นักศึกษา สมาชิก และผู้สนใจทุกท่าน หากประสงค์จะตรวจดูบทความอื่นๆที่เผยแพร่บนเว็ปไซค์มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน ท่านสามารถคลิกไปดูได้จากตรงนี้ ไปหน้าสารบัญ
R
related topic
200948
release date

คลิกไปหน้าสารบัญ(1)
คลิกไปหน้าสารบัญ
(2)
คลิกไปหน้าสารบัญ(3)
คลิกไปหน้าสารบัญ(4)
เพื่อดูบทความใหม่สุด

เว็ปไซต์เผยแพร่ความรู้
เพื่อสาธารณประโยชน์

หากนักศึกษาหรือสมาชิก ประสบปัญหาภาพและตัวหนังสือซ้อนกัน กรุณาลด text size ของ font ลง
จะช่วยแก้ปัญหาได้
ผลงานวิชาการชิ้นนี้ เผยแพร่ครั้งแรกบนเว็ปไซต์ วันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๘ : ไม่สงวนสิทธิ์ในการใช้ประโยชน์ทางวิชาการ
เว็ปไซต์นี้สร้างขึ้นเพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงอุดมศึกษาได้โดยไม่จำกัดคุณวุฒิ
สำหรับผู้สนใจส่งบทความทางวิชาการเพื่อเผยแพร่ต่อสาธารณชน กรุณาส่งผลงานของท่านมายัง midarticle@yahoo.com หรือ midnightuniv@yahoo.com หรือ midnight2545@yahoo.com
The author of this work hereby waives all claim of copyright (economic and moral) in this work and immediately places it in the public domain... [copyleft] กรุณานำบทความไปใช้ต่อโดยอ้างอิงแหล่งที่มาตามสมควร

The Midnight University

สารานุกรมฟรีฉบับมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
สารานุกรมลัทธิหลังสมัยใหม่และความรู้เกี่ยวเนื่อง
เรียบเรียงโดย
สมเกียรติ ตั้งนโม
คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ - มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน

สารานุกรมฟรีฉบับนี้ เรียบเรียงมาจากข้อมูลบนเว็ปไซต์และหนังสือสำคัญต่างๆจำนวนมาก
และงานเรียบเรียงฉบับนี้ยังอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้นโครงการ
ซึ่งได้พยายามรักษาความถูกต้องเอาไว้ให้มากที่สุด เพื่อประโยชน์ของการนำไปใช้ประโยชน์ได้ตามสมควร

(หากพบข้อผิดพลาด กรุณาท้วงติงเพื่อประโยชน์และความสมบรูณ์ของข้อมูล)
e-mail : midnightuniv@yahoo.com

(สารานุกรมเพื่อประโยชน์ทางการศึกษา)
สารานุกรมฟรี มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน ลำดับที่ 900
เผยแพร่บนเว็ปไซต์นี้ครั้งแรกเมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๔๘
(บทความทั้งหมดยาวประมาณ 10,000 หน้ากระดาษ A4)


ปัญหาอย่างหนึ่งของการจัดทำข้อมูลสารานุกรมโดยทั่วไป ก็คล้ายๆกับการปรับปรุงเว็ปไซต์ทั้งหลาย
ที่มักจะแจ้งว่าอยู่ระหว่างการดำเนินการปรับปรุง(under construction)
ซึ่งผู้ใช้บริการไม่ทราบว่า ได้มีการดำเนินการปรับปรุงไปมากน้อยเพียงใด
เหตุนี้ผู้เรียบเรียงจึงได้จัดทำส่วนของการรายงานความก้าวหน้านี้ขึ้น เพื่อให้นักศึกษาและผู้ใช้บริการได้มองเห็นว่า
การดำเนินการดังกล่าว กำลังทำอะไรอยู่ และได้กระทำไปถึงขั้นตอนใด เพื่อจะสามารถคาดการณ์ได้ว่า จะเข้ามาใช้บริการได้เมื่อใด และมีเรื่องอะไรบ้าง ดังนั้นจึงกำหนดให้ส่วนนี้เป็นช่องทางที่ผู้เรียบเรียงกับผู้ใช้บริการสามารถติดต่อกัน

เข้ามาเพิ่มเติมข้อมูลล่าสุดวันที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๔๘
รายงานความก้าวหน้าการจัดทำสารานุกรม
ขณะนี้กำลังค้นคว้าคำว่า
Postmodernism
(ข้อมูลสารานุกรมที่ให้บริการแล้ว จะขีดเส้นใต้ตัวอักษร สามารถคลิกเข้าไปอ่านได้)



