรู้เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ชุมชน
และสังคมไทยสามารถให้การสนับสนุนได้ที่บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ในนาม สมเกียรติ ตั้งนโม
หมายเลขบัญชี 521-1-88895-2 ธนาคารกรุงไทยฯ สำนักงานถนนสุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่
หรือติดต่อมาที่ midnightuniv@yahoo.com หรือ midnight2545@yahoo.com




ในโลกนี้มีประเทศมหัศจรรย์อยู่แห่งหนึ่ง ชื่ออุตริประเทศ มีมหาเศรษฐีผู้มั่งคั่งมหาศาลเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีเมตตาและเอื้ออาทร
เผยแพร่ เพื่อสาธารณประโยชน์
หากนักศึกษาหรือสมาชิก ประสบ
ปัญหาภาพและตัวหนังสือซ้อนกัน กรุณาลดขนาดของ font ลง
จะแก้ปัญหาได้

midnightuniv@yahoo.com
midnight2545@yahoo.com
midarticle@yahoo.com
- จีดีพี (GDP)สูง ไม่เกี่ยวกับเศรษฐกิจของคนทั้งหลาย เพราะเป็นการรวมมูลค่าของสินค้าที่ผลิตได้ในประเทศ และขายได้ด้วย ซึ่งอาจเป็นสินค้าที่คนชาตินั้นหรือคนต่างชาติ ก็รวมกันหมด ไม่ว่าจะเป็นสินค้าของคนรวยหรือของคนจน หากจีดีพีสูงแต่เป็นผลผลิตของคนต่างชาติและของคนรวย คนจนไม่ได้มีส่วนได้กับเขา แล้วจะว่าเศรษฐกิจของประเทศดีได้อย่างไร ...- เศรษฐกิจดี แต่ดีอยู่ไม่กี่ปี ต่อมาประชาชนอดอยากยากจน ก็ไม่ถือว่าเศรษฐกิจดี เศรษฐกิจดี ต้องดีถาวรชั่วลูกชั่วหลาน
ยังมีความจริงที่ไม่มีใครพูดถึงเลย ก็คือว่า ถ้าคนๆหนึ่ง มีรายจ่ายมากกว่ารายได้ 1 บาท เงิน 1 บาทนั้น จะทำให้คนอื่นมีเงินเหลือ 1 บาท เรื่องนี้พิสูจน์ด้วยคณิตศาสตร์ได้ ไม่ได้ยกเมฆพูดลอยๆ ฉะนั้นการที่มีคนจนในสังคม ก็ทำให้มีคนรวยในสังคมนั้น ถ้าสังคมนั้นไม่มีคนจนเลย คือทุกคนใช้เงินพอดีกับที่ได้มา สังคมนั้นก็ไม่มีคนรวยเลย ทุกคนมีพอกินเหมือนกันหมด แม้รายได้จะไม่เท่ากัน รายจ่ายไม่เท่ากัน หากทำได้ก็จะไม่มีคนรวยถึงขนาดซื้อพรรคการเมืองได้เกือบเกลี้ยงประเทศ