Stephen Hawking's Universe, big bang...
"สตีเฟ่น ฮอว์กิ้ง" กับ ความกล้าหาญทางจริยธรรม - ศิริพงษ์ วิทยวิโรจน์ siripong@kidtalentz.com

. . .สตีเฟ่น ฮอว์กิ้ง มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักและยอมรับมากทั่วโลกจากการไขปริศนา "บิ๊กแบง" ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นจุดกำเนิดของเอกภพและสรรพสิ่งที่เราเห็นๆ กันอยู่ทุกวันนี้ ด้วยการนำเอาเทคนิคด้านคณิตศาสตร์ที่พัฒนาขึ้นโดย โรเจอร์ เพนโรส มาพิสูจน์ทฤษฎีบิ๊กแบง ทฤษฎีนี้บอกว่าเอกภพเกิดขึ้นจากจุดเล็กๆ จุดหนึ่งที่มีความหนาแน่นและแรงโน้มถ่วงเป็นอนันต์ (สภาวะซิงกูลาลิตี้)

ในขณะเดียวกัน คณิตศาสตร์ของเพนโรสก็ไม่เพียงใช้กับการกำเนิดของเอกภพเท่านั้น แต่ยังใช้กับการกำเนิดหลุมดำด้วย หลุมดำซึ่งเกิดการจากการยุบตัวของดาวขนาดใญ่พอควรเมื่อถึงกาลอายุของมัน กลายเป็นจุดเล็กๆ ที่มีสภาวะซิงกูลาลิตี้ สำหรับฮอว์กิ้ง กำเนิดเอกภพก็คือกระบวนการด้านกลับของการเกิดหลุมดำนั่นเอง และจะเข้าใจเอกภพและสรรพสิ่งได้ ก็ต้องเข้าใจหลุมดำให้ได้

ในช่วงทศวรรษ 1970-80 เป็นยุคทองของการวิจัยค้นคว้าเกี่ยวกับหลุมดำ นักวิทยาศาสตร์เริ่มเข้าใจธรรมชาติของมันทีละน้อยๆ กระนั้นก็ตาม สิ่งที่คาใจฮอว์กิ้งมาตลอดก็คือ การศึกษาทำความเข้าใจหลุมดำทั้งหมดที่ผ่านมานั้นใช้กรอบทฤษฎีฟิสิกส์ในระดับมหภาค ซึ่งไม่สอดคล้องกับฟิสิกส์ระดับเล็กที่ลงไปในเรื่องความเคลื่อนไหวของอะตอม และอนุภาค หรือ กลศาสตร์ควอนตัม

จึงมีความพยายามที่จะรวมฟิสิกส์ทั้งสองแบบเข้าด้วยกัน หรือพูดให้เข้าใจและจำง่ายก็คือ ฮอว์กิ้งปรารถนาที่จะพัฒนาทฤษฎีสัมพัทธภาพของไอน์สไตน์ ให้เข้ากับกลศาสตร์ควอนตัม ภายในสภาวะซิงกูลาลิตี้ของหลุมดำ ผลอย่างหนึ่งของความพยายามก็คือ ฮอว์กิ้งเชื่อว่าเมื่อเกิดหลุมดำมันจะบดขยี้ทุกสิ่งทุกอย่างกลืนหายไปไม่มีอะไรหลุดรอดออกมาได้แม้แต่แสง เมื่อแสงยังหลุดรอดออกมาไม่ได้ อย่าไปหวังถึงอย่างอื่น แวดวงวิทยาศาสตร์ส่วนหนึ่งก็เชื่อกันอย่างนี้มานาน หลุมดำกลืนกินทุกอย่างแล้วแผ่รังสีออกมา เรียกรังสีนี้กันว่า "รังสีฮอว์กิ้ง" ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้หลุมดำระเหิดหรือปราศนาการไป

และไม่เพียงแค่นั้น ปี 2519 ฮอว์กิ้งยังประกาศด้วยว่าไม่เพียงหลุมดำจะระเหิดหายไป ข้อมูลทุกสิ่งทุกอย่างในนั้นก็จะหายไปด้วย ทฤษฎีนี้ของฮอว์กิ้ง มีคนแบ่งออกเป็นสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งคิดว่าฮอว์กิ้งผิด เพราะมันขัดกับหลักการทางฟิสิกส์อย่างชัดเจน อีกพวกหนึ่งพยายามหาทางพิสูจน์ และถ้าเป็นไปตามที่ฮอว์กิ้งคิด หลักการทางฟิสิกส์จะต้องเขียนกันขึ้นใหม่ทั้งหมด เวลาผ่านไปยี่สิบปียังไม่มีฝ่ายไหนยอมแพ้ จนกระทั่งนักคณิตศาสตร์หนุ่มชาวอาเจนติน่า "ฮวน มัลดาเซน่า" เสนอรายงานว่าข้อมูลในหลุมดำไม่ได้หายไปไหน

ฮอว์กิ้งให้ความสนใจกับรายงานชิ้นนี้ แต่เชื่อว่าสามารถใช้เทคนิคคณิตศาสตร์ของมัลดาเซน่ามาพิสูจน์ในทางตรงกันข้ามได้ เขาใช้เวลาสองปีโดยยังไม่สามารถพิสูจน์สิ่งที่ตั้งใจได้

แล้วฮอว์กิ้งก็ล้มป่วยด้วยนิวโมเนีย ต้องเข้าโรงพยาบาล หมอถึงกับคิดว่าเขาน่าจะไม่รอดชีวิต ระหว่างที่นอนอยู่ในโรงพยาบาลเป็นเวลาสามเดือนท่ามกลางหมอและพยาบาลที่คอยดูแลความเจ็บป่วย ฮอว์กิ้งกลับใช้สมองขบคิดปัญหาเรื่องข้อมูลในหลุมดำ เรียกกันว่า "อินฟอร์เมชั่น พาราดอกซ์" ที่เกาะกินใจเขามาสามสิบกว่าปี

ราวเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว ฮอว์กิ้งเอาชนะคำทำนายของหมอได้อีกครั้ง แม้จะทรุดโทรมลง สื่อสารกับคนอื่นได้ยากมากขึ้นกว่าเดิม เขากลับมาพร้อมกลับข้อพิสูจน์อันลือลั่นในวงการฟิสิกส์และผู้เฝ้าติดตาม

แต่เขากลับขึ้นไปพิสูจน์ว่าเขาผิดมาตลอดสามสิบปี ความเชื่อว่าข้อมูลในหลุมดำหายไปหมดแต่เดิมเขานั้น "ผิด" ที่จริงแล้วหลุมดำปลดปล่อยข้อมูลออกมา นี่คือ "ความกล้าหาญทางจริยธรรม" ที่ขาดแคลนอย่างยิ่งไม่ว่าในแวดวงไหนๆ

กระนั้นก็ตามหนึ่งปีผ่านไปหลังจากฮอว์กิ้งขึ้นไปเกริ่นในเรื่องนี้ โลกก็ยังเฝ้ารอรายละเอียดจากเขา แต่ถ้าคิดถึง ฮอว์กิ้ง ลองเตรียมตัวใจพบกับ "ประวัติย่นย่อของกาลเวลา" ในงานมหกรรมหนังสือแห่งชาติที่ศูนย์สิริกิติ์ 6-16 ตุลาคมนี้(2548) บู๊ธมติชน โซนพลาซ่า ที่เดิม

ฮอว์กิ้งนำเอา "ประวัติย่อของกาลเวลา" มาเขียนกันใหม่อีกที ทำให้มันง่ายขึ้น ตัดส่วนที่เป็นทฤษฎีเข้าใจยากออกไป เติมเนื้อหาให้ทันสมัยมากขึ้น มีข้อมูลการค้นพบและการสังเกตการณ์ใหม่ๆ ล่าสุดบรรจุเพิ่มเติมเข้ามา

เล่มนี้ยังคงแปลเป็นไทยโดย "รอฮีม ปรามาท" (เจ้าเก่า) ฉบับภาษาไทยวางตลาดพร้อมกับฉบับภาษาอังกฤษทั่วโลก จังหวะเดียวกันกับที่รอฮีมจะได้พบกับ "ฮอว์กิ้ง" ตัวเป็นๆ ในแฟรงก์เฟิร์ตหากไม่มีอะไรผิดไปจากแผนเดิม
(มติชนสุดสัปดาห์ 280948)



 

 

บทความวิชาการฟรีที่ผ่านมา ของมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
หากนักศึกษาและสมาชิกท่านใตสนใจ
สามารถคลิกไปอ่านได้จากที่นี่...คลิกที่ภาพ

 

สารบัญข้อมูล : ส่งมาจากองค์กรต่างๆ

ไปหน้าแรกของมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน I สมัครสมาชิก I สารบัญเนื้อหา 1I สารบัญเนื้อหา 2 I สารบัญเนื้อหา 3
ประวัติ ม.เที่ยงคืน

webboard(1) I webboard(2)

e-mail : midnightuniv@yahoo.com

หากประสบปัญหาการส่ง e-mail ถึงมหาวิทยาลัยเที่ยงคืนจากเดิม
midnightuniv@yahoo.com

ให้ส่งไปที่ใหม่คือ
midnight2545@yahoo.com
มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนจะได้รับจดหมายเหมือนเดิม

 

มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนกำลังจัดทำบทความที่เผยแพร่บนเว็ปไซคทั้งหมด กว่า 670 เรื่อง หนากว่า 9000 หน้า
ในรูปของ CD-ROM เพื่อบริการให้กับสมาชิกและผู้สนใจทุกท่านในราคา 150 บาท(รวมค่าส่ง)
(เริ่มปรับราคาตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2548)
เพื่อสะดวกสำหรับสมาชิกในการค้นคว้า
สนใจสั่งซื้อได้ที่ midnightuniv@yahoo.com หรือ
midnight2545@yahoo.com

 

สมเกียรติ ตั้งนโม และคณาจารย์มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
(บรรณาธิการเว็ปไซค์ มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน)
หากสมาชิก ผู้สนใจ และองค์กรใด ประสงค์จะสนับสนุนการเผยแพร่ความรู้เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ชุมชน
และสังคมไทยสามารถให้การสนับสนุนได้ที่บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ในนาม สมเกียรติ ตั้งนโม
หมายเลขบัญชี 521-1-88895-2 ธนาคารกรุงไทยฯ สำนักงานถนนสุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่
หรือติดต่อมาที่ midnightuniv@yahoo.com หรือ midnight2545@yahoo.com

 

 

 

คำโปรย คัดลอกมาจากบทความ เพื่อให้มองเห็นเนื้อความที่น่าสนใจบางส่วน
H
สำหรับคำว่า"ครอบครัว"(family) ในตัวของมันเองมาจากรากเดิมในภาษาลาตินว่า famulus, หมายถึงทาสในเรือน(household slave), และคำว่า familia, จำนวนทั้งหมดของทาส(the totality of slaves) ที่เป็นของผู้ชายคนหนึ่ง
ขอขอบคุณ www.thaiis.com ที่ให้ใช้พื้นที่ฟรี

Stephen Hawking's Universe
. . .สตีเฟ่น ฮอว์กิ้ง มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักและยอมรับมากทั่วโลกจากการไขปริศนา "บิ๊กแบง" ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นจุดกำเนิดของเอกภพและสรรพสิ่งที่เราเห็นๆ กันอยู่ทุกวันนี้ ด้วยการนำเอาเทคนิคด้านคณิตศาสตร์ที่พัฒนาขึ้นโดย โรเจอร์ เพนโรส มาพิสูจน์ทฤษฎีบิ๊กแบง ทฤษฎีนี้บอกว่าเอกภพเกิดขึ้นจากจุดเล็กๆ จุดหนึ่งที่มีความหนาแน่นและแรงโน้มถ่วงเป็นอนันต์ (สภาวะซิงกูลาลิตี้)

ในขณะเดียวกัน คณิตศาสตร์ของเพนโรสก็ไม่เพียงใช้กับการกำเนิดของเอกภพเท่านั้น แต่ยังใช้กับการกำเนิดหลุมดำด้วย หลุมดำซึ่งเกิดการจากการยุบตัวของดาวขนาดใญ่พอควรเมื่อถึงกาลอายุของมัน กลายเป็นจุดเล็กๆ ที่มีสภาวะซิงกูลาลิตี้ สำหรับฮอว์กิ้ง กำเนิดเอกภพก็คือกระบวนการด้านกลับของการเกิดหลุมดำนั่นเอง และจะเข้าใจเอกภพและสรรพสิ่งได้ ก็ต้องเข้าใจหลุมดำให้ได้

ในช่วงทศวรรษ 1970-80 เป็นยุคทองของการวิจัยค้นคว้าเกี่ยวกับหลุมดำ นักวิทยาศาสตร์เริ่มเข้าใจธรรมชาติของมันทีละน้อยๆ กระนั้นก็ตาม สิ่งที่คาใจฮอว์กิ้งมาตลอดก็คือ การศึกษาทำความเข้าใจหลุมดำทั้งหมดที่ผ่านมานั้นใช้กรอบทฤษฎีฟิสิกส์ในระดับมหภาค ซึ่งไม่สอดคล้องกับฟิสิกส์ระดับเล็กที่ลงไปในเรื่องความเคลื่อนไหวของอะตอม และอนุภาค หรือ กลศาสตร์ควอนตัม (อ่านเนื้อความที่สมบูรณ์ข้างล่าง)